การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์แต่ละสัปดาห์

คุณแม่หลายคนคงอยากจะรู้ว่าลูกน้อยในครรภ์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้างในแต่ละสัปดห์ เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงของลูกคือความสุขของคุณแม่ แม้ว่าคุณแม่อาจจะมองไม่เห็นว่าลูกน้อยมีลักษณะอย่างไร แต่คุณแม่ก็สามารถเรียนรู้ได้ว่าการเติบโตของทารกในครรภ์นั้นเป็นอย่างไรบ้างในแต่ละสัปดาห์ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีภาวะการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์มาให้เพื่อน ๆ ได้ลองจินตนาการถึงความเปลี่ยนแปลงของลูกน้อยดูค่ะ

เจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์แต่ละสัปดาห์

คุณผู้หญิงส่วนมากมักจะทราบกันแล้วว่า การขาดหายไปของประจำเดือนซึ่งมาตามกำหนดทุกเดือนนั้น เป็นสัญญาณของการตั้งครรภ์ (ยกเว้นคุณผู้หญิงที่อยู่ในวัยใกล้หมดประจำเดือน)
เนื่องจากการตั้งครรภ์เกิดจากการปฏิสนธิ  หรือการผสมของไข่กับตัวอสุจิจากฝ่ายชาย  ในระหว่างวันที่ ๑๓-๑๕ ของรอบประจำเดือน ภายหลังจากนี้จึงไม่มีประจำเดือนออกมาอีกเลยตลอดระยะตั้งครรภ์  ซึ่งกินเวลาถึง ๓๘-๔๐ สัปดาห์
ดังนั้น ถ้าคุณเกิดมีเลือดออกจากช่องคลอดในระยะที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ถือว่าผิดปกติ ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที อย่าคิดว่าไม่เป็นไร เพราะอันตรายอาจเกิดขึ้นกับตัวของคุณหรือชีวิตของทารกในครรภ์ได้
การคาดคะเนกำหนดคลอด
คุณอยากทราบแน่ๆ ว่าเมื่อไรจะถึงกำหนดคลอด ไม่ยากเลย เพียงแต่คุณนับถอยหลังจากวันแรกของการมีประจำเดือนรอบสุดท้ายไป ๓ เดือน บวก ๗ วัน ได้วันที่เท่าไร  กำหนดคลอดจะอยู่ในช่วงระหว่างก่อนหน้าหรือหลังจากวันที่หาได้ ๒ สัปดาห์
เช่น วันแรกของการมีประจำเดือนรอบสุดท้ายคือวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ นับถอยหลัง ๓ เดือน จะตรงกับวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน บวก ๗ วัน ได้เป็นวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน กำหนดคลอดจะอยู่ในช่วงระหว่างก่อนหน้าหรือหลังวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒ สัปดาห์ นั่นคือระหว่างวันที่ ๗ พฤศจิกายน ถึง ๕ ธันวาคม ที่จะถึงนี้
การตั้งครรภ์เกินกำหนดคลอดมากกว่า ๒ สัปดาห์ อาจทำให้ทารกในครรภ์มีอันตรายได้ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าควรทำอย่างไร
แต่ถ้าคุณคลอดก่อนกำหนดเกินกว่า ๔ สัปดาห์ ถือว่าคลอดก่อนกำหนด  ทารกจะยังไม่แข็งแรง จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ การดูแลสุขภาพในขณะตั้งครรภ์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก
การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์
เมื่อคุณแน่ใจว่าตั้งครรภ์ คุณจะลูบคลำท้องน้อยอยู่บ่อยๆ แล้วคิดว่า นี่ท้องเราโตขึ้นแล้วหรือยัง
การเจริญเติบโตในระยะ ๓ เดือนแรกของครรภ์ จะยังไม่ทำให้หน้าท้องของคุณโตขึ้น หลังจากนี้จึงจะสามารถคลำได้
    ๑. การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์
การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์จะค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อย โดยที่ภายหลังจากไข่ถูกตัวอสุจิผสมแล้ว ก็จะเคลื่อนมาฝังตัวอยู่ในโพรงมดลูก
สัปดาห์ที่ ๑  จะพบว่าตัวอ่อนนั้นยาวเพียง ๐.๕ มิลลิเมตร มดลูกยังมีขนาดเท่าปกติและหนัก ๕๐ กรัมเท่าเดิม
    สัปดาห์ที่ ๒ ตัวอ่อนจะยาว ๒ มิลลิเมตร มีหัว หาง และเริ่มมีทางเดินอาหาร ตัวอ่อนนี้จะฝังอยู่ตื้นๆ ในเยื่อบุโพรงมดลูก
  สัปดาห์ที่ ๓ ตัวอ่อนจะเห็นเป็นตัวอย่างชัดเจน เริ่มมีหัวใจเกิดขึ้น มีตุ่มแขน ขา ทั้งหมดนี้อยู่ในถุงน้ำคร่ำที่ห่อหุ้มอย่างสมบูรณ์
    สัปดาห์ที่ ๘ ตัวอ่อนยาวขึ้นเป็น ๔ เซนติเมตร น้ำหนัก ๓ กรัม ศีรษะใหญ่กว่าลำตัว สมองเริ่มเจริญ ใบหน้าปรากฎตา หู จมูก เริ่มสร้างอวัยวะเพศ แต่ยังแยกเพศไม่ได้ว่าเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย สายสะดือที่หน้าท้องก็สมบูรณ์ขึ้น
ขนาดของมดลูกจะโตประมาณลูกเทนนิส จึงทำให้ยังไม่สามารถคลำได้ทางท้องน้อย ในระยะนี้มดลูกจะคว่ำหน้ามาก จนไปกดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ถ่ายปัสสาวะบ่อย
สัปดาห์ที่ ๑๒ (เดือนที่ ๓) ตัวอ่อนยาว ๙ เซนติเมตร น้ำหนัก ๓๐ กรัม ใบหน้ามีลักษณะชัดเจนขึ้นมาก แขน ขา ยาวออกมา มีกระดูกบางชิ้น มีนิ้วมือ นิ้วเท้า และเล็บอ่อน เริ่มแยกเพศได้ มดลูกมีขนาดโตขึ้น คลำได้เหนือหัวหน่าว
    สัปดาห์ที่ ๑๖ (เดือนที่ ๔) ตัวยาว ๑๖ เซนติเมตร น้ำหนัก ๑๕๐ กรัม แยกเพศได้ชัดเจน ผิวหนังสีแดง เริ่มมีปอด และลำไส้
ขอบบนของมดลูกสามารถคลำได้ โดยจะอยู่ที่ระดับ ๒/๓ ของระยะทางจากหัวหน่าวไปถึงสะดือ
    สัปดาห์ที่ ๒๐ (เดือนที่ ๕) ตัวยาว ๒๕ เซนติเมตร น้ำหนัก ๓๐๐ กรัม เริ่มมีไขมันคลุมผิวหนัง มีขน ผม เล็บยาวมากขึ้น สามารถฟังเสียงหัวใจผ่านหน้าท้องแม่ได้
ขอบบนของมดลูกอยู่ตรงระดับสะดือพอดี

การตั้งครรภ์

ภาพที่ ๗ แสดงถึงระดับขอบบนของมดลูกที่สามารถคลำได้ทางหน้าท้อง
    สัปดาห์ที่ ๒๔ (เดือนที่ ๖) ตัวยาว ๓๐ เซนติเมตร น้ำหนัก ๗๐๐ กรัม ผิวหนังจะเหี่ยวย่น เพราะยังไม่ได้สร้างไขมันใต้ผิวหนัง มีขนคิ้ว และขนตา
ขอบบนของมดลูกจะอยู่ประมาณ ๑/๔ ของระยะทางจากสะดือไปยังลิ้นปี่
    สัปดาห์ที่ ๒๘ (เดือนที่ ๗) ตัวยาว ๓๕ เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ ๑,๐๐๐-๑,๒๐๐ กรัม เคลื่อนไหวแขนขามากขึ้น
ขอบบนของมดลูกจะอยู่ประมาณกึ่งกลางระหว่างสะดือกับลิ้นปี่
    สัปดาห์ที่ ๓๒ (เดือนที่ ๘ ) ตัวยาว ๔๐ เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ ๑,๕๐๐-๑,๘๐๐ กรัม ผิวหนังตึงเพราะมีไขมันใต้ผิวหนังมากขึ้น
ขอบบนของมดลูกจะอยู่ประมาณ ๓/๔ ของระยะจากสะดือถึงลิ้นปี่
    สัปดาห์ที่ ๓๖ (เดือนที่ ๙) ตัวยาว ๔๕ เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ ๒,๐๐๐-๒,๕๐๐ กรัม ผิวหนังตึงมากขึ้น
ขอบบนของมดลูกจะอยู่ระดับใต้ลิ้นปี่
    สัปดาห์ที่ ๔๐ ทารกเจริญเติบโตครบกำหนด ตัวยาวประมาณ ๕๐ เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ ๒,๕๐๐-๓,๐๐๐ กรัม
ระดับขอบบนของมดลูกจะลดลงมาอยู่ระดับเดียวกับขณะตั้งครรภืได้สัปดาห์ที่ ๓๒ จึงเรียกระยะนี้ว่า ระยะท้องลด
ระยะท้องลด ส่วนใหญ่จะพบในครรภ์แรก ในครรภ์หลังอาจลดลงเพียงเล็กน้อย หรือไม่ลดลงเลยจนถึงระยะเจ็บครรภ์คลอด
    ๒. การแท้ง การคลอดก่อนกำหนด การคลอดเกินกำหนด
การแท้ง หมายถึง การคลอดทารกที่มีอายุครรภ์น้อยกว่า ๒๘ สัปดาห์(เดือนที่ ๗) หรือมีน้ำหนักทารกแรกคลอดต่ำกว่า ๑,๐๐๐ กรัม ทารกจะเสียชีวิตเกือบทั้งหมด
การคลอดก่อนกำหนด หมายถึง การคลอดที่อายุครรภ์ตั้งแต่ ๒๘ สัปดาห์ขึ้นไปจนถึง ๓๗ สัปดาห์ หรือน้ำหนักทารกแรกคลอดตั้งแต่ ๑,๐๐๐ กรัมขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๒,๕๐๐ กรัม ทารกจะสามารถเลี้ยงจนรอดชีวิตหรือไม่ขึ้นอยู่กับน้ำหนักทารก ภาวะแทรกซ้อนที่พบภายหลังการคลอด ตลอดจนความรู้ความชำนาญของผู้ดูแล และเครื่องไม้เครื่องมือที่มีในขณะนั้น
การคลอดเกินกำหนด หมายถึง การคลอดที่อายุครรภ์เกิน ๔๒ สัปดาห์เป็นต้นไป ปัจจุบันเรามักจะไม่ปล่อยให้มีการคลอดเกินกำหนดเนิ่นนานมากไป  เพราะจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของทารกในครรภ์ เนื่องจากรกเริ่มเสื่อมสภาพ น้ำคร่ำเริ่มลดน้อยลง ทารกในครรภ์อาจประสบปัญหาขาดออกซิเจนได้โดยง่าย
   ๓. รก
การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์เกิดขึ้นได้โดยอาศัยรกเป็นสำคัญ
รก  โดยทั่วไปมีลักษณะกลม แบน กว้างประมาณ ๑๕-๒๐ เซนติเมตร หนา ๒-๓ เซนติเมตร หนักประมาณ ๕๐๐ กรัม ปลายด้านหนึ่งของรกเกาะที่ผนังเยื่อบุโพรงมดลูก อีกปลายหนึ่งต่อกับสายสะดือของทารก
อาจกล่าวได้ว่า การเกาะยึดของทารกในครรภ์จะเหนียวแน่นเพียงไร ขึ้นอยู่กับการเกาะยึดของรก
การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์  เกิดขึ้นได้เนื่องจากการได้รับอาหาร น้ำ ออกซิเจน เกลือแร่ ฮอร์โมน และภูมิคุ้มกันจากแม่ ผ่านผนังด้านในของมดลูกและผ่านรก ส่วนการขับถ่ายของเสียจากทารก ก็จะผ่านทางรกกลับไปยังแม่เช่นกัน
สารพาบางอย่างที่แม่เสพ ดื่ม กินเข้าไป เช่น ยาเสพติด ยาบางอย่าง เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ กาแฟ บุหรี่ และโรคบางอย่าง เช่น โรคหัดเยอรมัน โรคเอดส์ ก็สามารถผ่านทางรกเข้าไปสู่ทารกได้
คุณจึงควรกินอาหารที่มีคุณค่า ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงสมบูรณ์ในระหว่างตั้งครรภ์ หลีกเลี่ยงสารมีพิษต่างๆ และการกระทบกระเทือนที่มากเกินไป รวมถึงการออกแรงอย่างมากในการดึง ดัน และยกด้วย
    ๔. น้ำคร่ำ
น้ำคร่ำ  เป็นของเหลว สีขาวนวล หรือใส อยู่โดยรอบตัวของทารกมีปริมาณ ๕๐๐-๑,๕๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ปริมาณของน้ำคร่ำจะมากหรือน้อยขึ้นตามขนาดการเจริญเติบโตของทารก
ประโยชน์ของน้ำคร่ำ คือ เป็นเกราะป้องกันอันตรายต่อทารก ช่วยให้ทารกเคลื่อนไหวได้สะดวก และช่วยรักษาอุณหภูมิของทารกในครรภ์อีกด้วย
ในขณะคลอด มดลูกบีบรัดตัวเพื่อขับทารกออกมา น้ำคร่ำยังช่วยให้เกิดความสมดุลของความกดดันต่อตัวทารก และป้องกันการกระทบกระเทือนต่อการหมุนเวียนของเลือดที่รก
เมื่อทารกคลอด น้ำคร่ำยังช่วยชะล้าง และหล่อลื่นช่องคลอด ทำให้การคลอดสะดวกขึ้น
    ๕. มดลูก
ตัวมดลูกเองในขณะตั้งครรภ์ก็จะขยายขนาดขึ้นจาก ๕๐ กรัม เป็น ๑,๐๐๐ กรัม เมื่อครรภ์ครบกำหนด โดยจะมีการขยายขนาดใหญ่และแข็งแรงขึ้นในชั้นกล้ามเนื้อของผนังมดลูก  ทั้งนี้เพื่อช่วยขับดันทารกออกจากมดลูกเมื่อครรภ์ครบกำหนด ซึ่งเรียกว่า การคลอด
ปริมาณเลือดที่มาหล่อเลี้ยงในมดลูกก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย
ตลอดระยะเวลาของการตั้งครรภ์ มดลูกจะมีการหดตัวเป็นระยะไม่สม่ำเสมอ  โดยที่ไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด แต่เมื่อถึงเดือนสุดท้ายที่ครรภ์ครบกำหนด มดลูกอาจจะบีบตัวมากขึ้นทุก ๑๐-๒๐ นาที และอาจเป็นจังหวะแต่ไม่สม่ำเสมอ ทำให้รู้สึกเจ็บครรภ์ จนทำให้คุณเข้าใจผิดคิดว่าจะคลอด
การเจ็บครรภ์ชนิดนี้เรียกว่า เจ็บครรภ์หลอก เพราะปากมดลูกจะยังไม่เปิด และไม่เจ็บถี่ขึ้นหรือรุนแรงเหมือนการเจ็บครรภ์จริง
    ๖. ปากมดลูก
ปากมดลูก  เป็นอีกส่วนหนึ่งของอวัยวะสืบพันธุ์ที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยจะมีเมือกที่ปากมดลูกในขณะตั้งครรภ์  เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่จะเข้าไปในมดลูก  และจะมีเลือดมาคั่งมาก จนทำให้นุ่มเหมือนริมฝีปาก ยิ่งใกล้คลอดยิ่งนุ่มมาก มีขนาดสั้น และบางลง

ที่มา: อาจารย์สุมนา  ตัณฑเศรษฐี
    นายแพทย์ศิริพงศ์  ตัณฑเศรษฐี
    นายแพทย์สมเกียรติ  คูอมรพัฒนะ

แบบผมสวยอื่น ๆ: