การใส่ใจดูแลเท้าของคุณ และการเดินอย่างถูกวิธี

เท้าเราต้องรับงานหนักอยู่ตลอดเวลา เพราะต้องรับน้ำหนักของเราเวลาเราเดิน ยิ่งสาว ๆ ออฟฟิศที่ต้องใส่ส้นสูงเดินไปมายิ่งมีปัญหามากขึ้น หากเลือกรองเท้าหรือเดินไม่ถูกต้อง วันนี้เราขอเสนอวิธีการดูแลใส่ใจเท้าให้ถูกวิธี และวิธีการเดินอย่างถูกต้อง เพื่อให้สาว ๆ มีสุขภาพที่ดี และมีบุคลิกภาพที่ดีอีกด้วย

การเดินอย่างถูกต้อง และการดูแลเท้า

เท้างามยามทำงาน
จะเยื้องย่างไปกลับจากที่ทำงานก็มีปัญหาความงามเช่นกัน เท้าเปียก เท้าเย็น เท้าชา เหล่านี้ทำให้สีหน้าคุณยํ่าแย่ ทำให้หมดสมาธิ หมดเรี่ยวแรงในวันนั้นไปเลย
เท้าของคุณ
เท้ามีโครงสร้างที่ค่อนข้างซับซ้อน สร้างมาจากกระดูกกว่าสองโหล ตรงข้อเท้ามีกระดูกเจ็ดท่อนรวมส่วนส้นเท้า หลังเท้า และมีอีกห้าท่อนตรงสันโค้งเท้าอันเป็นโครงสร้างสำคัญที่จะช่วยกระจายน้ำหนักร่างกายไปทั่วเท้า เอ็น และเนื้อเยื่อเป็นตัวโยงกระดูกไว้ในรูปโค้ง คราใดที่ตัวรองรับเท้าอ่อนแอ เท้าจะแบนราบ เกิดตาปลาตรงส้นเท้า ส่วนนิ้วเท้านั้นมีกระดูกชิ้นเล็กๆ ต่างกันไป สิบสี่ชิ้นคล้ายคลึงกับกระดูกนิ้วมือ บริเวณเท้ามีเนื้อเยื่อ 107 ส่วน มีกล้ามเนื้อ 19 ส่วนและมีกระดูกทั้งสิ้น 26 ชิ้น
ถ้าเท้าได้รับบาดเจ็บ คุณจะปวดแปลบไปทั่วทั้งเท้า ปรากฏอาการเจ็บปวดเวลาขยับเดินและบนสีหน้า อาการนิ่วหน้านี่หละที่ทำให้คุณดูแก่ไม่น่ามองเอาซะเลย
สภาพของเท้าจึงเป็นตัวกระตุ้นความงามของคุณหรือเป็นตัวลดรา ฟาดฟัน ขึ้นอยู่กับว่าเท้าคุณรู้สึกอย่างไร ขยับเขยื้อนอย่างไรและทำงานฉันท์ไร ทุกสิ่งนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณดูแลเอาใจใส่เท้าดีแค่ไหน
ท่วงท่าเยื้องย่าง การยืน เดิน ล้วนเป็นตัวบ่งสีภาพพจน์คุณ ไม่เชื่อลองเดินตามหลังใครสักคน แค่เห็นท่าคุณก็จะเดาบุคคลิกเขาได้รวมทั้งสุขภาพโดยทั่วไปด้วย
มีน้อยคนที่จะรู้ว่าตัวเองมีท่าทางเป็นอย่างไรในยามเดินเหินไม่ค่อยจะมีใครมองตัวเองเวลาเดิน แถมไม่ตระหนักด้วยว่าภาพพจน์ยามเดินของตนสำคัญต่อท่าทางโดยรวมอย่างไร รวมทั้งต่อความสำเร็จด้วยท่าเดินสบายๆ เป็นธรรมชาติจึงเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ใครๆ ก็มีได้ด้วยการฝึกฝน
เดินให้สวย
แค่ถามตัวเองว่าคุณเดินอย่างไร จะปรับปรุงอย่างไร ตัวอย่างเช่นท่า เดินคุณบ่งบอกอายุหรือประกาศก้องว่า “ชั้นมันไม่เข้าท่าเอาซะเลย” ใช่ไหม? หรือบ่งบอกว่า “อย่ามาสนชั้นเลย ไม่ได้สำคัญอะไร” รึเปล่า?
คุณเป็นคนเดินอย่างกระมิดกระเมี้ยนใช่ไหม? ประเภทที่ก้มหน้างุด เหลือบมองแค่ซ้ายขวานานๆ จะเงยหน้าขึ้นมามองดินฟ้าอากาศซักที แขนแทบจะไม่ขยับ มือกำซองหรือกระดาษ กระเป๋าเอกสารแนบตัว
หรือคุณเป็นคนเดินอาดๆ ซ่อนเร้นความกลัว ช่วงติ หรือบุคคลิกคนขี้ แพ้ของตัวเองเอาไว้ท่าเดินนี้คือเดินพุงยื่น มักเป็นท่าเดินของคนอ้วน ใช้เพื่อปิดบังความรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง
ไหนจะท่าเดินส่ายสะโพกแบบสาวเซ็กซี่ซึ่งมักเป็นที่รู้กันในที่ทำงาน คือเดินช้าๆ ก้าวเหมาะเจาะแบบซ้อมมาดี มีส่วนที่ขยับก็เฉพาะสะโพกกับเอว
ท่าเดินหลังโกงเป็นท่าคนทำงานหนัก เหนื่อยหน่าย หัวเข่ายื่นไปข้างหน้า ลำตัวปล่อยตามสบาย หลังโค้งงอ คนเดินหลังโกงมักทำให้คนอื่นมองเห็นแล้วห่อเหี่ยวเหนื่อยเหน็ดตามไปด้วย
ท่าเดินคอยื่นซอยเท้ายิกไปตามทางเดินในที่ทำงานเหมือนหนูวิ่งจี๊ด เร็วที่ทำให้ดูเหมือนงานวุ่นเต็มประดา ทางแก้คือให้คลายไหล่อย่าเกร็ง เชิดหน้า เชิดคางขนานกับพื้นแล้วจะดูดีขึ้น (ข้อสังเกต สาววุ่นแบบนี้มักโดนใช้ไม่หยุด เพราะดูเป็นคนถูกเอาเปรียบง่าย)
ท่าเดินรีบร้อนไม่สังเกตเห็นอะไรทั้งสิ้นเหมือนคิดอะไรในใจตลอด เวลา อาจไม่สังเกตเห็นคุณ นอกจากคุณจะมีประโยชน์กับเธอในทางใดไหล่ขยับ แขนแกว่งไกว ขาก้าวยาวมีจุดหมาย เป็นท่าเดินแบบคนก้าวร้าว ไม่น่าดู และไม่เสริมความงาม
หัดตัวเองให้หมั่นส่องกระจกเต็มตัว ดูท่าทางเดินดูซิว่าคุณก้าวกี่ก้าว จึงจะถึงที่หมาย จากนั้นฝึกร่างกายคุณให้ขยับเยื้องย่างอย่างมีสง่า มีจังหวะจะโคน ขาเหวี่ยงไปจากข้อต่อเอวแต่ไม่ใช่จากเข่า ขาและเท้าย่างออกไปขณะที่เดิน จะช่วยคุณให้เงยศีรษะขึ้นสะโพกอยู่กับที่
ขณะที่ย่างเท้าไปแต่ละก้าว ให้ส้นเท้าสัมผัสพื้นก่อน จากนั้นปล่อยน้ำหนักตัวลงกระจายสู่เท้าส่วนนอก เมื่อส้นเท้าแตะลงมาควรจะแตะโดยเร็ว
แกว่งแขนไปในทิศทางตรงข้ามกับขา แขนขวากับขาซ้ายและแขน ซ้ายกับขาขวา ก้าวที่เหมาะคือความยาวของรองเท้าหรือยาวกว่าอีกนิด ผู้ชายสูงหกฟุตควรก้าวละประมาณ 18 นิ้ว สตรีร่างเล็กเท้าเล็กใส่รองเท้าเบอร์ 6 ควรก้าวยาวประมาณ 10 นิ้ว
อิริยาบถยามขยับกายของคุณควรจะดูสบายๆ ให้มากที่สุด หมั่นเช็ค ท่าทางตัวเองบ่อยๆ เวลาเดินผ่านกระจกที่ไหนให้แอบมองตัวเองสักแวบซึ่งไม่ถือว่าหลงตัวเอง แค่เช็คดูเผื่อมีอะไรไม่งามเท่านั้น
ลองฟังเสียงฝีเท้าคุณดูซิว่าหนักโครมครามมากน้อยแค่ไหนเดินลากส้นรองเท้าแชะแชะรึเปล่า? มีเสียงเอี๊ยดอ๊าดหรือไม่? เสียงที่บ่งว่าคุณไม่ได้ยกเท้าขึ้นจากพื้น หรือคุณกระแทกเท้าปึงปังโครมครามบ่งความโกรธอยากจะเหยียบศัตรูคู่อาฆาตให้แบนติดดิน โปรดฝึกท่วงท่าเสียใหม่คือ
นิ้วเท้าชี้ไปข้างหน้า เข่าชิดกัน ขานำทาง ยืนตัวตรงไหล่ผึ่ง คางขนานกับพื้น กล้ามเนื้อผ่อนคลาย หายใจเข้าลึกๆ ให้เป็นธรรมชาติ ปล่อยแขนแกว่งนุ่มนวลจากข้างลำตัว อุ้งมือแตะขาอ่อน ปล่อยมือและนิ้วมือตามสบาย
ตอนแรกคงจำทุกอย่างไม่ได้หมด แต่ถ้าทำถูกท่าทางก็จะเป็นสิ่งที่ดี ต่อสุขภาพและทำให้ทำงานอย่างมีคุณภาพมากขึ้นด้วย
วิธีเดินให้ดูงามงดและเป็นสาวตลอดกาล
1.เวลาเดินให้เงยหน้า สบตาผู้คนและยิ้มให้
2. เวลาเดินตามลำพัง ควบคุมการหายใจด้วยการร้องเพลงเบาๆ
3. เดินด้วยท่วงท่ามั่นใจ เดินตรงทาง อย่าเลี้ยวโซเซไปมา
4. ยืนและเดินตัวตรง ทำเหมือนกับกำลังไขว่คว้าหาดวงดาว
5. ทำหลังโกงโดยเฉพาะเวลาเหนื่อยเครียดจะยิ่งทำให้กล้ามเนื้อตึงขมึงเวลาก้าวให้นับก้าวเดินหรือหาเกมเล่นไประหว่างเดิน เพื่อไม่ให้พะวงคิดกับความเหนื่อยอย่างเดียว
6. เกร็งกล้ามเนื้อให้ตึง อย่าปล่อยให้พุงยื่น ไหล่ห่อ
7. เดินเป็นจังหวะจะโคน
8. เลี่ยงท่วงท่าสะดุด แข็งทื่อ เดินเป็นจังหวะเรียบ ช้า
9. สำรวจเท้าวันเว้นวันดูรอยแตก แผล ทุกๆ วันต้องล้างเท้าให้ สะอาดสวมลุงเท้าสะอาดทุกวันด้วย
10. ไม่ใส่รองเท้าคู่ที่สวมไม่สบาย ตรวจดูรองเท้าเวลาสวมว่าไม่ควร หลวมโพลกหรือมีช่องโหว่
11. ใส่รองเท้าส้นสูงที่ดูมีสง่าเลือกรองเท้าคู่ที่มีราคาแพงแต่สวม สบายพอดีเท้า
12. ถุงน่อง ถุงเท้าต้องสวมขนาดพอดี เจอที่ถูกใจให้ซื้อตุนไว้แยะๆ
13. พยายามใช้รองเท้าสลับคู่กันไปหลายๆ คู่ในสัปดาห์
14. เดินวันละ 10 นาทีเป็นอย่างน้อย
ท่าออกกำลังกายใช้ปรับปรุงท่วงท่าเดิน
เริ่มจากยืนตรง ปลายเท้าชี้ตรงไปข้างหน้า จากนั้นยกขาขวาสูงขึ้นมาที่ระดับเอว แกว่งขาขวาเป็นวงกลมทางด้านข้าง ปลายเท้าชี้ตรงขยับขาจากหลังมาด้านหน้า ทำซ้ำ 5 ครั้ง ทำซ้ำกับขาซ้าย
ท่าที่สอง ยืนตรง ขาและปลายเท้าชี้ไปข้างหน้า ยกขาขวาขึ้นมาระดับสะโพก หมุนเป็นวงด้านข้างและด้านหลัง สังเกตว่าขาจะลดตํ่าลงเมื่อขยับไปข้างหลัง ทำซ้ำ 5 ครั้งกับขาแต่ละข้าง
ท่าที่สาม ยืนตรง แยกขากว้างที่สุดที่จะทำได้ เท้าขนานกันเดินไป 12 ฟุต ด้วยขาแยกจากกัน
หากล่องขนาดเท่าๆ กันมา 10 ใบ เรียงชิดกันให้ฝากล่องอยู่ด้านบน ยกขาสูง ก้าวจากกล่องใบหนึ่งไปอีกใบ
ยืนเต็มเท้า ทิ้งน้ำหนักไปที่ขาขวา ยืนบนขาขวาข้างเดียวยกขาซ้าย เหวี่ยงไปข้างหน้า ทำสลับกับขาอีกข้าง จัดความสมดุลย์ด้วยแขนตรงข้ามและท่าทีเป็นจังหวะ ฝึกท่าเดินสวนสนามนี้ตามจังหวะเพลงระหว่างเดินอยู่ที่บ้าน (ไม่ควรทำที่ทำงาน) เดินท่าเดินด้วยส้นเท้า 5-10 ก้าว สลับมาเดินด้วยปลายเท้า 5-10 ก้าว
เวลารอรถเมล์ หมั่นซ้อมทำต่อไปนี้ถ้าคุณใส่รองเท้าส้นเตี้ยยืนเขย่ง เท้าแล้วลดเท้าลง ทำซ้ำเท่าที่อยากทำ
ใช้หนังสือพิมพ์ให้เป็นประโยชน์ วางหนังสือพิมพ์บนพื้น ยืนเท้า
เหยียบหนังสือพิมพ์ พยายามคีบหนังสือพิมพ์ติดเท้าขึ้นมา
ลูกปิงปอง กล่องปลาสติคก็ใช้การได้วางไว้กับพื้นแล้วเอานิ้วเท้าคีบ
ขึ้นมา
ยืนบนขอบหนังสือเล่มหนาๆ เช่นสมุดโทรศัพท์ ให้สันแตะพื้นยืด กล้ามเนื้อส้นเท้า ยกส้นเท้าให้เท่าระดับนิ้วเท้า เกร็งไว้นับ 5 ปล่อยสบายแล้ว ทำซ้ำ
ถ้าคุณนั่งทั้งวันโดยสวมรองเท้าส้นสูง ท่าผ่อนคลายคือยืนหลังเก้าอี้ วางมือบนพนัก ถอดรองเท้าออก ยืดขาซ้ายไปให้ไกลที่สุดให้ปลายนิ้วราบกับพื้น ทั้งน้ำหนักที่เท้าขวา งอเข่า หดถอยกลับมาที่เข่าซ้าย เปลี่ยนขาแล้วทำซ้ำ
จริงๆ แล้วการเดินเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับเท้าโดยมีข้อ แม้ว่าคุณต้องใส่รองเท้าสวมพอดี มีคำกล่าวว่าหัวใจคุณจะทำงานแจ๋วถ้าคุณเดินเล่นทุกวัน นั่นหมายความว่าต้องกินอาหารที่มีโภชนาการดีด้วย

ดูแลเท้า
ใส่ใจดูแลเท้า
ก็ต้องแน่ใจว่าเท้ามีเลือดไหลเวียนดี โดยเฉพาะในสตรีสูงอายุ ซึ่งเส้นเลือดชีพจรทั้งหลายมีความยืดหยุ่นน้อยลง ถ้าคุณรู้สึกว่าเท้าเย็นตลอดเวลา หรือเท้าและเล็บเท้าเป็นสีเขียวคล้ำนั่นเป็นสัญญาณแสดงว่าการไหลเวียนของโลหิตคุณไม่ดี
สิ่งที่คุณพึงเลี่ยงเพื่อลดอันตรายในคราเลือดไหลเวียนไม่ดี
นั่นคือความกดดันความเย็น การสูบบุหรี่ และการติดเชื้อ เหล่านี้เป็น อันตรายเพราะทำให้หลอดเลือดตีบลง เลือดไหลไปที่เท้าได้น้อย
ความกดดันมาจากสิ่งเช่น รองเท้าคับ ถุงน่องยางรัดแน่นเกินไป และ จากการนั่งไขว่ห้าง แม้แต่ถุงน่องแบบซัพพอร์ตก็ยังเป็นที่น่าข้องใจว่าจะคับไป ทำให้หลอดเลือดหดตัวลงในบริเวณขา
ควรเลี่ยงอากาศเย็นถ้าเป็นไปได้ การเดินลุยน้ำ ว่ายน้ำหรืออาบน้ำเย็น ไม่เหมาะกับเท้าของคุณ ถ้าคุณทำงานกลางแจ้งหรือเดินทางในที่อากาศเย็น ให้ใส่ถุงเท้าไว้ในรองเท้าเพื่อไม่ให้เท้าเย็นและถอดรองเท้าออกทันทีที่เข้ามาในบ้าน
รอยแตกที่ผิวแห้งซึ่งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ก็จัดว่าอันตรายจึง ควรเลี่ยงอาการพอง หนังถลอกซึ่งเกิดจากรองเท้ากัด รองเท้าคับไปและเล็บคุด หรือจากการตัดเล็บสั้นเกินไป
เวลาอยู่บ้านให้เอาเท้าแช่ในอ่างน้ำอุ่นสบายใช้ปลาสเตอร์ปิดตรงบาดแผลเล็กๆ และจุดระคายเคืองบนเท้าหรือบนส่วนใดของนิ้วทายาที่ส่วนนั้น โดยอ่านฉลากอย่างระมัดระวังก่อน อย่าใช้มีดโกนหรือมีดใดๆ เฉือนหนัง หรือตาปลา ควรใช้เครื่องมือทำเล็บอย่างเดียวที่ออกแบบมาสำหรับกำจัดเซลส์ตายแล้วที่สะสมอยู่บนเท้า
เวลาตัดเล็บเท้า อย่าจิกไปที่ข้างๆ เล็บ ให้ตัดเล็บเป็นเส้นตรงแล้ว ค่อยๆ ตะไบของแข็งๆ มีน้อยคนที่จะเสียเวลาตะไบเล็บเท้า แต่เป็นสิ่งสำคัญ เพราะนอกจากจะทำให้เท้าสวยแล้วยังทำให้เล็บเท้าไม่เกี่ยวโดนถุงน่องขาดอีกด้วย
คุณอาจรำคาญตาปลา ปุ่ม ปม จนกำจัดซะเองด้วยการแคะ ตัด แต่จำไว้ว่าใช้มีดโกนหรือที่ตัดเล็บเฉือนนั้นไม่ปลอดภัยแม้จะใช้ยาฆ่าเชื้อแล้วอีกทั้งไม่แนะนำให้ใช้กรดกีดด้วยตัวเองรอยส้นเท้าแตกตรงส้นแก้ได้ด้วยการใช้หินขัด หูดอาจหายได้ด้วยการหมั่นนวดน้ำมัน ปัญหาที่เรื้อรังควรปรึกษาแพทย์
กระดูกงอกมักเป็นความผิดปรกติทางพันธุกรรมที่ถูกกระตุ้นโดยการใส่รองเท้าไม่พอดี เกิดจากหัวแม่เท้าไม่พับอยู่ใต้นิ้วชี้เมื่อถูกรองเท้ากดมากๆ ร่างกายตอบโต้ด้วยการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาตรงบริเวณนั้น บางครั้งอาจแก้ปัญหาได้ด้วยการใส่เฝือก ถ้าปัญหาหนักอาจต้องผ่าตัดเท้าไป
เล็บคุดเป็นปัญหาที่พบกันเสมอ ป้องกันได้ด้วยการตัดเล็บเป็นเส้นพอ ไม่ใช่โค้งและไม่ตัดสั้นเกินไป ถ้าคุณมีเล็บคุด ทางรักษาที่ดีที่สุดคือทำความสะอาดตรงมุม ใช้สำลีแตะยาป้ายใต้เล็บ
วิธีเลี่ยงอาการเท้าอักเสบคือ
-ล้างเท้าทุกวันๆ ละอย่างน้อย 2 ครั้ง อย่าใสถุงน่องหรือรองเท้าซํ้า เกิน 1 หน เปลี่ยนรองเท้าบ่อยๆ
-อย่าใส่รองเท้าบู้ทนานเกินไป ถ้าทำงานในที่ร่มให้หารองเท้ามา เปลี่ยนสลับที่โต๊ะทำงาน ถ้าต้องใส่บู้ทนานๆ ให้สวมถุงเท้าเพื่อรักษาเท้าให้อุ่น
-ห้องอาบน้ำ ต้องเช็ดเท้าให้แห้งเสมอ เลี่ยงการเดินเท้าเปล่าในที่ สาธารณะ เช่น สระว่ายน้ำ สถานออกกำลังกาย ห้องแต่งตัวซึ่งเป็นจุดอับชื้นแหล่งเพาะเชื้อโรค
-อาการติดเชื้อเกิดได้เมื่อผิวหนังคุณมีแผล หมั่นตรวจดูเท้าตัวเอง ทุกอาทิตย์ว่ามีรอยแผลใดๆ รอยแตกตรงหว่างนิ้วหรือไม่
-ถ้าคุณเป็นโรคเบาหวานและสังเกตว่าเท้าชา มีอาการเปลี่ยนแปลง ใดๆ เช่น บวมหรือเปลี่ยนสีเล็บเท้าสีผิดไป ให้ไปหาหมอทันที
ใส่รองเท้าให้พอดี
บอกอย่างนี้คุณอาจแย้งว่ารองเท้าแบบไหนล่ะถึงจะพอดี? ประการ แรกก็ต้องเป็นรองเท้าที่มีที่ว่างเหลือจากหัวแม่เท้าสามในสี่นิ้วเวลาที่คุณใส่รองเท้ายืนทิ้งน้ำหนักเต็มเท้า ส่วนที่กว้างสุดของเท้าควรเข้ากับส่วนกว้างของรองเท้า
รองเท้าควรกลมกลืนไปกับรูปร่างเท้าธรรมชาติของคุณและแนบเท้า แต่ไม่ใช่แน่น รองเท้าหลวมเกินไปจะมีอันตรายกับเท้าพอๆ กับลู่ที่คับเกินไป รองเท้าที่จะพอดีได้คือ ส้นมีการรองรับที่ดีพอ รองเท้าส้นขนาด 1…นิ้วเหมาะจะใช้เดิน แต่ก็ยังไม่ปรากฏหลักฐานใดๆ ว่ารองเท้าส้นสูงกว่านี้ที่ใส่จะมีผลอันใดต่อเท้าในระยะยาว หัวรองเท้าควรหลวมมีที่ว่างให้นิ้วเท้าขยับได้ รวมทั้งใช้วัสดุนุ่มไม่ควรกดโดนนิ้วเท้าส้นรองเท้าควรงอได้ง่ายดาย ยืดหยุ่นและเรียบ ไม่เปียกน้ำง่าย หนังรองข้างในควรเรียบ ไม่มีรอยย่นใดๆ
เวลาซื้อรองเท้าควรลองดูทั้งสองข้างเพราะเท้าสองข้างของเราไม่เท่า กัน อย่าไปเชื่อคนขายที่บอกว่าใส่ไปนานๆ จะยืดเองเพราะรองเท้าควรสวมสบายตั้งแต่ตอนซื้อ ถ้าไม่สบายตอนแรกก็คงจะไม่มีทางสบายได้ในเวลาต่อมา เพราะไม่มีทางเปลี่ยนรูปหรือขนาดได้ อย่าซื้อรองเท้าส้นเรียวแหลมเล็กเพราะไม่มีที่รองรับระหว่างส้นและพื้น เลี่ยงรองเท้าส้นไม้ก๊อกซึ่งไม่เหมาะกับเท้าของคุณ
รองเท้าเปิดส้นหรือเปิดหัวใส่สบายกว่ารองเท้าหัวปิดส้นปิด นอกจากสบายนิ้วเท้าแล้วก็ยังทำให้เลือดบริเวณเท้าไหลเวียนได้ดีขึ้น
เวลาเปลี่ยนจากรองเท้าส้นสูงมาใส่ส้นเตี้ย ให้ค่อยทำอย่างช้าๆ เปิด
โอกาสให้กล้ามเนื้อข้อเท้าได้ยืดเส้นสายปรับตัวก่อน

รองเท้า
สำหรับคนที่นุ่งกระโปรงสั้น รองเท้าส้นสูงขนาดปานกลางหรือส้น เตี้ยกำลังเป็นแฟชั่น แต่สาวๆ บางคนก็นิยมส้นสูงกว่านี้ ว่าใส่แล้วดูสูงโปร่งงดงามดี อย่าลืมว่าส้นสูงปรี๊ดนี้มักทำให้นิ้วเท้าเบียดหัวรองเท้า เวลาซื้อรองเท้าให้ซื้อคู่ที่หัวกว้างใส่สบาย
เวลาซื้อรองเท้าควรซื้อเวลาที่เท้าไม่รู้สึกเย็นจัด เท้าจะหดตัว รองเท้า คับไปในอากาศร้อนที่เท้าขยายตัว ซื้อรองเท้าเวลาเย็นซึ่งเท้าขยายตัวมา ตลอดวันโดยเฉพาะเวลาเดิน
เมื่อซื้อรองเท้ามาใหม่ๆ ให้เริ่มสวมในระยะสั้นๆ ก่อน รองเท้าดีสุด มักทำจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เช่น หนัง ผ้า ทุกครั้งที่สวมรองเท้าใหม่ให้หมั่นสำรวจดูรอยบวมพองที่เท้า
ทำเล็บเองที่บ้าน
ข้อสำคัญประการหนึ่งของความงามคือการเสริมสวยเท้าเองที่บ้านที่ คุณทำได้เองสัปดาห์ละครั้ง หาเวลาเสริมสวยเท้าตอนที่คุณว่างหรือผ่อนคลาย หลังอาบน้ำ ซึ่งหนังเท้านุ่ม ตัวคุณเองก็ไม่รีบร้อนอะไร
เครื่องมือต้องใช้คือ
-อ่างน้ำขนาดใหญ่พอแช่สองเท้าได้
-น้ำมันผสมอาบน้ำ Bath Oil
-แปรง (แปรงขัดเล็บ แปรงสีฟันเก่า ฟองน้ำขัดตัว)
-ครีมบอดี้โลชั่น
-ตะไบขัด
-หินขัด
-ที่ตัดเล็บ กรรไกรตัดหนัง
หาที่สบายๆ วางเครื่องใช้ทั้งหมดลง เติมน้ำอุ่นในอ่าง หยดน้ำมันลงไปแช่เท้าในอ่างสบายๆ จากนั้นใช้ฟองน้ำ แปรงขัดเท้า ขัดตรงหว่างนิ้วเท้า ส้นและข้อเท้าด้วย แช่เท้าไว้และล้างออกในเวลา 15 นาที
ล้างน้ำด้วยนํ้าก๊อกเปิดราด จากนั้นเช็ดให้แห้ง เช็ดหนังให้แห้งสนิท ใช้บอดี้โลชั่นทารอบเท้า ส้น นวดไล้ให้ทั่ว
ใช้ตะไบขัดหนังเศษต่างๆ ออก ถ้ามีเศษหนังรอบนิ้วเท้ามากให้เอา ครีมทาแล้วเช็ดด้วยกระดาษทิชชูแล้วแช่เท้าในน้ำอีก ใช้หินขัดบริเวณส้นเท้า และปลายเท้าไม่ให้เซลส์หลงเหลืออยู่
ถ้าที่ส้นเท้า ใต้ฝ่าเท้ามีหนังหนา ปุ่ม ใดๆ ให้ใช้หินขัดออกจนผิว บริเวณนั้นนุ่มลงเมื่อสัมผัส
ตัดเล็บเท้าเป็นเส้นตรง อย่าตัดสั้นเกินไป ควรให้มีขนาดหนึ่งในสี่ ของเล็บนับจากวงขอบโค้งขาว ตะไบเล็บเบาๆ จากนั้นใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ หรือบอดโลชั่นชโลม
ถ้าเท้าคุณสากหรือมีตาปลา คุณควรเพิ่มเวลาดูแลเท้าให้มากขึ้นเป็นสัปดาห์ละสองครั้ง ใช้ครีมชโลมก่อนนอนแล้วสวมถุงเท้าให้ครีมซึมซาบเท้าทั่วๆ เท้าคุณน่าจะนุ่มขึ้นในเวลาสองสามสัปดาห์
ที่มา:โสภาพรรณ  รัตนัย

แบบผมสวยอื่น ๆ: