ส่วนประกอบกลิ่นน้ำหอมแต่ละชนิด และการฉีดน้ำหอมอย่างถูกวิธี

ผู้หญิงหลาย ๆ คนชอบที่จะฉีดน้ำหอม เพราะเป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ประจำตัวของเธอ ที่สามารถบ่งบอกได้ถึงความชอบ และลักษณะนิสัยได้เลยทีเดียว สาว ๆ บางคนชอบน้ำหอมกลิ่นดอกไม้  หรือกลิ่นผลไม้สดใส ก็สามารถบอกได้ว่าเธอคนนั้นเป็นคนอย่างไรได้ วันนี้เรามาเรียนรู้กลิ่นน้ำหอม ส่วนประกอบของน้ำหอม และการฉีดน้ำหอมอย่างถูกวิธีให้น้ำหอมติดทนติดตัวเราได้นานยิ่งขึ้น เพราะน้ำหอมแต่ละขวดก็ไม่ใช่ถูก ๆ จะฉีดพร่ำเพรื่อได้อย่างไรใช่มั้ยล่ะค่ะ

มารู้จักน้ำหอม และวิธีการฉีดน้ำหอมให้ถูกวิธี

น้ำหอม

นี่คือความสำคัญของน้ำหอม เลือกกลิ่นที่ถูกต้องเหมาะสมประพรม หรือฉีดละอองหอมหวานเหล่านั้นให้อวลไปทั่วสรรพางค์กายเลย ตั้งแต่เส้นผมจนถึงปลายเท้า กลิ่นหอมเป็นพลังที่ทรงอำนาจที่สุดของความงาม ความสวยที่ปราศจากกลิ่น ก็คงไม่ต่างไปจากดอกไม้พลาสติคนั่นเอง
ทราบหรือเปล่าว่า กลิ่นหอมๆ นั้นเพิ่มสีสันและความมีชีวิตชีวาให้แก่ผิวพรรณของเรา เป็นความงามชนิดพิเศษที่ให้ความรู้สึกได้โดยไม่ต้องสัมผัส กระตุ้นอารมณ์ได้ชะงัดที่สุด แม้คุณจะกรายร่างผ่านไปจนลับตาแล้ว กลิ่นหวานๆ ที่ยังไม่จาง จะอ้อยอิ่งเหมือนจะยํ้าเตือนความทรงจำเก่าๆ ที่อ่อนหวานให้คืนมา คุณสร้างได้ แม้กระทั่งความรู้สึกหวาดหวั่น ความผิดหวังทุกสิ่งทุกอย่างกระตุ้นได้ด้วย “กลิ่น” จนคุณเองก็ยังประหลาดใจ
องค์ประกอบของความงามจะขาดนํ้าหอมไม่ได้เป็นอันขาด นํ้าหอมมีความสำคัญทั้งในแง่ส่วนตัวของคุณเอง และบุคคลรอบข้างด้วย ความรู้สึกพิงใจตัวเอง หรือพอใจคนอื่น และการที่ใครๆ พากันถูกใจคุณเหล่านี้ คุณสามารถทำให้มันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ แต่ถ้าเป็นนํ้าหอมชนิดหนึ่ง หรือชนิดเดียวกันมันสามารถให้กลิ่นที่ต่างกันถึง 3 ลักษณะคือ โดยตัวของมันเองมีปฏิกิริยากับผิวพรรณของผู้ใช้ อยู่ในขวดมันคือกลิ่นหนึ่ง ทันทีที่เปิดฝาออกกลิ่นจะเป็นอีกอย่างหนึ่ง และทันทีที่นํ้าหอมแตะอยู่กับผิวกายของคุณจะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีขึ้น มันจะสำแดงความ รุนแรงของตัวมันเองกับกลิ่นตัวแท้ๆ ของคุณในอีกครึ่งชั่วโมงถัดไป
ปฏิกิริยาทางเคมีของคนเรามีลักษณะเฉพาะตัวเช่นเดียวกับรอยนิ้วมือนั่นเอง คือของใครของมัน และนํ้าหอมเองก็เกิดจากส่วนผสมที่มีคุณค่านานาชนิดมารวมกัน และปรากฎออกมาเพียงกลิ่นเดียว ดังนั้น ตัวคุณกลิ่นเนื้อของคุณก็คืออีกกลิ่นหนึ่งที่จะเข้าไปร่วมเป็นกลิ่นเดียวกับนํ้าหอมที่คุณใช้ กลิ่นจากตัวนี่ละคือกลิ่นสุดท้ายที่ทำให้กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อเดียวกัน ชนิดเดียวกันมีกลิ่นหอมที่ต่างกัน
น้ำมัน แร่ธาตุ ความชุ่มชื้น ซึ่งมีที่มาลี้ลับภายใต้ผิวหนังของคนแต่ละคน บวกกับผิวหนังที่แตกต่างกัน สามารถทำให้กลิ่นนํ้าหอมที่ใครๆ ก็นิยมใช้มีกลิ่น “พิเศษ” ที่หอมไม่เหมือนใคร
เมื่อกลิ่นหอมแปรเปลี่ยนไป ควันบุหรี่ อากาศเสีย กลิ่นยาตามโรงพยาบาล เหล่านี้สามารถบิดเบือนและลดความหอมของนํ้าหอมได้ แม้กระทั่งนํ้าหอมที่คุณแตะแต้มตามร่างกายก็มีความหอมมากน้อยต่างกันด้วย กลิ่นจะแรงเมื่อคุณแต้มตรงบริเวณที่อบอุ่นที่สุดของร่างกาย เช่นตรงที่ชีพจรเต้น แต่บางคนก็พบว่าทานํ้าหอมตรงข้อพับข้อศอก กลิ่นหอมจัดกว่า หรือไม่ก็ตรงข้อพับหัวเข่า กกหู ต้นคอ จุดเหล่านี้เป็นที่เร่งเร้ากลิ่นนํ้าหอมให้รุนแรงกว่าส่วนอื่นๆ ผู้หญิงควรจะรู้จักใช้กลิ่นหอมทุกอย่างให้เป็นประโยชน์ ใช้กลิ่นที่ แสนหวานนั้นเป็นอาภรณ์เนื้อดีหุ้มห่อเรือนกายไว้ เหมือนผ้าแพรเนื้อบางลวดลายอ่อนไหว สีหวานที่แสนเบาคลุมไหล่ และเมื่อเธอเยื้องกราย มันจะพริ้วอ้อยอิ่งพิรี้พิไรอยู่เบื้องหลัง อย่าลืมโปรยกลิ่นที่แสนหวานทิ้งไว้เมื่อคุณจากไป…เพื่อที่ใครสักคนจะรู้สึกถวิลหาคุณอยู่ไม่รู้วาย…

ฉีดน้ำหอม
อานุภาพของกลิ่นหอม
คุณทราบไหมว่า กว่าจะได้นํ้าหอมกลิ่นหนึ่งนั้นต้องผ่านกรรมวิธีซับซ้อนมากมาย ตั้งแต่ราคาขวดละไม่กี่ร้อยจนถึงหยดละพันบาท บางชนิดบางกลิ่นสูงส่งและยิ่งใหญ่ราวกับราชินีก็ไม่ปาน
นํ้าหอมเกิดจากส่วนผสมของกลิ่นหอมนับร้อยๆ กลิ่น แต่ละกลิ่นมีพลังอยู่ในตัวของมันเอง และพลังนั้นจะสำแดงออกในขั้นสุดท้าย เมื่อมันแตะแต้มอยู่ที่เนื้อตัวของคุณ บางกลิ่นแสนเบาแสนบางโชยแผ่วราวกับลมเย็น บางกลิ่นให้ความรู้สึกหนักแน่น อบอุ่น กลิ่นที่แสนสดชื่นแจ่มใสมีทั้งกลิ่นที่บีบคั้นและเร้าอารมณ์ บางกลิ่นผลิตขึ้นมาเพื่อกระตุ้นอารมณ์โดยเฉพาะ กลิ่นที่ละม้ายคล้ายยาเสพติด (มิได้หมายถึงดอกฝิ่นชนิด เดียว) ก่อให้เกิดความรู้สึกมึนงง บางกลิ่นให้ความรู้สึกซาบซ่าราวกับเพิ่งขึ้นจากน้ำ และก็มีกลิ่นที่ทำให้เกิดความง่วงเหงาหาวนอนด้วยเช่นกัน บางกลิ่นโชยเงียบกริบ แต่กลับให้ความรู้สึกหอมลํ้าลึก แม้ประสาทสัมผัสเรื่องกลิ่นของมนุษย์เราจะด้อยกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทอื่นก็ตาม แต่สัมผัสในแง่ความงาม ความน่าเกลียดน่าขยะแขยง ความรู้สึกมั่นใจ และสัญชาตญาณของความหวาดระแวงยังแจ่มชัดในจิตสำนึกของมนุษย์เสมอ
ดังนั้นในบางครั้งเมื่อแก่ตัวลงบางคนลดความสำคัญของกลิ่นหอม แต่น้ำหอม มิได้ให้แต่เพียงกลิ่นที่รื่นรมย์เท่านั้น มันยังเป็นตัวแทนของความงามความดีอยู่ด้วย ดังนั้นหญิงชราที่มีท่วงท่าสง่างาม ในชุดเครื่องแต่งกายสมาร์ทสมวัย หากจะมีกลิ่นหอมที่ละมุนละม่อมก่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นแสดงออกถึงความมีเมตตาจิต เธอผู้ชรานั้นก็จะยังคงเป็นหญิงที่น่าประทับใจผู้คนทุกเพศทุกวัยได้เช่นเดียวกัน
การผลิตนํ้าหอมให้ตรึงใจผู้ใช้ยังคงเป็นความลี้ลับที่บรรดาสำนักความงามทุกแห่งแข่งขันกันอยู่ ถึงจะมีวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย แต่กลิ่นหอมก็ยังเป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญอยู่นั่นเอง จมูกของพวกเขาสามารถรายงานได้ทันทีที่สูดกลิ่น ว่าน้ำหอมชนิดนี้มีส่วนผสมของอะไรต่อมิอะไรผสมผสานอยู่ และความยุ่งยากขั้นสุดท้ายของพวกเขาก็คือ การควบคุมรวบรวมกลิ่นทั้งหมดให้อยู่ในระดับเดียวกันและผนึกลงในขวด
และด้วยเหตุนี้เองนํ้าหอมที่ครองความเป็นราชินิของโลกจึงยังคงมีความเป็นตัวของตัวเองอยู่อย่างมั่นคง อาจจะมีคนเลียนกลิ่น แต่ก็ไม่มีวันเหมือนเป็นอันขาด และส่วนประกอบพื้นฐานของนํ้าหอมนั้นมีมาตั้งหลายพันปีก่อนคริสตศักราชเสียอีก เป็นกลิ่นที่ธรรมชาติที่สุดของชะมด ไม้จันทน์ กำมะถัน ยางไม้หอม และกำยาน เป็นต้น
ที่มาของคำว่า “น้ำหอม” (Perfume) นั้นถือกำเนิดจากการที่คนยุคก่อนเดินผ่านควันที่มีกลิ่น และกลิ่นนั้นได้ติดเนื้อตัวไปจนทำให้เขาหรือเธอกลายเป็นสิ่งที่น่าดึงดูด เมื่อเฉียดเข้าไปใกล้ และในปัจจุบันเทคโนโลยี่ทางวิทยาศาสตร์ได้เข้ามามีบทบาทกับทุกๆ สิ่ง แม้กระทั่งเรื่องของความหอมก็หนีไม่พ้น เกิดเป็นนํ้าหอมกลิ่นแปลกๆ มากมาย คุณภาพดีเยี่ยม ทั้งหอมนานหอมทนขนาดตกนํ้าไม่ไหล แต่น้ำหอมวิทยาศาสตร์พวกนี้ก็ยังไม่มีคุณค่าเทียบเท่ากับความหอมของธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นของสูงส่งทั้งคุณค่าและราคาจึงอย่าแปลกใจเลยว่าทำไมนํ้าหอมบางชนิด บางยี่ห้อ จึงมีค่าถึงหยดละเป็นพันเป็นหมื่น
ความเคยชินที่จะ “หอม’’
หญิงสาวบางคนเลือกใช้นํ้าหอมกลิ่นที่ถูกใจที่สุด แล้วก็ใช้กลิ่นนั้นไปนานแสนนาน ตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิตทีเดียว ในขณะที่อีกสาวหนึ่งกลับชอบเปลี่ยนแปลงกลิ่นหอมของเธอเองไปตามวาระและโอกาส หรือตามฤดูกาล เธอเลือกใช้กลิ่นที่สดชื่นราวกับมีสีเขียวทีเดียวให้กับตัวเองในฤดูร้อนที่แสนอบอ้าว และในหน้าหนาว เธอจะเลือกนํ้าหอมกลิ่นเครื่องเทศที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นกับตัวเอง
แล้วคุณล่ะ รสนิยมการใช้นํ้าหอมของคุณเป็นอย่างไรบ้าง คุณจะชอบใช้อย่างไร กลิ่นไหนก็ตามคุณสมควรที่จะจัดอันดับการใช้นํ้าหอมให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรส่วนตัวประจำวันด้วย ไม่น่าที่จะให้นํ้าหอมเป็นความ “พิเศษ” ในวาระที่คุณจะต้องออกไปนอกบ้าน หรือไปงานดินเนอร์หรูที่สำคัญๆ เท่านั้น
เริ่มกันตั้งแต่ในห้องนํ้ากันเลยเป็นยังไง ไม่ว่าจะเป็นสบู่หอม นํ้ามันอาบน้ำ แป้งหอมที่ใช้โรยตัว ใช้มันให้ครบถ้วนกระบวนหอมเลย เมื่อสดใสจากการอาบนํ้า ซับตัวให้แห้งแล้วฉีดโคโลญ หรือโคโลญหลังอาบนํ้าโดยเฉพาะก็ได้ให้มันซ่าไปทั้งตัว แล้วก็แต่งองค์ทรงเครื่องเสียให้เรียบร้อย จากนั้นก็หยิบหัวนํ้าหอมกลิ่นที่กระตุกหัวใจใครๆ มาแตะตรงนี้นิด ตรงโน้นหน่อย แล้วคุณก็จะทั้งสวยทั้งหอมทั้งหวานไปทั้งตัวทีเดียว
เรื่องของรสนิยมการใช้นํ้าหอมเนี่ยเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนพอๆ กับลายเซ็นในสมุดเช็คนั่นแหละ ถ้าคุณยังไม่ปลงใจกับน้ำหอมกลิ่นไหน หรือยังหาน้ำหอมที่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวไม่ได้ ก็จงเลือกใช้กลิ่นที่หอมง่ายๆ ไม่ซับซ้อนไว้ใช้ก่อนก็ได้ มีทั้งกลิ่นหอมของดอกไม้แต่ละชนิด รากไม้ ต้นไม้ใบหญ้า จนถึงกลิ่นผลหมากรากไม้ ที่ใครได้กลิ่นแล้วก็แทบจะกลืนคุณเข้าไปทั้งตัวทีเดียว
น้ำหอมบางชนิดมีกลิ่นเย้ายวนรัญจวนใจยิ่งนัก เพราะกลิ่นมาจากต่อมนํ้ามัน ของสัตว์บางชนิดนั่นเอง
ก็เพราะการใช้นํ้าหอมเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนตัวของคุณเอง บวกกับคนรอบๆ ข้างคุณด้วยในการเลือกนํ้าหอมแต่ละครั้ง ต่อไปนี้ก็คือ รายละเอียดที่ใช้บรรยายถึงกลิ่นนํ้าหอมและส่วนผสมของมัน เพื่อความเข้าใจให้ถ่องแท้ก่อนจะซื้อ เริ่มตั้งแต่อักษร A จนถึง Z
Absolute หรือ Concrete – หมายถึงนํ้ามันเข้มข้นบริสุทธิ์ แตกต่างกันตรงวิธีการที่ได้วัตถุดิบนั้น
Aldehyde    – กลิ่นหอมสังเคราะห์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในโลกของการผลิตนํ้าหอมปัจจุบัน
Ambergris – คือส่วนที่สะกัดจากเชื้อตัวผู้ของปลาวาฬ ซึ่งลอยอยู่ในมหาสมุทรหรือไม่ก็แถบชายฝั่งทะเล ส่วนใหญ่พบในมหาสมุทรอินเดียหรือแปซิฟิคตอนใต้ ใช้ทำเป็นนํ้ามันกันระเหยในนํ้าหอม
Animal Notes – เป็นน้ำมันกันระเหยตามธรรมชาติ ได้จากสัตว์บางชนิดเช่น ชะมด ตัวบีเวอร์ และเชื้อตัวผู้ของปลาวาฬ
Bergamot    – คือ น้ำมันมะกรูด หรือพืชตระกูลมิ้นท์ ของจากธรรมชาติแท้ทำให้เกิดแผ่นสีนํ้าตาลที่ผิวหนัง เวลาถูกแสงอาทิตย์ ดังนั้น ในปัจจุบันนิยมใช้ส่วนสังเคราะห์แล้ว
Bouquet    – คือส่วนผสมของนํ้าหอมที่เป็นกลิ่น มีทั้งกลิ่นของช่อดอกไม้ และเหล้าองุ่น เป็นกลิ่นที่จะทวีความหอมรุนแรงขึ้นเมื่ออากาศ ร้อนจัดขึ้น
Civet    – เป็นสารเหม็นจากตัวชะมด นำมาผสมกับน้ำหอมเพื่อกันระเหย
Chypre    – เป็นน้ำหอมชนิดพิเศษ นักวิชาการยังไม่สามารถสรุปที่มา และคำจำกัดความของมันได้ เนื่องจากความเห็นแตกต่างกัน
Citrus    – เป็นกลิ่นหอมจากผลไม้จำพวกมะนาว ส้ม (ทั้งดอกและผล) องุ่น และมะกรูด
Classics    – เป็นคำที่ใช้กับนํ้าหอมที่โด่งดังยุคก่อนปี 1940 แต่ในปัจจุบันก็ยังคงนิยมใช้คำนี้อยู่ หมายถึงนํ้าหอมที่ได้รับความนิยมระดับ “ราชินี” ของความหอม
Cologne    – เป็นคำที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 18 ในเมืองโคโลญ หมายถึง นํ้าที่ใช้อาบ ในปัจจุบันหมายถึงกลิ่นหอมหรือนํ้าหอมที่มืuกลิ่น เจือจาง
Enfleurage – เป็นวิธีการของชาวฝรั่งเศสที่สะกัดกลิ่นหอมจากดอกไม้ ด้วยการกระตุ้นให้ดอกไม้ปล่อยกลิ่นหอมออกมาเมื่อได้รับไขมันบริสุทธิ์ที่เย็นจัด อีกความหมายหนึ่งก็คือการขจัดแอลกอฮอล์ออกไป คงเหลือไว้แต่กลิ่นหอมที่ต้องการ
Essential Oils – เป็นน้ำมันได้จากการกลั่น
Fixative    – คือสารที่ระเหยได้เร็วมาก จนต้องควบคุมการระเหยให้น้อยลงด้วยการผสมกับสารสังเคราะห์ที่ได้จากสัตว์ตามธรรมชาติ เช่น ชะมด กวาง อสุจิปลาวาฬ
Floral หรือ Flowery – คือกลิ่นหอมของดอกไม้แต่ละชนิดเช่น กลิ่นกุหลาบ มะลิ ฯลฯ แม้จะมีส่วนผสมจากสารอื่นบ้าง แต่ก็เจือจาง ส่วน Floral bouquets หรือ Flowery scents เป็นกลิ่นผสมของ ดอกไม้หลายๆ ชนิด อาจจะมีส่วนอื่นผสมบ้าง แต่เป็นกลิ่นของดอกไม้ชัดเจนกว่ากลิ่นอื่น
Fruity    – เป็นสารผสมมีกลิ่นผลไม้เข้มข้น เช่น ลูกพีช แอปเปิ้ล สับปะรด เป็นต้น
Grasse    – ชื่อเมืองโบราณบนภูเขาทางตอนใต้ของฝรั่งเศส มีชื่อเสียงเพราะเป็นศูนย์กลางการผลิตนํ้าหอมของฝรั่งเศส หมายถึงนํ้า หอมที่มีชื่อเสียงมาก เพราะสกัดและกลั่นมาจากวัตถุดิบที่ได้จากธรรมชาติโดยแท้ ทั้งจากดอกไม้ สมุนไพร รากไม้ เครื่องเทศ ใบไม้และต้นไม้ ซึ่งบางชนิดขึ้นเฉพาะที่นี่ บางชนิดสั่งเข้ามาจากต่างประเทศ องค์ประกอบที่ได้จากธรรมชาติซึ่งหาได้ยาก เมื่อนำมารวมกันผสมผสานกันอย่างดี จึงเกิดเป็นน้ำหอมชนิดใหม่ขึ้น และมีชื่อเสียงก้องโลก
Green – ความหมายของสีเขียวชัดเจนอยู่แล้ว น้ำหอมกลิ่นนี้สดชื่น
และสะอาด ผสมขึ้นจากสีเขียวของไพน์ เฟิร์น มอส หญ้า ดอกไม้ และผลไม้ ตระกูลไซทรัส (มะนาว ส้ม ฯลฯ)
Herbal    – เป็นกลิ่นหอมของ โรสแมรี่ มิ้นท์ บางทีก็ลาเวนเดอร์ หอมแรงเป็นพิเศษ
Hyacinth    – เป็นนํ้าหอมที่มาดาม เดอ ปอมปาดูร์ โปรดปรานเป็นพิเศษ แพงลิบจนมีแต่เศรษฐีเท่านั้นที่สามารถจะมีกลิ่นหอมนี้ เป็นกลิ่นประจำตัวได้ ปัจจุบันได้เติมส่วนผสมของ floral หรือ ‘Spring Flower’ เข้าไปในน้ำหอมนี้อีกด้วย
Incense    – เป็นวิธีการสร้างบรรยากาศแบบโบราณให้หอมอบอวล
ด้วยการเผานํ้ามันให้ไหม้จนกลิ่นกระจายไปทั่ว นอกจากกลิ่นนํ้ามันแล้ว ยังมีกลิ่นธูปและเครื่องหอมอื่นๆ ด้วย
Jasmine    – เป็นส่วนผสมของกลิ่นหอมที่มีคุณค่ารองจากกลิ่นกุหลาบ มักผสมอยู่ในน้ำหอมที่ได้รับความนิยมของโลกทั่วไป สกัดมา จากดอกไม้สีขาวกลิ่นหอมรุนแรง
Kyphi – เป็นชื่อนํ้าหอมที่หรูหรามากของชาวอียิปต์โบราณ ได้รับ
ความนิยมมากก็เพราะเป็นนํ้าหอมที่คลีโอพัตราโปรดปราน ส่วนผสมก็มีสมนไพร ยางไม้ และต้นไม้โบราณ เช่น ต้นมดยอบ ต้นเทียน หรือจากผลไม้อย่างองุ่นแห้ง
Linger – หมายถึงการมีประสิทธิภาพในการคงอยู่เนิ่นนานของกลิ่นหอม โดยเติมส่วนผสมของสารสังเคราะห์ที่ได้จากสัตว์เช่นชะมด กวาง อสุจิปลาวาฬ เป็นการค้นพบใหม่เมื่อไม่นานมานี้เอง
Modern – คือส่วนผสมขั้นพื้นฐานของนํ้าหอม เป็นสารที่สังเคราะห์จากกลิ่นดอกไม้สีเขียว สมุนไพร จนถึงกลิ่นร้อนแรงของเครื่อง
เทศ ผสมผเสกันจนในบางครั้งไม่สามารถจาระไนได้ครบถ้วน
Musk – เป็นสารยึดติดอีกชนิดหนึ่งสะกัดมาจากต่อมไขมันของกวาง
ในธิเบต เป็นสารที่มีคุณภาพในการทำให้กลิ่นหอมคงทนติดเนื้อติดตัวได้นาน ระเหยหายไปช้า เล่ากันว่าจักรพรรดินีโยเซฟินก็นิยมใช้สารนี้เช่นกัน ห้องของพระนางมีกลิ่นหอมอบอวลอยู่นาน แม้พระนางจะสิ้นพระชนม์ไปนานแล้วก็ตาม
Nose – หมายถึงผู้ที่มีนาสิกชนิดพิเศษ ไวกลิ่นหอมทุกชนิด นั่นก็คือ
บรรดาผู้เชี่ยวชาญเรื่องของนํ้าหอมโดยเฉพาะ จมูกพิเศษของเขาสามารถบันทึกกลิ่นหอมของนํ้าหอมได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ไม่เพียงแต่แค่นั้น เขาสามารถบอกได้ทันทีว่ากลิ่นหอมนั้น มีส่วนผสมของเครื่องหอมชนิดใดบ้าง ในขณะเดียวกันพวกนี้ ก็คิดค้นกลิ่นหอมใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อสร้างสรรค์โลกด้วยกลิ่น ด้วยเช่นเดียวกัน
Orange Flower – เป็นกลิ่นหอมที่ชวนให้มึนเมายิ่งนัก สัญลักษณ์ของความเป็นหนุ่มเป็นสาว และผู้ที่จะเป็นเจ้าสาวด้วย กลั่นจากดอกส้ม ของต้นส้มหวาน เป็นส่วนผสมที่นํ้าหอมทั้งเก่าและใหม่นิยมผสมไว้
เนโรลี เป็นกลิ่นหอมที่ได้จากต้นส้มเช่นกัน แต่เป็นต้นส้มรสขม ซึ่งให้กลิ่นหอมสดชื่นและแห้งกว่า
Oriental – เป็นกลิ่นหอมที่ได้จากนํ้ามันและยางจากต้นไม้หอมของดินแดนทางตะวันออก ให้กลิ่นฟุ้งตลบและความรู้สึกอบอุ่นแก่ผู้ใช้ โดยมีส่วนผสมอื่นๆ จากต่อมไขมันกวาง อสุจิปลาวาฬ หรือไม่ก็เป็นกลิ่นหอมจากดอกไม้กลิ่นฉุนเฉียวอย่าง ทิวโรส การ์เดเนีย และมะลิ
Otto, Attar – เป็นกลิ่นหอมที่เข้มข้นซึ่งเกิดจากการระเหย ปกติให้กับดอกกุหลาบ
Patchouli    – เป็นนํ้ามันที่ได้จากต้นไม้ซึ่งมีกลิ่นแห้งๆ คล้ายเปลือกดินสอ มักขึ้นอยู่ในอินเดียตะวันออก เป็นกลิ่นที่อบอวลอยู่กับผ้าคลุมไหล่แคชเมียร์ที่ผู้หญิงในสมัยวิคตอเรียนใช้กันเป็นประจำ
Rose     – เป็นดอกไม้ตระกูลใหญ่ แตกแขนงไปหลากหลาย เช่น musk,rose, tea rose เป็นกลิ่นที่หวานมาก ได้รับความนิยมและคำยกย่องที่สุดก็คือกุหลาบบุลกาเรียน กุหลาบนอกจากจะเป็นราชินีของดอกไม้แล้วยังเป็นราชินีแห่งกลิ่นหอมด้วย ถ้าโลกนี้ปราศจากดอกกุหลาบเสียแล้ว บรรดาน้ำหอมทั้งหลายจะไม่มีปริมาณมากมายอย่างทุกวันนี้เป็นอันขาด ดอกกุหลาบมีคุณค่าจึงมีราคาแพง ทราบไหมว่ากลีบกุหลาบหนัก 1 ตันน่ะ เมื่อนำมาบดและคั้นเอากลิ่นของมันนั้นได้เพียงหนึ่งปอนด์เท่านั้นเอง ควีนเอลิซาเบธที่ 1 หลงใหลกลิ่นหอมของกุหลาบเหลือเกินถึงกับสั่งให้นางกำนัลทำน้ำกุหลาบถวายพระนางทุกครั้ง ที่มีการประชุมข้าราชบริพาร
Roots – เป็นส่วนผสมของรากต้นไอริส (คล้ายต้นพุทธรักษา) หรือหญ้าเวติเอร์ เป็นตัวการที่ทำให้เกิดนํ้าหอมกลิ่นไวโอเล็ต
Sandalwood – เป็นกลิ่นหอมจากไม้กาฝากที่มักจะเกาะต้นฮั่นโดยเฉพาะ พบมากในอินเดียและออสเตรเลีย
Spice – เป็นกลิ่นหอมที่ออกฉุนกว่ากลิ่นจากดอกไม้ปกติ แต่กลิ่นเบากว่าประเภท Oriental ปกติจะใช้ดอกไม้ที่มีกลิ่นแบบเครื่องเทศ เช่น ขิง ซินิมอน และกานพลู
Synthetics – นี่คือก้าวใหม่ของนํ้าหอมที่ผลิตขึ้นทางกรรมวิธีวิทยาศาสตร์ 100% เป็นตัวการที่ป้องกันมิให้นํ้าหอมราคาสูงเสียจนสามัญชนไม่มีโอกาสได้หอมกับเขาบ้างเลย
Top Note    – นั่นคือวูบแรกที่ผิวของคุณถูกต้องกับน้ำหอม เป็นสัมผัสที่ก่อให้เกิดความรู้สึกอุ่นที่ผิวหนัง และจากนั้นก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า Middle Note และขั้นที่สาม Base Note คือกลิ่นจากนํ้าหอมจะติดตรึงผิวกายของคุณต่อไป
Tuberose    – เป็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง เห็นมีคำว่า โรส แต่ความจริงมันไม่เกี่ยวข้องกับกุหลาบเลยแม้แต่นิดเดียว มีกลิ่นและลักษณะเฉพาะตัว ที่ให้ความรู้สึกเมามันไปอีกแบบหนึ่ง
Varieties    – เป็นศัพท์เฉพาะใช้กับนํ้าหอม หมายถึงการแยกประเภทของน้ำหอมออกไปตามบุคลิกของกลิ่น เช่น floral, green. Oriental, fruity, chypre
Vetiver – เป็นน้ำมันเข้มข้นที่กลั่นจากรากของต้นหญ้าชนิดพิเศษ ขึ้นในหมู่เกาะแถวมหาสมุทรอินเดีย มีกลิ่นหอม
Violet – ดอกไม้ที่คุณค่าในการผลิตนํ้าหอมทั้งต้นทั้งดอกทีเดียว แต่ก็สกัดเอากลิ่นของมันมาทำประโยชน์ได้ยากเย็นแสนเข็ญ ซึ่งรากของต้นไซรัสมีกลิ่นใกล้เคียงไวโอเล็ตทีเดียว ดังนั้น กลิ่นไวโอเล็ตของนํ้าหอมที่คุณใช้อาจจะเป็นกลิ่นรากต้นไชริสก็เป็นได้ อนึ่ง ไวโอเล็ตนี้เป็นดอกไม้ที่พระนางโยเซฟินโปรดปรานเป็นพิเศษด้วย
X – คือคุณภาพของนํ้าหอมที่เกิดขึ้นใหม่เนื่องจากการทำปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างนํ้าหอมที่คุณใช้กับผิวหนังของคุณเอง และเกิดเป็นกลิ่นใหม่ที่มีลักษณะเฉพาะของคุณเอง
Ylang Ylang – คือกลิ่นหอมของนํ้าหอมที่กลิ่นหวานเจือขม ได้จากดอกไม้ชื่อเดียวกัน ความหมายของชื่อ “ดอกไม้ของมวลดอกไม้” เป็นภาษาพื้นเมืองของชาวเกาะทะเลใต้
Zanzibar    – ดินแดนแห่งเครื่องเทศ เป็นที่มีอากาศกลิ่นเครื่องเทศอวลตรลบโดยเฉพาะ กานพลู
หอม… ห๊อม… หอม… อย่าสักแต่ว่า หอม
-อย่าซะโลมนํ้าหอมกลางแดดแจ๋ เพราะส่วนผสมบางอย่างของนํ้าหอมที่ติดตัวผิวหนังของคุณ เมื่ออยู่กลางแสงอาทิตย์จะทำให้คุณเกิดอาการแพ้ มีรอยผื่นและคัน คุณก็จะกลายเป็นสาวน้อยคันคะเยอ แทนที่หอมหวานอย่างที่หวัง ดังนั้น อย่าริหอมกลางแดดดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นชายหาด สระอาบนํ้า หรือบนภูเขาสูงปกคลุมด้วยหิมะก็ตาม เก็บนํ้าหอมไว้หว่านกลิ่นเสน่ห์ยามคํ่าเข้าท่ากว่าแน่
-เก็บนํ้าหอมทุกขวดไว้ในที่มืดและเย็น เนื่องจากแสงสว่างสามารถทำปฏิกิริยาทางเคมีเปลี่ยนกลิ่นหอมตามธรรมชาติของมัน ปิดฝานํ้าหอมให้แน่นและเก็บให้มิดชิดกลิ่นของมันจะคงเดิมแม้เวลาจะผ่านไปเป็นปีเป็นเดือน ตรงกันข้ามปิดฝาบ้างไม่ปิดบ้าง วางอาบแดด ความร้อน อ๊อกซิเย่นจะทำปฏิกิริยาต่อกัน นํ้าหอมแสนแพงของคุณก็จะเสื่อมคุณภาพเร็ว
-เลือกกลิ่นนํ้าหอมใจร้อนไม่ได้ และอย่าพยายามเลือกทีละหลายกลิ่น เพราะความรับรู้เรื่องกลิ่นของจมูกจะสับสน
ถ้าคุณเลือก 3 กลิ่นฉีดหรือทานิดหน่อยที่ข้อมือด้านใน กลิ่นที่สองที่ข้อมือ อีกข้างหนึ่ง กลิ่นที่สามตรงหลังมือ ทิ้งไว้ 1 นาทีเพื่อให้เวลากลิ่นนํ้าหอมทั้งสาม แสดงกลิ่นที่แท้จริงของมัน แล้วจึงบรรจงสูดกลิ่นทีละกลิ่น และถ้าจะปลงใจซื้อละก็ ดมทั้งสามกลิ่นอีกครั้งหนึ่งอีกครึ่งชั่วโมงถัดไป
-เห็นหัวนํ้าหอมขวดกระจิ๋วหลิวแค่นั้นไม่ได้ ควรคำนึงถึงอานุภาพที่ฟุ้งกระจายของมันด้วย ระวังสักนิด ใช้โอเดอโคโลญทั้งหลายตอนกลางวัน ส่วนหัวนํ้าหอมที่ฉุนเก็บไว้ใช้ตอนกลางคืน และควรพิถีพิถันเรื่องกลิ่นหอมทั่วไปด้วย ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง นํ้ามันอาบนํ้า โลชั่นทาตัว แป้งฝุ่นโรยตัว สบู่ ยาดับกลิ่น หาชนิดที่มีกลิ่นเดียวกันเข้าไว้ เครื่องหอมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเทียนไข ที่แขวนเสื้อ ถุงหอมสำหรับตู้เสื้อผ้า แม้แต่สเปรย์ เพื่อว่าทุกอย่างที่ล้อมรอบตัวคุณจะได้มีกลิ่นเดียวกันหมด
-เดินทางกับกลิ่นหอมที่โปรดปราน ไม่อยากยกขวดใหญ่ไปด้วยเพราะไม่สะดวก อย่าได้ริแบ่งน้ำหอมใส่ขวดพลาสติคเล็กๆ เป็นอันขาด กลิ่นรวมทั้งนํ้าหอมจะระเหยไปหมด หาชนิดที่บรรจุเป็นขวดปิดฝาเล็กๆ หรือเป็นสเปรย์ฉีดขนาดพกติดตัวไว้ดีกว่า
-ฉีดนํ้าหอมที่ชอบลงบนที่รองรีดผ้าเวลาจะรีดเสื้อผ้าด้วย
-ใช้นํ้าหอมห้ามโอ้เอ้ศาลาราย เปิดขวดก็ควรจะใช้ทันที จะให้ส่วนไหนหอมก็ทาเข้าฉีดเข้า ถ้ามัวรีรอตาลอย คุณจะสูญเสียนํ้าหอมให้กับอากาศไปเฉยๆ ไม่ประหยัดเลย
ที่มา:เฟลิซิตี้ คลาร์ก แปลโดย “นวลพรรณ”

แบบผมสวยอื่น ๆ: