กินอะไรให้ผิวสวย ฟื้นฟูผิวจากภายใน

สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมีปัญหาเรื่องผิวที่ไม่สวยดั่งใจปรารถนา วันนี้เรามีไอเดียในการสร้างผิวสวยจากภายในมาฝากเพื่อน ๆ กันค่ะ ด้วยวิธีที่ง่ายแสนง่าย แต่ต้องปรับเปลี่ยนนิสัยการกินกันสักหน่อย โดยให้เราเลือกกินแต่ของที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งจะนำพามาสู่ผิวที่มีสุขภาพดี เปล่งปลั่งผ่องใสตามธรรมชาติของผิว ไม่ว่าจะเป็นคนผิวขาว ผิวเหลือง หรือผิวสองสี ก็สามรถสวยงามได้ เพียงแค่มีสุขภาพผิวที่ดี แล้วจะกินอะไรให้ผิวสวย ลองมาดูกันค่ะ

กินให้ผิวสวย สุขภาพดี

การดื่มน้ำ

วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้ผิวดูอวบอิ่มก็คือ การดื่มน้ำนั้นช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูเหมือนจะง่าย แต่บางคนก็ไม่สามารถทำได้ เพราะลืมบ้าง ไม่มีเวลาบ้าง วันนี้เราขอเสนอให้เพื่อน ๆ ไปโหลดแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวกับการดื่มน้ำมาใช้ ซึ่งมีอยู่หลายตัว เลือกโหลดตามชอบเลยค่ะ และซื้อกระบอกน้ำขนาด 500 มิลลิลิตร ติดตัวไว้ ซึ่งแอพพิเคชั่นจะคอยเตือนเราเมื่อถึงเวลาดึ่มน้ำ และจะคำนวณให้เราว่าเราดื่มน้ำมากน้อยขนาดไหนแล้วในวันหนึ่ง ๆ ซึ่งเพื่อน ๆ จะได้มองเห็นภาพชัด ๆ ว่า การดื่มน้ำของเพื่อน ๆ เพียงพอหรือไม่ในแต่ละวัน และจะช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มน้ำของเพื่อน ๆ ได้อีกด้วยค่ะ

ขอแนะนำแอพพลิเคชั่น : Water Your Body   เพราะแอพนี้จะช่วยคำนวณให้ด้วยว่าควรจะดื่มน้ำเท่าไหร่ต่อวัน เพื่อให้สมดุลกับน้ำหนักตัว  มีตัวเลือกปริมาณน้ำหลายรูปแบบ มีกราฟแสดงให้เห็นปริมาณการดื่มน้ำของเพื่อน ๆ ได้ และยังตั้งค่าช่วงเวลาการนอนพักผ่อน การทานอาหาร เพื่อไม่ให้แอพทำงานได้อีกด้วย

อีกอย่างหนึ่ง ร่างกายเราไม่ได้รับน้ำจากเครื่องดื่มอย่างเดียว เรารับน้ำมาจากอาหารด้วยนะคะ เช่น ซุป ก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น แต่ถึงอย่างไร น้ำเปล่าก็เป็นสิ่งที่ถูก และดีสำหรับการเติมน้ำให้ผิวของเพื่อน ๆ แน่นอนค่ะ

อะโวคาโด้

อะโวคาโด้ เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารไบโอตินที่มีส่วนช่วยให้ผิวไม่แห้งกร้าน นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงผม และเล็บอีกด้วย

มะเขือเทศ

ช่วงนี้เพื่อน ๆ คงได้ยินเรื่องดื่มน้ำมะเขือเทศเพื่อผิวสวยกันค่อนข้างบ่อย เป็นเพราะมะเขือเทศมีสารไลโคพีน ที่ช่วยป้องการผิวจากการไหม้ของแสงแดด และการลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ (pharmacy.mahidol.ac.th) ซึ่งการทานมะเขือเทศแบบสุกนั้นจะมีสารไลโคปีนมากกว่าการทานแบบดิบอีกด้วย ดังนั้นเพื่อประโยชน์สูงสุด เรามาทานมะเขือเทศปรุงสุกกันดีกว่าค่ะ

ผลิตภัณฑ์มะเขือเทศ ปริมาณไลโคปีน (มิลลิกรัม ต่อ น้ำหนัก 100 กรัม)
มะเขือเทศสด 0.88-4.20
มะเขือเทศปรุงสุก 3.7
ซอสมะเขือเทศ(Tomato sauce) 6.2
ซุปมะเขือเทศเข้มข้น  (Tomato soup (condensed) 7.99
น้ำมะเขือเทศ 5.00-11.60
ซอสพิซซ่า (Pizza sauce) 12.71
ซอสมะเขือเทศ  (Tomato ketchup) 9.90-13.44
มะเขือเทศผง 112.63-126.49
ผลิตภัณฑ์มะเขือเทศเข้มข้น (Tomato paste) 5.40-150.0

อ้างอิง : กินมะเขือเทศอย่างไรได้ไลโคปีน (lycopene) สูง รองศาสตราจารย์ วิมล ศรีศุข ภาควิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  02/02/2553

วิตามินเอ

วิตามินเอ จะช่วยฟื้นฟูผิวหนังที่ถูกทำลาย และยังช่วยบำรุงสายตาอีกด้วย พบได้ในแครอท บล๊อกคอลี่ มันเทศ ขิง กระเทียม ในวันหนึ่ง ๆ ร่างกายได้ต้องวิตามินเอประมาณ 5000 UI

วิตามินซี

จะช่วยเรื่องการแพ้ของผิวให้ดีขึ้น โดยพบได้ในส้ม สตรอเบอร์รี่ ลูกกีวี่ ผักใบเขียวต่าง ๆ โดยปกติแล้วร่างกายคนเราต้องการวิตามินซีประมาณ 80 มิลลิกรัมต่อวัน  ซึ่งส้มเขียวหวานมีวิตามินซี 42 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม นอกจากนี้ในเนื้อฝรั่งสด 100 กรัม มีวิตามินซีถึง 160 มิลลิกรัม เทียบกับส้มเขียวหวานซึ่งมี 18 มิลลิกรัม และมะนาวซึ่งมี 46 มิลลิกรัม ฝรั่งมีวิตามินซีสูงสุดที่ผิวและเนื้อ โดยเฉพาะเมื่อผลเจริญเต็มที่และยังเป็นสีเขียวจากนั้นจะค่อยๆลดลงเมื่อผลสุก ( sc.mahidol.ac.th) ไม่ต้องไปซื้อวิตามินแพง ๆ มากิน แค่กินผลฝรั่ง ผลไม้หาง่ายบ้านเราก็ได้วิตามินเต็ม ๆ แล้วล่ะค่ะ

วิตามินบี

วิตามินบี จะพบในเนื้อสัตว์ ตับ เมล็ดทานตะวัน ไข่ ซึ่งวิตามินบีจะช่วยเรื่องผิวที่แห้งกร้าน

วิตามินอี

ปกป้องผิว พบได้ในไข่ไก่ ตับ เครื่องในสัตว์ ผักใบเขียว บล๊อกคอลี่

ซิงค์ หรือสังกะสี

ช่วยให้เซลล์ถูกสร้างขึ้นใหม่ มีสุขภาพดี และช่วยรักษาสมดุลของไขมันที่ผิวหน้าอีกด้วย พบได้ในเมล็ดฟักทอง ตับ ไข่ สำหรับผู้หญิงแนะนำให้กิน 8 มิลลิกรัมต่อวัน และผู้ชายอยู่ที 11 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่มากที่สุดต่อวันและไม่ควรเกินจากนั้น หากมากเกินกว่า 40 มิลลิกรัมต่อวันจะเกิดโทษ

แบบผมสวยอื่น ๆ: