วิธีจัดการกับความเครียดในชีวิตประจำวัน

เป็นเรื่องปกติที่ทุกคนจะมีความเครียดกันบ้าง แต่หากเครียดบ่อย ๆ เครียดทุกวันก็อาจจะส่งผลให้เกิดโรคร้ายแรงได้เช่นกัน เราจึงต้องรู้จักากรจัดการกับความเครียด เพื่อให้เรามีสุขภาพกาย และสุขภาพใจที่แข็งแรง ไว้รับมือกับปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในชีวิตต่อไป วันนี้เรามีวิธีการรับมือกับความเครียดให้เพื่อน ๆ ได้ลองเอาไปประยุกต์ใช้กันดูนะคะ

จัดการกับความเครียด เพื่อชีวิตที่เป็นสุข

ความเครียด

-สตรีวัยยี่สิบเพิ่งรู้มาว่ารุ่นพี่ในที่ทำงานเพิ่งโดนไล่ออก
-พนักงานขายโดนคู่แข่งตัดหน้าขายของไป
-เจ้าของร้านขายเสื้อ หาคนส่งเสื้อสำเร็จรูปที่ไว้ใจไม่ได้เลยสักราย
-ผู้ช่วยผู้จัดการเพิ่งได้ข้อเสนอมอบหุ้นให้ในบริษัทที่เธอทำงานมา นาน 20 ปี
สตรีทุกคนในที่นี้มีอะไรที่ตรงกันน่ะหรือ? ก็คือความเครียดนั่นเอง!
ความเครียดคืออะไร?
เรื่องสุขก็ทำให้เครียดได้เท่ากับเรื่องไม่สุข เพราะเหตุการณ์ที่ก่อให้ เกิดอารมณ์ตึงขมึงนั้นเรียกว่า ตัวสร้างความเครียด
ปฏิกิริยาทางร่างกายที่มีต่ออารมณ์ตึงขมึงนั้นเหมือนๆ กัน ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตามที ทั้งดีและไม่ดี ทางหลุดจากความเครียดมีสถานเดียว คือความตาย แต่ความเครียดนี่หละที่ทำให้ชีวิตน่าสนใจ แม้ในคราที่คุณหลับ ร่างกายยังทำงานอยู่และความฝันสามารถทำให้ร่างกายมีกิจกรรมเกิดขึ้นและก่อให้เกิดความตึงเครียดทางอารมณ์ด้วย ที่น่าสนใจคือ ความเครียดจากการสับสนทางอารมณ์นั้นจะเป็นตัวก่อโรคได้มากกว่าความเครียดจากการออกกำลังทางกาย เช่นการวิ่งหรือเต้นรำ สตรีทำงานมักเผชิญความเครียดชนิดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่รู้จบได้นานเป็นสัปดาห์
จะบอกได้ยังไงว่าตัวคุณกำลังเครียดน่ะหรือ? ถ้าคุณยังมีชีวิตอยู่คุณเครียดได้จากชีวิตสมรสความกดดันหรือการเมืองอันไร้ความยุติธรรมในที่ทำงาน ร่างกายคุณจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ในสามระดับ
อันแรกคือตกใจ ร่างกายคุณเตือนตัวเองด้วยการปล่อยฮอร์โมน และ ระดับน้ำตาลพุ่งสูงขึ้น ปล่อยพลังงานเข้าไปในกระแสเลือดปฏิกิริยาคุณจะคล้ายกับความรู้สึกตอนคุณโดนนายติ หรือทำให้คุณอับอายขายหน้าต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน เป็นความรู้สึกช้อคไม่สบาย โกรธ คุณเริ่มเหงื่อไหล ม่านตาเบิกกว้าง อาจรู้สึกพลังงานโกรธวูบหรือโมโหหน้าแดง
มาถึงระดับที่สอง เมื่อคุณตอบโต้เรียกว่าเป็นระดับต่อต้านร่างกาย พยายามหมุนเวียนในตัวเองและแก้ไขข้อเสียหายอันเกิดจากความเครียดเป็นเหตุ อารมณ์คุณต้องดิ้นรนพยายามไขว่คว้าทรงตัว ถ้ายังเครียดอยู่ร่างกายก็ทนรับความเครียดได้ยากมากขึ้น และไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้เมื่อจำต้องตื่นตัวตลอดเวลา
หลังจากผันผ่านสองสภาวะ ร่างกายคุณเหนื่อยล้า ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้โรคหัวหรือโรคปวดหัวข้างเดียวมักเกี่ยวพันกับความเครียด สตรีทำงานนอกบ้านซึ่งต้องหาเงินมาเลี้ยงลูก ดูแลพ่อแม่ผู้ชรา ไหนจะต้องเอาใจนายเพื่อให้งานก้าวหน้าได้เงินเดือนมากๆ มาเลี้ยงปากท้อง ไม่นับที่ต้องทำตัวให้น่าดูมีเสน่ห์ในสังคมที่ตัดสินสตรีจากหน้าค่าตาสตรีประเภทนี้อาจจัดว่าอยู่ในระดับความเครียดหนึ่งหรือสอง วันละหลายๆ ชั่วโมง
ฟาดฟันความเครียด
กิจกรรมทางร่างกายเป็นวิธีหนึ่งที่ดีที่สุดในการสู้ความเครียด เมื่อ ความตึงขมึงมากขึ้นและทุกอย่างดูจะผิดพลาดไปหมด เครียดจนเหลือทนนั้น คุณสามารถทำการออกกำลังต่อไปนี้เพื่อช่วยบรรเทาความเครียดเป็นเรื่องธรรมดาง่ายๆ สบายมาก
-นั่งตัวตรงที่โต๊ะทำงาน
-วางมือที่สะเอวเหนือท้อง
-หายใจเข้าช้าๆ ลึกๆ ทางจมูก ให้ท้องแขม่วเข้าด้วยลมหายใจเต็ม ปอด
-เกร็งตัวจากภายใน
-เกร็งไว้นับ 5
-ปล่อยตามสบาย หายใจออกทางจมูก
-ปล่อยลมหายใจออก เกร็งกล้ามเนื้อท้องแล้วผ่อนคลาย
-ทำซ้ำอีก
คุณคงเคยได้ยินคำแนะนำที่ว่า “สูดลมหายใจเข้าลึกๆ” ท่าออกกำลังนี จะช่วยให้คุณคิดได้อย่างสมองโล่งและทำให้คุณผ่อนคลายด้วย
การนอนจัดว่ามีความสำคัญในการรับมือกับความเครียด สตรีที่ทำงานนอกบ้านกว่าครึ่งมีปัญหาเรื่องนอนไม่หลับ แพทย์แนะนำให้เพิ่มกิจกรรมทางร่างกายให้มากขึ้นเพื่อจะได้หลับลง และให้ลดกิจกรรมการใช้สมองก่อนเวลาเข้านอน
อย่าเข้านอนจนกว่าคุณจะรู้สึกง่วงจริงๆ ถ้าคุณนอนลืมตาโพลงอยู่บน เตียงนานเกินครึ่งชั่วโมงจะทำให้คุณสับสนและกระวนกระวายมากขึ้นไปอีก นอกเหนือจากหวาดความเพลียที่จะบังเกิดในวันรุ่งขึ้นเพราะอดนอน
ให้พยายามจัดรูปแบบ “เวลานอน” ด้วยการเข้านอนตามเวลาเดิม ทุกๆ วัน อาจจัดตารางที่น่ารื่นรมย์เช่นอาบน้ำอุ่น ทาโลชั่นหอมกรุ่น อ่านหนังสือสบายๆ หรือดูโทรทัศน์รายการเบาๆ คือเลือกสิ่งที่ไม่ต้องใช้สมาธิมาก นมก็เป็นตัวกระตุ้นการนอนได้เช่นทัน เพราะมีแคลเซียมและไทรโพเพนซึ่งเป็นกรดอมิโนจำเป็น
แต่ถ้าแช่น้ำอุ่นก็แล้ว ดื่มนมก็แล้วก็ยังไร้ผลให้หันมาฝึกตั้งจิตไปที่ ส่วนใดในร่างกายเพื่อให้ทำงานภายใต้ระดับจิตสำนึกที่ควบคุมได้ นอนราบ มือหนึ่งแตะเอวหว่างสะโพก เน้นสมาธิที่การผ่อนคลายเริ่มจากที่ดวงตา ขากรรไกร ลิ้น คอ ไหล่ แขน ร่างกาย ตั้งสมาธิที่ร่างกายแต่ละส่วนจนคุณรู้สึกว่ากล้ามเนื้อผ่อนคลายอ่อนตัวลง คุณพร้อมจะขยับตัวไปสู่ท่านอนที่สบายที่สุดแล้วผลอยหลับไป
หลับกลางคืนเพื่อสวยกลางวัน
แค่อดนอนสองคืนก็ทำให้หน้าตาคุณไม่สวยแล้ว! หลังจากนอนไม่พอ การทำงานของเคมีในตัวคุณขาดประสิทธิภาพลงไปในการแปรอาหารมาเป็นพลังงาน ทำให้กระบวนการส่งเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายเชื่องช้าลง เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้รับอาหารเต็มที่ก็จะส่งผลให้ผิวหย่อนยาน ในขณะที่เมื่อคุณนอนหลับคอร์ริโซลและฮอร์โมนอดรีนัลที่เป็นตัวเสริมฟื้นฟูผิวได้รับการปลดปล่อย
สตรีทำงานนอกบ้านทุกคนควรจัดเวลาเพื่อความหย่อนใจพักผ่อน ด้วย ต้องหมั่นเตือนตัวเองว่าสมควรจะได้รื่นรมย์สนุกสนานเช่นกัน
เวลาคุณรู้สึกกระวนกระวาย อยู่ไม่สุข ไม่มีความสุขขอให้รีบเผ่นไป ให้พ้นซะ อย่ามัวนั่งขมวดคิ้วนิ่วหน้าซึ่งจะมีแต่ทำให้เรื่องแย่ลง ไม่ต้องมานั่งทบทวนวางแผนความสำเร็จในงานอาชีพซึ่งไม่ได้ผลอย่างใจ นักวางแผนมักมีหน้านิ่วคิ้วขมวดให้ใครๆ เห็น ความเครียดทำให้หน้าแก่ ทางแก้คือ หาอะไรมาเพิ่มพูนความรู้ฝึกเล่นเครื่องดนตรี วาดรูป หรือไปหัดขับรถ
ในทางตรงข้าม มีวิธีอันตรายที่ใช้รับมือกับความเครียดที่ควรเลี่ยงถ้าทำได้ อันหนึ่งคือยาระงับประสาท ยานอนหลับ หรือดื่มเหล้า เพราะสิ่งเหล่านี้ ไปฉาบเคลือบความเครียด ทำให้ไม่สามารถรับมือด้วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดื่มเหล้าแค่แก้วสองแก้วถ้าคุณกลุ้มใจเหนื่อยมาทั้งวัน ดื่มระหว่างมื้อกลางวันมาดธุรกิจ หรือดื่มหลังเลิกงานถือเป็นเรื่องธุรกิจจำเป็น แต่คุณไม่จำเป็นต้องดื่มเหล้า
อีกทั้งคุณไม่จำเป็นต้องทำงานหักโหมเพื่อปิดบังความรู้สึก คนบ้างานไม่ได้บรรลุความสำเร็จมากเท่าที่คิดว่าตัวเองทำ แม้การทำงานแบบบ้าดีเดือดนี้จะเท่ากับที่คนอื่นเขาทำกัน
งานมีความหมายสถานใดเล่า ? ถ้าคุณจะมีชีวิตอยู่อีกไม่นาน คุณจะยังคงทำงานแบบนี้อีกไหม? เวลาและความพยายามที่คุณทุ่มให้ในการทำงานนั้น เป็นสิ่งจำเป็นจริงหรือไร หรือเป็นแค่ทางหนีลี้ห่าง? หรือคุณใช้งานเพื่อเลี่ยงความว่างเปล่าในชีวิต? คุณมองงานเป็นเรื่องส่วนตัวไปเลยใช่ไหม? คิดว่าตัวเองเก่งอยู่คนเดียวใช่ไหม? แน่ใจหรือไรว่าความพยายามพิเศษของคุณไม่ได้ถูกตีความผิดว่าไร้ความสามารถที่จะรับมือกับงานตัวเอง?
ตัวประกอบสำคัญสุดในการเลี่ยงความเครียด ก็คือการชอบงานที่ตัวเองทำอย่างแท้จริงทุกๆ วันควรน่าสนุกและท้าทายคุณจะมีความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้นและจะยินดีที่ได้รับมอบหมายงานใหม่ๆ คุณจะเริ่มสนใจเรื่องของงานอย่างแท้จริง แลสิ่งนี้เองที่สะดุดตาผู้บริหารมากกว่าวิธีการ อำนาจ หนังสือ หรือคำแนะนำใดๆ
ท้ายที่สุดนั้น การเลี่ยงความเครียดทำให้ตระหนักได้ว่าชีวิตนี้เต็มไปด้วยความผิดหวัง และการทนรับความผิดหวังสามารถทำให้ประสบการณ์ไม่น่ารื่นรมย์นั้นกลายเป็นการเรียนรู้ได้โดยที่คุณสามารถได้รับประโยชน์จากสิ่งนั้น การถูกเมินไม่ได้เลื่อนตำแหน่งไม่ได้ปรับเงินเดือน หรือถูกไล่ออก ปลดออก เหล่านี้ล้วนชักพาความรู้สึกต่อต้าน หดหู่ แต่มีทางบรรเทาได้เช่นกัน คือ
-คุณกับเพื่อนนอกที่ทำงาน คนที่ให้กำลังใจสนับสนุน ฟังความคิด เห็นเพื่อน แค่การได้พูดระบายก็มีค่าในการบำบัดแล้ว
-ทำตัวกระฉับกระเฉงและใช้สมองด้วยถ้าถูกไล่ออกให้ทำในสิ่งที่ ดีเช่นไปเล่นสเก๊ต จะช่วยได้มาก ให้เคลื่อนไหวไปมาจนกว่าจะรู้สึกหายรวดร้าวใจ
เรื่องซุบซิบในที่ทำงาน
สาเหตุความเครียดประการหนึ่งคือเรื่องซุบซิบในที่ทำงานซึ่งมีพื้น ฐานอยู่บนความขัดแย้งทางบุคคลิกง่ายอยู่ที่จะพูดว่าไม่ต้องสนคนอื่น แต่ทำไม่ได้เพราะการกระทำคนเหล่านั้นมีผลกับสถานภาพคุณมีผลกับการงาน…และเงินเดือน จะทำเฉยเมยกระไรได้ สิ่งที่คุณทำได้คือทำตัวให้สอดคล้องสมํ่าเสมอ กับจรรยาบรรณประจำใจตัวเอง
เซ็กส์
การทำมิดีมิร้ายทางเพศก็อาจก่อให้เกิดความเครียด กระวนกระวาย และทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวเพราะไม่กล้าพูดเรื่องนี้กับใครในเมื่อตัวคุณเองก็ไม่อยากโดนกดดันชักจูงใจก็โปรดอย่าไปทำแบบนี้กับผู้ชายที่มีจุดอ่อน ถ้าเขาต้องการความมั่นใจใดๆ ก็ทำได้ด้วยการให้คำชม การเป็นคนสวย มีความรับผิดชอบมีตำแหน่งหน้าที่นั้นก็ต้องมีความรับผิดชอบด้วย เพราะพลังที่แท้จริงมาจากความสามารถและความเชื่อมั่น คุณต้องการได้รับเลือกเพราะฝีมือ ไม่ใช่ เพราะเส้นสายไม่ใช่หรือเล่า?
ที่มา:โสภาพรรณ  รัตนัย

แบบผมสวยอื่น ๆ: