อาการกลั้นปัสสาวะไม่ได้ และการบำบัดรักษา

คุณเป็นผู้หนึ่งหรือไม่ที่กลั้นปัสสาวะไม่ได้
การกลั้นปัสสาวะไม่ได้ในแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางรายปัสสาวะไหล ซึมเล็กน้อย บางรายออกมา ๑-๒ หยดเมื่อปวดปัสสาวะ บางรายออกมาตลอดเวลาจนแฉะ ต้องใส่ผ้าอนามัยซับไว้ และบางรายปัสสาวะไหลออกมาทุกครั้ง ที่ไอ จาม หรือหัวเราะ
จากการสำรวจพบว่า ประมาณร้อยละ ๒๐ ของผู้หญิงทั้งหมดเวลา ไอ จาม หรือหัวเราะจะมีปัสสาวะไหลออกมาด้วย
ในจำนวนนี้ร้อยละ ๓๖ มีอายุระหว่าง ๔๕-๔๙ ปี และร้อยละ ๒๘ เป็นผู้สูงอายุ
การที่ปัสสาวะไหลออกมาบ่อยๆ เปียกแฉะออกมาภายนอก ย่อมก่อให้เกิดความไม่สบายใจ เมื่อปัสสาวะเก่าแห้งไป จะมีกลิ่น ยิ่งถ้าสะสมหลายครั้งในวันหนึ่งๆ แม้แต่นํ้าหอม หรือยาระงับกลิ่นก็จะไม่สามารถช่วยได้ คุณก็จะเกิดความวิตกกังวล หวาดระแวง และพยายามแยกตัวออกจากสังคมในที่สุด
กลไกการปัสสาวะ
กระเพาะปัสสาวะ เป็นอวัยวะที่อยู่ภายในอุ้งเชิงกรานหน้าต่อช่อง คลอดและมดลูก มีผนังพื้นรองรับเชิงกราน (ก้น) รองรับไว้

กลไกการปัสสาวะ

ภาพแสดงถึงกระเพาะปัสสาวะที่อยู่ภายในอุ้งเชิงกรานหน้าต่อช่องคลอดและมดลูก
ผนังของกระเพาะปัสสาวะ เป็นกล้ามเนื้อเรียบที่สามารถยืดและหด ได้ การยืดจะเกิดขึ้นเมื่อมีนํ้าปัสสาวะเข้ามาขังอยู่ ซึ่งสามารถจุได้ตั้งแต่ ๑- ๘๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร
นํ้าปัสสาวะเกิดขึ้นได้จากการที่คุณดื่ม หรือกินนํ้าในรูปของเหลวนํ้านี้จะผ่านการกรองของไตลงไปตามหลอดไต เข้ามาในกระเพาะปัสสาวะ
โดยทั่วไป ถ้ามีนํ้าปัสสาวะขังอยู่ในกระเพาะปัสสาวะระหว่าง ๒๐๐- ๔๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ผนังกระเพาะปัสสาวะจะถูกยืด ปลายประสาทรับความรู้สึกที่ผนังกระเพาะปัสสาวะจะถูกกระตุ้น ส่งกระแสคลื่นไปยังประสาท ไขสันหลัง ผ่านไปยังศูนย์พอนทีน มีเซนเซฟาลิกที่ก้านสมอง แล้วส่งกระแสกลับลงมาผ่านประสาทพาราซิมพาเทติก สั่งให้กระเพาะปัสสาวะหดตัว ขณะเดียวกันหลอดปัสสาวะและหูรูดนอกหลอดปัสสาวะจะหย่อนตัว ปล่อยให้ปัสสาวะไหลออกมาได้ ซึ่งการทำงานของระบบประสาทนี้จะกินเวลา ๓-๑๐ วินาทีเท่านั้น
กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ มีการทำงานที่ประสานสัมพันธ์กับส่วน คอของกระเพาะปัสสาวะและหลอดปัสสาวะ ดังนั้นเมื่อกระเพาะปัสสาวะหดตัว ความดันภายในกระเพาะปัสสาวะเพิ่มขึ้น ปัสสาวะจะถูกดันผ่านคอของกระเพาะปัสสาวะและหลอดปัสสาวะออกมาภายนอกได้
ตามปกติคนเราจะปัสสาวะ ๔-๖ ครั้งใน ๒๔ ชั่วโมง โดยที่กลางวัน จะปัสสาวะบ่อยกว่าตอนกลางคืน เนื่องจากในตอนกลางคืนคนเรานอนลง ทำให้นํ้าหนักของปัสสาวะไม่ถ่วงกดลงมาที่พื้นรองรับเชิงกราน (ก้น) ระบบประสาทที่ควบคุมการปัสสาวะจึงไม่ถูกกระตุ้นบ่อย การปัสสาวะในตอนกลางคืน จึงห่าง
การกลั้นปัสสาวะ
ความจำเป็นย่อมเกิดขึ้นได้กับคุณเสมอ ที่คุณจะต้องกลั้นปัสสาวะ ถ้ากลไกในการควบคุมการปัสสาวะมีความสมบูรณ์ คุณก็จะกลั้น
ปัสสาวะได้ แต่ถ้ามีความผิดปกติเกิดขึ้น คุณก็จะไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้
การกลั้นปัสสาวะขึ้นอยู่กับส่วนต่างๆ ดังต่อไปนี้ คือ
๑. กระเพาะปัสสาวะ
กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะจะมีความมั่นคงในตัวเอง เมื่อมีนํ้า ปัสสาวะมากพอดี คือประมาณ ๒๐๐-๔๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร คุณจึงจะมีความรู้สึกอยากปัสสาวะ
แต่เมื่อไรก็ตามที่เกิดความไม่มั่นคงขึ้นของกล้ามเนื้อกระเพาะ ปัสสาวะ เพียงมีนํ้าปัสสาวะขังอยู่เล็กน้อย คุณก็จะมีความรู้สึกอยากถ่าย ปัสสาวะบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนกลางคืน และถ้ามีน้ำปัสสาวะมากขึ้นโดยที่คุณยังไม่ได้ปัสสาวะ ปัสสาวะก็จะไหลออกมาโดยที่คุณกลั้นไม่ได้
การยื่นโป่งของกระเพาะปัสสาวะ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของความไม่ มั่นคงของกระเพาะปัสสาวะ บางรายสามารถคลำพบการยื่นโป่งนี้ทางช่องคลอด เนื่องจากมีการดันผนังช่องคลอดให้นูนโป่งขึ้น บางรายอาจเกิดร่วมกับการเคลื่อนต่ำของมดลูก
๒. คอกระเพาะปัสสาวะ
คอกระเพาะปัสสาวะ เป็นรูปกรวยอยู่ส่วนล่างของกระเพาะปัสสาวะ ประกอบด้วยกล้ามเนื้อเรียบ เส้นใยคอลเลเจน และเส้นใยที่ยืดหยุ่นได้ ทั้งหมดนี้เรียงตัวกันเป็นห่วง เกลียว ในขณะพักจะปิดกั้นนํ้าปัสสาวะไม่ให้ ไหลออกมา
คอปัสสาวะจะเปิดเมื่อกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะหดรัดตัว ปัสสาวะจึงไหลออกมาได้
ถ้าคุณต้องการกลั้นปัสสาวะ คุณสามารถทำได้โดยการขมิบก้น หรือเกร็งกล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกรานให้แน่น กล้ามเนื้อนี้จะบีบรัดส่วนต้น ของหลอดปัสสาวะ เพื่อปิดกั้นปัสสาวะเอาไว้
แต่ถ้ากล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกรานอ่อนแอ หย่อน คอกระเพาะ ปัสสาวะก็จะหย่อนต่ำลงมาอยู่ในระดับของกล้ามเนื้อนี้ และพบว่าเมื่อกระเพาะปัสสาวะหดรัดตัว คอกระเพาะปัสสาวะ และหลอดปัสสาวะจะยังคงเปิดอยู่ คุณจึงไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้
๓. หลอดปัสสาวะ
ตัวหลอดปัสสาวะ ทำหน้าที่ปิดกั้นปัสสาวะไม่ให้ไหลออกมา ภายนอก โดยการทำงานของกล้ามเนื้อเรียบร้อยละ ๓๕ กล้ามเนื้อลาย ร้อยละ ๓๕ และการทำงานของเส้นใยที่ยืดหยุ่นได้อีกร้อยละ ๓๐
นอกจากนั้นกล้ามเนื้อลายช่วงกลางของหลอดปัสสาวะจะหนาตัว ขึ้นโดยรอบ มีความสามารถหดตัวได้อย่างทนทานในการกลั้นปัสสาวะไว้เป็นเวลานาน หรือกลั้นปัสสาวะในขณะไอ จาม และหัวเราะ ที่ทำให้ความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น
๒/๓ ช่วงต้นของหลอดปัสสาวะจะผ่านผนังพื้นรองรับเชิงกราน ซึ่งถ้ากล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกรานมีความตึงตัวพอดี จะช่วยกระชับให้แนวของหลอดปัสสาวะอยู่ในตำแหน่งปกติ หลอดปัสสาวะจะทำหน้าที่ได้อย่าง สมบูรณ์
กล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกรานที่มีความแข็งแรง ก็จะสามารถเกร็ง หรือขมิบกลั้นปัสสาวะไว้ได้เมื่อต้องการ
อย่างไรก็ตาม ความผิดปกติของหลอดปัสสาวะ เช่น การโป่งยื่นออกมา ซึ่งสามารถคลำได้จากทางช่องคลอด พบว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำ ให้ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะไว้ได้
๔. กล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกราน (ก้น)
กล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกรานเป็นกล้ามเนื้อลาย มีลักษณะเป็นผืนเดียวกันมีชื่อเรียกว่า ลีเวเทอ เอไน เกาะยึดจากผนังของกระดูกอุ้งเชิงกราน ไปต่อตรงกลาง โดยเหลือช่องสำหรับทางออกของหลอดปัสสาวะ ช่องคลอด และทวารหนักเอาไว้ จึงมีหน้าที่ในการพยุง หรือรองรับอวัยวะภายในอุ้งเชิงกรานโดยปริยาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

กล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกราน1

ภาพแสดงถึงกล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกราน มองจากช่องท้องลงไป

กล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกราน2

ภาพแสดงกล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกราน มองจากด้านล่างขึ้นมา
กล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกรานที่อ่อนแอ จะไม่สามารถตรึงปัสสาวะ คอกระเพาะปัสสาวะ และตัวกระเพาะปัสสาวะให้อยู่ในตำแหน่งเดิมที่มีประสิทธิภาพได้ ทำให้เกิดการหักงอ หย่อน ไม่มั่นคง และไม่มีแรงหดรัดหลอดปัสสาวะ ทำให้กลั้นปัสสาวะไม่ได้
สาเหตุของความอ่อนแอของกล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกราน (ก้น)
อาจเนื่องมาจาก
๑. ระบบประสาทสันหลังเสียมาแต่กำเนิด
๒. ระบบประสาทสมอง หรือไขสันหลังเสียจากอุบัติเหตุ กระดูกแตก หัก หลอดเลือดในสมองแตก เนื้อเยื่อประสาทแข็งตัว เสื่อม ฝ่อ
๓ ระดับฮอร์โมนรีแล็กซินในกระแสเลือดสูงในระยะ ๑๒ สัปดาห์ถึง ๕ เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ทำให้กล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกรานและเนื้อเยื่อ ส่วนอื่นของร่างกายอ่อนตัว ทั้งนี้เป็นการเตรียมพร้อมของร่างกาย เพื่อประโยชน์ในการยืดขยายขณะทารกคลอดผ่าน
๔. การคลอดยาก โดยคุณอาจเบ่งคลอดนาน ต้องใช้คีมคีบ หรือ เครื่องดูดสุญญากาศเพื่อให้ศีรษะเด็กออกมาได้ ทำให้กล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกรานถูกยืดมาก อ่อนแอลง บางรายยังคงอ่อนแออยู่นานถึง ๒ เดือน ภายหลังจากคลอดแล้ว
๕. ในคนอ้วนก็พบว่ากล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกรานอ่อนแอ ทำให้ กำลังในการกลั้นปัสสาวะลดน้อยลงด้วย
๖. หากคุณท้องผูกเป็นประจำ คุณก็จะต้องเบ่งมาก กล้ามเนื้อพื้น รองรับเชิงกรานจึงถูกยืด และอ่อนกำลังลง
๗. เมื่อคุณเข้าสู่วัยสูงอายุ การไหลเวียนเลือดน้อยลง เลือดที่มาเลี้ยงบริเวณหลอดปัสสาวะและพื้นรองรับเชิงกรานลดน้อยลง เยื่อบุผนังหลอดปัสสาวะและพื้นรองรับเชิงกรานลีบฝ่อลง ตึงตัวน้อยลง และอ่อนแอลงในที่สุด
การกลั้นปัสสาวะไม่ได้
นอกจากความผิดปกติของการกลั้นปัสสาวะดังกล่าวแล้ว อาจมีสาเหตุอื่นได้อีก เช่น
๑. การกินยาเพื่อควบคุมระดับความดันเลือดสูง หรือยาลดการคั่ง ของนํ้า ทำให้มีนํ้าปัสสาวะมากในแต่ละครั้งจนกลั้นไม่ได้
๒. เหล้า มีผลต่อการทำงานของสมองส่วนกลางในการควบคุมการ ปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะมาก บ่อยจนบางครั้งกลั้นปัสสาวะไม่ได้
๓. การเป็นโรคปอดเรื้อรัง เช่น หอบหืด หลอดลมอักเสบ สูบบุหรี่ จัด ทำให้คุณต้องไอติดต่อกัน แรงดันภายในช่องท้องก็จะสูงขึ้นกระแทก กระเพาะปัสสาวะซึ่งมีนํ้าอยู่เต็มให้ไหลออกมาได้
๔. การหมดประจำเดือนทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ซึ่ง ฮอร์โมนนี้เป็นตัวจักรสำคัญในการสั่งงานของประสาทแอลฟา อะดรีเนอจิก ซิมพาเทติก ไปยังกล้ามเนื้อเรียบของผนังหลอดปัสสาวะๆ ก็จะตึงตัวและหดตัวได้น้อยลง ทำให้กลั้นปัสสาวะไม่ได้
๕. การดื่มกาแฟ ชา และนํ้าอัดลม จากการสำรวจพบว่า การดื่ม กาแฟเกินกว่าวันละ ๔ ถ้วย จะมีผลทำให้ปัสสาวะราดได้ เพราะสารกาเฟอีน ในกาแฟ ไปกระตุ้นกล้ามเนื้อเรียบของกระเพาะปัสสาวะให้หดรัดตัว ดังนั้นคุณ จึงควรเลือกกาแฟที่ระบุว่า ไม่มีสารกาเฟอีนอยู่เลย
อย่างไรก็ตาม การดื่มชา หรือนํ้าอัดลมก็มีผลเช่นเดียวกับกาแฟ
๖. จากการตรวจของผู้ที่กลั้นปัสสาวะไม่ได้พบว่า บางรายมีการยื่น โป่งพองของผนังซ่องคลอดและ/หรือผนังลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย
การกลั้นปัสสาวะที่ผิดปกติ
นอกจากการกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ยังมีการปัสสาวะที่ผิดปกติอย่างอื่นอีก เช่น
๑. เจ็บแสบขณะปัสสาวะ คุณเคยมีอาการอยากถ่ายปัสสาวะมาก ที่สุด ขณะถ่ายปัสสาวะจะรู้สึกเจ็บ และอยากถ่ายปัสสาวะบ่อยๆ นั่นเป็น เพราะว่า กระเพาะปัสสาวะ และหลอดปัสสาวะอาจมีการอักเสบ ติดเชื้อโรค มะเร็ง หรือเนื้องอก
๒. ปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน คุณต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะบ่อย ในตอนกลางคืน อาจเป็นเพราะคุณดื่มนํ้าเข้าไปมาก กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือจากความเคยชินก็ได้
๓. ปัสสาวะรดที่นอน หลายคนคิดว่าการปัสสาวะรดที่นอนเป็นเรื่อง ของการผิดปกติทางด้านจิตใจ แต่ตามความเป็นจริงแล้ว การปัสสาวะรดที่นอนเป็นความผิดปกติของระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งก็ควรได้รับการแก้ไขให้ตรงสาเหตุ
การบำบัดรักษาการกลั้นปัสสาวะไม่ได้
การบำบัดรักษา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีตารางบันทึกการปัสสาวะ วันแรก คุณทำบันทึกในช่วงระยะ ๒๔ ชั่วโมง ตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับคุณ
เปรียบกับอัตราการปัสสาวะที่ปกติ ๔-๖ ครั้งต่อวัน โดยที่ตอนกลางวัน ปัสสาวะบ่อยกว่าตอนกลางคืน

บันทึกการปัสสาวะ
ถ้าหากคุณปัสสาวะบ่อย ปริมาณน้ำปัสสาวะน้อยกว่า ๒๐๐ ซีซี และ คุณกลั้นไม่ได้ ไม่สามารถหยุดถ่ายได้ทันทีขณะปัสสาวะไหล (ทดลองทำวันละ ๑ ครั้ง) คุณจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการฝึกหัดการทำงานของกระเพาะปัสสาวะใหม่ด้วยวิธีการต่อไปนี้ คือ
วันที่ ๒ และวันต่อไป
๑. ดื่มนํ้าเพิ่มขึ้นให้ได้ถึงวันละ ๒ ลิตร
๒. เมื่อคุณรู้สึกอยากปัสสาวะ คุณต้องพยายามเลื่อนเวลาปัสสาวะ ออกไปอีก ๕ นาทีโดย
(๑) ขมิบกลั้นปัสสาวะไว้ ห้ามปัสสาวะก่อนเวลาตามข้ออ้างของ คุณที่จะต้องออกไปทำธุระข้างนอก และห้ามใส่ผ้าอนามัยเพื่อซับปัสสาวะเอาไว้ด้วย
(๒) เบี่ยงเบนความสนใจมาที่การหายใจ โดยกำหนดลมหายใจ เข้า-ออก เช่นเดียวกับการทำสมาธิ หรือหางานอื่นทำ เดินทางไกล จ่ายตลาด ซื้อของตามห้างสรรพสินค้า
(๓) นอนยกขาสูงในตอนกลางวัน
(๔) บริหารพื้นรองรับเชิงกราน (ก้น) วันละ ๖ ชุด ชุดละ ๕๐ ครั้ง
(๕) รักษาโดยการกระตุ้นด้วยไฟฟ้าชนิดอินเตอเฟอเรนเชียล ต่อกล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกราน (ก้น) ร่วมกับการบริหารพื้นรองรับเชิงกราน
ซึ่งพบว่าได้ผลดีที่สุดคือ ภายหลังจากการรักษา ๓ เดือน ร้อยละ ๓๓ สามารถกลั้นปัสสาวะได้ ร้อยละ ๓๗ ดีขึ้นอย่างมาก ส่วนอีกร้อยละ ๓๐ นั้นไม่ได้ผล
วิธีการบริหารพื้นรองรับเชิงกราน (ก้น)
วัตถุประสงค์ เพื่อกลั้นปัสสาวะ

วิธีบริหาร
๑. สร้างความคิดว่าคุณกำลังกลั้นปัสสาวะไว้ ก้นคุณจะขมิบเต็มที่ ๒. คิดถึงสุนัขที่ถูกดุ จะงอหางเข้ามาใต้ก้น มาแตะท้อง คุณลองทำดู
ด้วยวิธีเดียวกัน
๓. สร้างความคิดว่า หรือใช้ผ้าอนามัยชนิดแท่งเคลือบด้วยเจล หล่อลื่น สอดเข้าไปในช่องคลอด แล้วคุณขมิบกันยึดผ้าอนามัยเอาไว้ ในขณะ ที่คุณดึงเชือกโยงสายเพื่อให้ผ้าอนามัยออกมาข้างนอก (คุณอาจทำจริงถ้า คุณเคยใช้ผ้าอนามัยชนิดแท่ง)
๔. ใช้กระจกที่มีด้ามถือส่องที่ก้น มองให้เห็นว่า ผนังก้นยกสูงขึ้นในขณะขมิบก้น
๕. วางฝ่ามือบนผนังก้น ขมิบก้น ให้มีความรู้สึกว่าก้นถูกยกสูง
จากมือ
ข้อควรปฏิบัติ
๑. เริ่มบริหารทันทีเมื่อตื่นนอน จะเป็นการเตรียมพร้อมอย่างดียิ่ง สำหรับวันนั้น
๒. บริหารทุกวันเป็นประจำ วันละ ๖ ชุด ชุดละ ๕๐ ครั้ง
๓. อาจทำบ่อยๆ จำนวนครั้งทีละน้อยในระหว่างที่มีงานยุ่ง หรือ
เครียด
๔. ถ้าเหน็ดเหนื่อยจากภารกิจมาก หรือขณะมีประจำเดือนอาจ
หยุดพักได้
ข้อควรระวัง ถ้าคุณบริหารกล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกรานมากเกิน ไป จะทำให้เกิดการเมื่อยล้า จนกระทั่งไม่มีแรงในการกลั้นปัสสาวะ คุณก็จะกลั้นปัสสาวะไม่ได้
ตัวอย่างของผู้ป่วยที่กลั้นบัสสาวะไม่ได้
ผู้เขียนอยากจะให้คุณลองติดตามดูผู้ป่วยที่กลั้นปัสสาวะไม่ได้ในวัยต่างกัน ที่แพทย์ส่งมารับการรักษาทางกายภาพบำบัด โดยวิธีบริหารกล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกราน และกระตุ้นด้วยไฟฟ้า
๑. วัยรุ่น
เกศริน อายุ ๑๓ ปี ยังไม่มีประจำเดือน เยื่อพรหมจารียังไม่ขาด บางครั้งที่เธอไอ จาม ปัสสาวะจะรั่วออกมาเล็กน้อย แต่เมื่อไรที่เธอหัวเราะเต็มที่แบบวัยรุ่นหัวเราะ ปัสสาวะจะราดออกมาหมด กลั้นไม่ได้ เลย ทำให้เธออายมาก บ่อยครั้งเข้าเธอจึงต้องหลีกเลี่ยง โดยการแยกตัวออกจากเพื่อนและสังคม เพราะกลัวที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
คุณแม่ของเธอทราบเรื่องนี้ดี และเป็นกังวลมาก ได้พาเธอไปพบ แพทย์ แพทย์ได้ส่งปรึกษานักกายภาพบำบัด เพื่อให้ฝึกสอนการบริหาร กล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกราน และกระตุ้นด้วยไฟฟ้า
การรักษา เนื่องจากเธอยังเป็นเด็ก จึงต้องหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุอื่นใดสอดเข้าไปในช่องคลอด แต่ใช้วิธีบริหารช่องคลอดตามวิธีการบริหารพื้นรองรับเชิงกราน (ก้น) และกระตุ้นด้วยไฟฟ้าดังกล่าวมาแล้ว
ผลการรักษา เธอบอกว่าได้ผลดีมาก เธอพอใจมาก เพราะเวลาเธอหัวเราะเธอสามารถขมิบกลั้นปัสสาวะไว้ได้ คุณแม่ของเธอก็พอใจมาก
เพราะสังเกตได้ว่าเธอมีความสุข สดชื่นขึ้น ยอมพบกับเพื่อนและสังคมมากขึ้น
๒. วัยเจริญพันธุ์
อัมพารัตน์ อายุ ๓๒ ปี เป็นนักกีฬากระโดดไกล เธอเป็นคนที่ แข็งแรง ชอบบริหารร่างกาย แต่ภายหลังจากคลอดลูกคนที่ ๒ แล้ว เธอพบว่า เพียงแต่เธอเดินลงส้นเท้าแรงๆ บนพื้นคอนกรีต หรือเวลาจาม จะมีปัสสาวะรั่วออกมา และยิ่งถ้าเธอกระโดดขึ้นแล้วลงด้วยท่ากางขากระแทกพื้น ปัสสาวะจะรั่วมากขึ้น ในตอนเช้าอาจจะยังไม่มีอาการนี้ แต่จะมีมากขึ้นในตอนเย็น และในระยะก่อนมีประจำเดือนก็จะมีมากขึ้น
จากการตรวจของแพทย์พบว่า กำลังในการขมิบช่องคลอด หรือ ขมิบกลั้นปัสสาวะจะมีปานกลางเท่านั้น จึงส่งปรึกษานักกายภาพบำบัด เพื่อให้ฝึกสอนการบริหารกล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกราน
การรักษา ตามวิธีการบริหารพื้นรองรับเชิงกราน (ก้น)
ผลการรักษา อัมพารัตน์เป็นคนที่มีความตั้งใจสูงมาก เธอเคยได้รับการฝึกหัดบริหารกล้ามเนี้อพื้นรองรับเชิงกรานภายหลังจากการคลอดลูกคนที่ ๒ แต่เธอบริหารมากเกินไปจนเกิดการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ ทำให้ ไม่สามารถขมิบกลั้นปัสสาวะได้ ปัสสาวะจึงรั่วมากขึ้นในตอนเย็น
ส่วนอาการที่มากขึ้นก่อนมีประจำเดือนนั้น เป็นผลจากระดับ ฮอร์โมนรีแล็กซินที่เพิ่มมากขึ้น
ดังนั้นเมื่อเธอได้รับการฝึกหัดที่ถูกต้อง เธอจึงมีอาการดีขึ้น และเป็นปกติจนสามารถหยุดการรักษาได้เมื่อครบ ๖ สัปดาห์
หมายเหตุ
-คุณไม่ควรหลีกเลี่ยงการปัสสาวะรั่วโดยการงดนํ้า หรือกินอาหารที่แห้งๆ
-นักกีฬาหลายคนหลีกเลี่ยงการดื่มนํ้าก่อนการแข่งขัน เพราะกลัวการอยากปัสสาวะ
-คุณเลิกวิตกกังวลได้แล้ว หากคุณจำได้ว่า นํ้าที่ดื่มก่อนการออกกำลังกายจะใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงเพื่อเดินทางมาถึงไตแล้วจึงผ่านขบวนการกรองที่ไต ก่อนจะส่งผ่านไปยังกระเพาะปัสสาวะ
-ถ้าคุณออกกำลังกายอย่างหนักไตจะหยุดทำงาน นํ้าที่ดื่มจะ สูญเสียไปเป็นเหงื่อมากกว่าที่จะผ่านออกมาเป็นปัสสาวะ
๓. วัยก่อนหมดประจำเดือน
โสภา อายุ ๔๒ ปี มักจะบ่นว่าเธอปัสสาวะราดบ่อยๆ เป็นมากขึ้นเรื่อยๆ จากการตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่เธอมีประวัติเคยผ่าตัดมดลูก และรังไข่ออกทั้ง ๒ ข้าง เมื่อ ๒ ปีมาแล้ว
การตัดมดลูกและรังไข่ออกหมด เปรียบเสมือนคนที่หมดประจำ- เดือนแล้ว ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้นํ้าหนักตัวเพิ่ม มากขึ้น กล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกรานและหูรูดอ่อนแรงลง ทำให้กลั้นปัสสาวะไม่ได้
อาการกลั้นปัสสาวะไม่ได้จะเป็นมากขึ้นในตอนเย็น เนื่องจากเกิด การเมื่อยล้าอ่อนกำลังของกล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกราน ซึ่งตรงกับที่โสภาเป็น คือ เธอมักจะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่เมื่อเธอเล่นกอล์ฟไปถึงประมาณหลุมที่ ๙
การรักษา แพทย์ได้เพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจนให้กับโสภา และส่ง ปรึกษานักกายภาพบำบัด นักกายภาพบำบัดได้ฝึกสอนการบริหารกล้ามเนื้อ พื้นรองรับเชิงกรานให้ ตามวิธีการดังกล่าวแล้ว
ผลการรักษา เธอบอกว่าอาการดีขึ้นเรื่อยๆ หลังจาก ๔ สัปดาห์ เธอสามารถตีกอล์ฟได้นานกว่าเดิมจึงจะเกิดอาการ และเกือบเป็นปกติเมื่อ ๓ เดือนผ่านไป แต่เธอยังคงฝึกหัดต่ออีกที่บ้าน
๔. วัยหมดประจำเดือน
สมจิตร คุณป้าวัย ๕๓ ปี นํ้าหนักตัวมาก แต่ยังไม่จัดว่าเป็นคนอ้วน เธอหมดประจำเดือนมา ๔ ปี มีบุตร ๔ คน ซึ่งอายุมากแล้ว
คุณป้ามีความต้องการที่จะปัสสาวะอยู่เรื่อยๆ เธอปัสสาวะบ่อยถึง ๑๒ ครั้ง ในตอนกลางวัน และต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะอีก ๑ ครั้ง ในตอน กลางคืน และที่สำคัญเธอกลั้นปัสสาวะไม่ได้เป็นเวลาหลายปีมาแล้ว ขณะนี้ เธอต้องใส่ผ้าอนามัยไว้ประจำ และมันจะเปียกชุ่มอยู่เสมอ
จากการตรวจของแพทย์พบว่า เธอมีผนังช่องคลอดที่บาง หย่อน มดลูกหย่อนเล็กน้อย คลำพบกระเพาะปัสสาวะโป่งพอง โดยเฉพาะเวลาไอ กล้ามเนื้อช่องคลอดจะหดตัวได้เพียงเล็กน้อย เช่นเดียวกับการหดตัวของปากช่องคลอด นั่นหมายถึง กล้ามเนื้อพื้นรองรับเซิงกราน (ก้น) ก็จะหดตัวได้น้อย หรืออ่อนกำลังด้วย
การรักษา
(๑) เธอต้องลงบันทึกในตารางบันทึกการปัสสาวะ และปฏิบัติตามวิธีการบำบัดรักษาการกลั้นปัสสาวะไม่ได้ดังกล่าวแล้ว
(๒) แพทย์ได้ให้ครีมเอสโตรเจนทาเคลือบที่ผนังช่องคลอด เมื่อผนังช่องคลอดได้รับการบริหาร จะชุ่มขึ้น หนาตัวขึ้น และไม่เกิดการอักเสบ การทาด้วยครีม หรือเจล (เค-วาย) หล่อลื่นที่ผนังช่องคลอด
จะช่วยลดการอักเสบที่ผนังช่องคลอดลงได้ ถ้าแสบมากอาจใช้ยา ปฏิชีวนะช่วยด้วย
(๓) บริหารร่างกายเพื่อลดนํ้าหนักตัว ซึ่งจะช่วยลดแรงดันภายในช่องท้องที่กดลงบนพื้นรองรับเชิงกราน
(๔) บริหารร่างกาย (ที่ไม่หักโหมเกินไป) ชนิดที่ต้องลงนํ้าหนัก ผ่านแนวของกระดูก จะช่วยลดการเกิดภาวะกระดูกพรุน ที่จะทำให้ตัวงองุ้ม ปริมาตรของช่องท้องลดลง แรงกดันต่อพื้นรองรับเชิงกรานเพิ่มขึ้น
การกินอาหารที่ช่วยเพิ่มแคลเซียม จะช่วยลดภาวะกระดูก
พรุนไต้
(๕) การเคลื่อนไหวข้อต่อต่างๆ ของร่างกายเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อต่อของกระดูกสันหลัง จะช่วยไม่ให้เกิดการยึดของข้อต่อหลัง ไม่งุ้ม
(๖) หลีกเลี่ยงการกระแทกลงส้นเท้า เช่น การกระโดด
(๗) กินอาหารที่มีกากมาก จะทำให้ไม่เกิดอาการท้องผูก เมื่อเกิดอาการท้องผูกทำให้ต้องออกแรงเบ่งมาก กล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกรานจะถูกยืด อ่อนกำลังลง และเกิดริดสีดวงทวารได้
(๘) การกลั้นปัสสาวะไม่ได้ เปียกแฉะตลอดเวลา ก่อให้เกิดความ เครียดต่อจิตใจ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคลายเครียด
ผลการรักษา
ภายหลังการรักษา ๓ สัปดาห์ เธอปัสสาวะห่างขึ้น
ภายหลังการรักษา ๑๐ สัปดาห์ ปัญหาต่างๆ เริ่มลดลง เธอต้อง เปลี่ยนผ้าอนามัยที่ขับปัสสาวะเพียงวันละ ๑-๒ ครั้งเท่านั้น
ภายหลังการรักษา ๑๒ สัปดาห์ แพทย์ตรวจพบว่า ผนังช่องคลอด หนาตัวขึ้น แต่ยังคงมีอาการอยู่สัปดาห์ละ ๑-๒ ครั้ง เธอจึงใช้ผ้าอนามัยเฉพาะเวลาที่ต้องออกไปธุระนอกบ้าน
เธอยอมรับว่าการรักษาได้ผล แต่เธอก็ต้องไปพบนักกายภาพบำบัดอีกเป็นระยะๆ ตามที่ได้รับการนัดหมาย เพื่อการรักษาที่ได้ผลแน่นอน
๕. วัยสูงอายุ
แฉล้ม คุณยายวัย ๗๘ ปี เธออยู่คนเดียวเนื่องจากลูกสาวได้แยกครอบครัวไปแล้ว การเคลื่อนไหวของเธอไม่คล่องแคล่ว เคยหกล้มกระดูกข้อสะโพกซ้ายแตกเมื่อ ๑ ปีมาแล้ว ขณะนี้ยังเจ็บอยู่ เจ็บมากขณะนอน พลิกตัว และงอข้อสะโพกได้ประมาณ ๖๐ องศาเท่านั้น
เธอกลั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้มาประมาณ ๒๐ ปี แต่เธอคิดว่าไม่เป็น ปัญหาเหมือนปัจจุบันที่มักจะปัสสาวะแฉะที่นอนเป็นประจำ และการที่จะนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครอื่นฟังถือเป็นเรื่องน่าอายมาก
แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาการปวดข้อสะโพกที่ทำให้เธอมาปรึกษา แพทย์ และแพทย์ส่งปรึกษานักกายภาพบำบัด นักกายภาพบำบัดในทีมงานเวชศาสตร์ฟื้นฟูได้ออกไปเยี่ยมบ้านของคุณยาย จึงพบปัญหาของการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และแนวทางในการแก้ปัญหาเหล่านี้
เมื่อแพทย์ทำการตรวจช่องคลอดของคุณยายแฉล้ม จึงพบว่า ช่องคลอดแห้ง เป็นแอ่งลงไป คลำพบการยื่นโป่งพองของกระเพาะปัสสาวะ และทางเดินอุจจาระ และกำลังในการขมิบช่องคลอดก็มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
การรักษา
(๑) บริหารกล้ามเนี้อพื้นรองรับเชิงกราน และกระตุ้นด้วยไฟฟ้า
ดังกล่าวแล้ว
(๒) ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเครื่องใช้บางอย่างภายในบ้าน เช่น
-เพิ่มที่นอนใหม่วางทับของเดิมเพื่อให้ระดับเตียงสูงขึ้น สะดวกแก่การลุกนั่ง หรือยืนขึ้นเพื่อเข้าห้องนํ้า ซึ่งจะช่วยลดการเจ็บข้อสะโพกด้วย
-ทำที่นั่งส้วมให้สูงขึ้น มีราวติดข้างฝาสำหรับจับยึดเวลานั่ง หรือยืนขึ้น ทั้งยังสะดวกในการนุ่งผ้าให้เรียบร้อยภายหลังการขับถ่าย
ผลการรักษา ในระยะแรกคุณยายไม่ให้ความร่วมมือ จึงทำให้ลูกสาวต้องกลับมาอยู่กับคุณยาย คอยกระตุ้นให้คุณยายบริหารพื้นรองรับ เชิงกราน และไปกระตุ้นด้วยไฟฟ้าเป็นประจำ
ไม่นานลูกสาวของเธอก็รายงานว่า เธอไม่ค่อยได้เปลี่ยนผ้าที่แฉะ ให้คุณยายแล้วอาการของคุณยายดีขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งกลับมาสู่อาการที่ เธอยอมรับมา ๒๐ ปีแล้ว
อาการปวดที่ข้อสะโพกดีขึ้น
ภายหลังจากการรักษาได้ ๖ เดือน เธอก็สามารถกลั้นปัสสาวะได้ เธอไม่เคยเป็นเช่นนี้มานาน เดี๋ยวนี้เธอมีความสุขมาก
หมายเหตุ
การกลั้นปัสสาวะไม่ได้ในผู้สูงอายุที่มาจากสาเหตุอื่น เช่น การ แข็งตัวของเซลล์ หรือเส้นใยของเซลล์สมอง การเสื่อมของสมอง อาจไม่ได้รับผลดีเท่าที่ควรเมื่อรักษาโดยการบริหารกล้ามเนื้อพื้นรองรับเชิงกราน (ก้น) หรือกระตุ้นด้วยไฟฟ้า
ที่มา: อาจารย์สุมนา  ตัณฑเศรษฐี
    นายแพทย์ศิริพงศ์  ตัณฑเศรษฐี
    นายแพทย์สมเกียรติ  คูอมรพัฒนะ

แบบผมสวยอื่น ๆ: