วิธีทาบลัชออนชนิดต่าง ๆ และการเลือกสีบลัชออน

บางครั้งแค่การเปลี่ยนสีบลัชออน ก็ถือเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตไปได้เลยเหมือนกันนะคะ เพราะหากเราเลือกสีบลัชออนได้เข้ากับสีผิว ก็จะช่วยให้ผิวพรรณดูผ่องใส น่ามอง มีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตเลยทีเดียว เพราะว่าเรารู้สึกดีกับตัวเองยังไงล่ะคะ วันนี้เรามาดูวิธีการทาบลัชออนชนิดต่าง ๆ และเทคนิคการเลือกสีบลัชออนให้เข้ากับสีผิว หรือเสื้อผ้าของเพื่อน ๆ เพื่อส่งเสริมให้เพื่อน ๆ ยิ่งดูดีขึ้นไปอีก

บลัชออนชนิดต่าง ๆ และการเลือกสีสัน

บลัชเชอร์

บลัชเซอร์เข้ามาแทนที่รูจทาแก้มในสมัยโบราณ และสมัยโบราณก่อนจะมี รูจทาแก้ม ผู้หญิงจะแอบหยิกแก้มตัวเองเพื่อให้เกิดสีสันขึ้น พวกเธอรู้ดีว่านี่เป็นวิธีทำให้แก้มแดงตามธรรมชาติซึ่งจะทำให้เธอดูสวยขึ้น ยุคนี้สาวๆ จะมีบลัชเชอร์เป็นเครื่องมือประจำตัวสำหรับทำให้แก้มแดง อย่าไปแอบหยิกเล็บให้เจ็บเนื้ออยู่เลยนะคะ ส่วนสีทาแก้มก็มากันหลายรูปหลายแบบ เป็นครีม เป็นวุ้นหรือแป้ง แน่ละแต่ละแบบ ย่อมมีวิธีใช้ต่างกัน
การทำให้แก้มแดงเป็นขั้นตอนต่อไปของการแต่งหน้า ถ้าคุณใช้สีทาแก้มประเภทที่เป็นแป้งผง คุณก็จะต้องใช้มันหลังจากที่ลงแป้งผัดหน้าแล้ว ถ้าเลือกใช้ชนิดวุ้นก็ต้องใช้หลังจากรองพื้นเสร็จ และไม่จำเป็นต้องใช้แป้งผัดหน้าซํ้าด้วย เพราะสีทาแก้มชนิดวุ้นคิดขึ้นเพื่อให้ดูโปร่งตาที่สุด
การใช้สีทาแก้มไม่ว่าประเภทไหนก็ตาม วิธีทาลงกับแก้มของคุณสำคัญทั้งนั้น ก่อนอื่นคุณจะต้องรู้เสียก่อนแก้มของผู้หญิงควรจะแดงตรงไหน จ้องหน้าตัวเอง ในกระจกเงาซิคะ มองตรงๆ แล้วใช้นิ้วจิ้มตรงกระดูกโหนกแก้มใต้ลูกตาทั้งสองข้าง ตรงนี้แหละคือบริเวณที่จะลงสีทาแก้ม ระบายให้เรื่อกลมกลืนขึ้นไปตามแนวกระดูกแก้มขึ้นไปหาเส้นกรอบผม อย่าให้เข้ามาใกล้จมูกหรือกระพุ้งแก้มมากเกินไป สีทาแก้มแดงเรื่อชมพูมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้ใบหน้าของคุณดูสุขภาพดีค่ะ ไม่ใช่กำลังไข้ขึ้นจนหน้าแดงกํ่าอย่างนั้น
นอกจากช่วยให้ใบหน้ามีเลือดฝาดแสดงถึงความสมบูรณ์ของสุขภาพแล้ว สีทาแก้มยังช่วยแก้รูปหน้าที่บกพร่องให้ดีขึ้นด้วย ก็จะมีกี่คนในโลกคะที่มีรูปหน้าได้สัดส่วนเปี๊ยบ การที่รูปหน้าไม่ได้สัดส่วนแล้วยังทาแก้มไม่เป็นที่เป็นทางอีก ใบหน้าที่ควรสวยสมบูรณ์ก็จะกลายเป็นหน้าสกปรก และแถมมีรอยชํ้าแดงเป็นขึ้นให้คนเหลียวมองเสียอีก
คุณที่อยากให้แก้มตอบ โหนกแก้มสูง อยากให้จมูกทู่มะลู่เล็กลง หรืออยากให้กระดูกขากรรไกรกางน้อยลงสักหน่อย จงเลือกใช้สีทาแก้มที่อ่อนๆ แตะแต้มเพียงเบาๆ แต่ใช้รองพื้นสีเข้มกว่า หลีกเลี่ยงประเภทสีทองทั้งหลาย และเพื่อให้แน่ใจขอยืมหน้าเพื่อนสนิททดลองระบายดูก่อนก็ได้ เพื่อคุณจะได้มั่นใจเมื่อนำมาใช้กับหน้าของตัวเอง แต่งหน้าแล้วก็ควรจะดีขึ้นหรือสวยขึ้นไม่ใช่หรือคะ แต่งแล้วแย่ลงแต่งทำไมกัน ศิลปของการแต่งหน้ารวมทั้งสีสันต่างๆ ควรจะเน้นส่วนที่สวยสะดุดตาของคุณให้ชัดจนใครๆ ลืมสังเกตว่าใบหน้าของคุณก็มีจุดอ่อนที่บกพร่องเหมือนกัน
ส่วนสีของบลัชเช่อร์นั้น เวลาจะเลือกสีให้ลองหยิกแก้มตัวเองออกสีแดงเรื่อๆ แล้วเลือกสีที่ใกล้เคียงรอยแดงที่คุณหยิกแก้มให้มากที่สุด มันจะเป็นธรรมชาติเวลาใช้ เรื่องสีนี่จำเป็น สีแก้มกับสีเสื้อไปกันได้ดี คุณก็สวยจังล่ะค่ะ อย่างชุดของคุณสีองุ่น แดงเลือดหมู หรือม่วง ใช้สีทาแก้มออกชมพูปานกลางจนถึงชมพูจัด ชุดสีส้มกับแก้มสีลูกพีซหรือนํ้าตาลปนเหลืองไปด้วยกันดี เสื้อสีเบจหรือนํ้าตาล ใช้บลัซเช่อร์สีนํ้าตาลปนเหลืองปะการัง หรือนํ้าตาลปนแดง ส่วนสีที่ออกประกายมุก สีทอง หรือเงินเหมาะสำหรับแต่งหน้าเวลาเย็น สีเหลือบพวกนี้เหมาะกับผิวสีแทนที่สุด
แต่งหน้าเสียจนสวยสุดใจออกอย่างนี้แล้ว ทำไงนะมันถึงจะสวยได้ทนสวย นานให้ตลอดทั้งวันหรือทั้งคืน โดยไม่ต้องแวบเข้าห้องนํ้าแต้มโน่นเติมนี่มากนัก ควรพกตลับแป้งแข็งติดกระเป๋าถือไว้ด้วย ส่วนแป้งฝุ่นก็วางไว้ที่โต๊ะเครื่องแป้งที่บ้าน ไม่ต้องหอบใส่กระเป๋าไปด้วย แป้งโปร่งใส กำลังนิยมใช้กันมาก เป็นแป้งที่ใช้หลังจากคุณลงครีมนานาชนิดลงบนหน้าเต็มเพียบแล้ว และก่อนจะผัดแป้งชนิดใด ก็ลงแป้งโปร่งแสงนี้ก่อน มันทำให้ทุกอย่างที่สวยสดงดงามติดอยู่กับหน้าตาของคุณได้นานทีเดียว
ครีมบลัชเชอร์
แต้มครีมลงที่โหนกแกมทั้งสองข้าง โหนกแก้มอยู่ตรงไหน ใช้นิ้วชี้กดตรงขอบนอกของกระดูกใต้ตา แล้วใช้หัวแม่มือกดด้านล่างของนิ้วชี้ พยายามจับให้เป็นรูปไข่ ความกว้างให้เกือบชิดกรอบใบหน้า แล้วเกลี่ยครีมให้เสมอกันอย่าได้เข้าไปใกล้จมูกทีเดียว
บลัชเชอร์ชนิดแป้ง
วิธีใช้เหมือนๆ ชนิดครีม แต่ต้องใช้แปรงปัดให้ละมุนด้วยเมื่อทาแป้งผัดหน้าแล้ว
ที่มา:เฟลิซิตี้ คลาร์ก แปลโดย “นวลพรรณ”

แบบผมสวยอื่น ๆ: