การบริหารร่างกายภายหลังจากการคลอดโดยการผ่าตัด

การผ่าตัดเพื่อคลอด จะทำในกรณีที่แพทย์พบว่า ทารกมีขนาดใหญ่มาก เด็กอยู่ในท่าผิดปกติ หรือมีโรคแทรกซ้อน ซึ่งจำเป็นจะต้องเอาเด็กออก
ก่อนการผ่าตัด วิสัญญีแพทย์จะให้ยาระงับความรู้สึก โดยการวาง ยาสลบ หรือฉีดยาเข้าไขสันหลัง คุณก็จะไม่รู้สึกเจ็บขณะคลอด
ภายหลังการผ่าตัด เมื่อยาหมดฤทธิ์แล้ว คุณจะเจ็บแผลที่หน้าท้อง แต่แพทย์ก็จะให้ยาแก้เจ็บ แล้วให้คุณงดนํ้า อาหารทางปากประมาณ ๒๔- ๓๖ ชั่วโมง
ผลของยาสลบ จะทำให้คุณมีเสมหะในปอด ยิ่งในวันแรกๆ ที่คุณนอนอยู่บนเตียง ก็จะยิ่งมีเสมหะคั่งมากขึ้น คุณอยากจะไอเอาเสมหะออก แต่ไอแล้วจะเจ็บหน้าท้องจนไม่อยากจะไอ เมื่อไม่ไอ เสมหะก็จะยิ่งคั่งมาก จนทำให้เกิดการติดเชื้อ และมีไข้ได้
ดังนั้นคุณควรรู้วิธีการไอที่ถูกต้องเพื่อขจัดเอาเสมหะออก โดยที่คุณจะเจ็บหน้าท้องน้อยที่สุด
กายบริหารร่างกาย และลุกขึ้นเดินภายหลังจากการคลอดแล้ว ๒๔ ชั่วโมง ก็จะช่วยลดปัญหาการคั่งของเสมหะ การเกิดลมในท้อง ท้องผูก ปัสสาวะลำบาก หลอดเลือดขอดที่ขา และยังทำให้ร่างกายกลับคืนสู่สภาพเดิมได้เร็วที่สุดอีกด้วย

วิธีการบริหารร่างกายภายหลังจากการคลอดโดยการผ่าตัด

การบริหารร่างกายภายหลังจากการคลอดโดยการผ่าตัด แบ่งเป็น ๒ ตอน
ตอนที่ ๑ ประกอบด้วยท่าต่างๆ ๔ ท่า คือ
ท่าที่ ๑ ฝึกหัดหายใจ
ท่าที่ ๒ ไอ
ท่าที่ ๓ ขมิบช่องคลอด
ท่าที่ ๔ กระดก-หมุนเท้า
ตอนที่ ๒ ประกอบด้วยท่าต่างๆ ๙ ท่า คือ
ท่าที่ ๑ งอขาสลับข้าง
ท่าที่ ๒ แขม่วท้อง
ท่าที่ ๓ ชันเข่า-มือแตะเข่า
ท่าที่ ๔ ชันเข่า-แตะเข่าตรงข้าม
ท่าที่ ๕ เอียงตัวซ้าย-ขวา
ท่าที่ ๖ เหยียดขา-มือแตะเข่า
ท่าที่ ๗ เหยียดขา-แตะเข่าตรงข้าม
ท่าที่ ๘ มือประสานต้นคอ-ลุกนั่ง
ท่าที่ ๙ นอนคว่ำก้นสูง
ตอนที่ ๑
คุณสามารถบริหารได้ตั้งแต่วันแรก ภายหลังจากการผ่าตัด
ท่าที่ ๑ ฝึกหัดหายใจ

ท่าบริหารร่างกาย1
เตรียมตัว นอนหงายในขณะที่หัวเตียงสูงเล็กน้อย ขันเข่าเพื่อให้ หน้าท้องหย่อน หลังนิ้วมือวางที่ชายโครงด้านข้าง เพื่อเตือนใจให้คุณคำนึงถึงการเคลื่อนไหวของชายโครงในขณะหายใจ จะทำให้การหายใจนั้นได้ผลเต็มที่
วิธีบริหาร สูดหายใจเข้าลึกๆ ให้ชายโครงขยายกางออกมากที่สุด แล้วหายใจออกให้ชายโครงแฟบเข้า ๕ รอบ ติดต่อกัน แล้วพักก่อนจึงทำใหม่ ควรทำทุกชั่วโมง ชั่วโมงละ ๕ รอบ เลิกทำเมื่อแน่ใจว่าไม่มีเสมหะแล้ว
ประโยชน์ เสมหะจะล่อนตัวออกจากถุงลม คุณแม่ก็จะสามารถไอเอาเสมหะออกมาได้
ท่าที่ ๒ ไอ

ท่าบริหารร่างกาย2
เตรียมตัว นอนหงายในขณะที่หัวเตียงสูงเล็กน้อย ชันเข่า มือวาง ประกบบนรอยแผลผ่าตัดให้แน่นในระหว่างไอ เพื่อป้องกันการเจ็บแผล
วิธีบริหาร สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วไอเอาเสมหะออก ทำทุกชั่วโมง เลิกทำเมื่อแน่ใจว่าไม่มีเสมหะแล้ว
ประโยชน์ คุณจะรู้สึกว่าไม่มีเสมหะคั่งค้าง หายใจสะดวกขึ้น ลดการติดเชื้อจากการมีเสมหะคั่งในปอด
ท่าที่ ๓ ขมิบช่องคลอด

ท่าบริหารร่างกาย3
เตรียมตัว นอนหงายในขณะที่หัวเตียงสูงเล็กน้อย วางข้อเท้าซ้อนกันไว้
วิธีบริหาร ขมิบช่องคลอดแรงที่สุด เกร็งค้างไว้ นับ ๑-๕ แล้วคลาย ทำบ่อยๆ ทุกวัน วันละ ๒๐๐-๓๐๐ ครั้ง ในรายที่รู้สึกไม่ค่อยมีแรงในการขมิบ ให้หนีบโคนขาช่วยด้วยจะเสริมให้มีแรงในการขมิบมากยิ่งขึ้น เมื่อช่องคลอดแข็งแรงมากขึ้นแล้ว คุณสามารถขมิบโดยไม่ต้องไขว้ขา หรือหนีบโคนขาช่วย และคุณสามารถทำได้ทุกขณะ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่และท่าทางอย่างไร เช่น โหนรถเมล์ ยืนคุยกับเพื่อน ล้างชาม ให้นมลูก นอนเล่น และอื่นๆ โดยที่ผู้อื่นไม่ทราบเลยว่าคุณกำลังบริหารช่องคลอดอยู่
ประโยชน์ ช่องคลอดและก้นจะตึงตัว กระชับมากยิ่งขึ้น เป็นผลดี อย่างมากในขณะมีเพศสัมพันธ์
หมายเหตุ ถึงแม้คุณไม่ได้คลอดผ่านช่องคลอด แต่คุณก็มีความจำเป็นที่จะต้องบริหารช่องคลอด เพื่อทำให้ก้นตึง ไม่หย่อนเหมือนก่อนคลอดอีกต่อไป
เนื่องจากในระหว่างตั้งครรภ์ นํ้าหนักของทารก รก นํ้าคร่ำ และตัวมดลูกเองที่ขยายใหญ่ จะถ่วงลงมาที่ก้นในขณะที่คุณนั่ง ยืน หรือเดิน ทำให้เกิดการเมื่อยล้าและอ่อนแรงของกล้ามเนื้อก้น ก้นจึงหย่อนภายหลังจากการคลอดแล้ว
ท่าที่ ๔ กระดก-หมุนเท้า

ท่าบริหารร่างกาย4
เตรียมตัว นอนหงายในขณะที่หัวเตียงสูงเล็กน้อย ขาห่างกันพอประมาณ
วิธีบริหาร กระดกเท้าขึ้น-ลงมากที่สุดและเร็ว สลับข้างกัน ๑๐ รอบ แล้วหมุนเท้าเป็นวงกลมกว้างที่สุดและเร็ว ๑๐ รอบไป และ ๑๐ รอบกลับ
ประโยชน์ การไหลเวียนของเลือดที่ขาจะดีขึ้น ช่วยลดการบวมของขาและเท้า ป้องกันการเกิดหลอดเลือดขอดที่ขา ลดการคั่งของเลือดในบริเวณที่มีหลอดเลือดขอดอยู่แล้ว และถ้ากระทำก่อนที่จะลุกจากเตียง ภายหลังจากนอนมาเป็นเวลานาน จะช่วยลดอาการหน้ามืดในขณะลุกขึ้นยืนได้
ตอนที่ ๒
การบริหารร่างกายในตอนนี้ จะใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องทำงานมากขึ้น จึงควรเริ่มทำในวันที่ ๓ ภายหลังจากการผ่าตัดแล้ว และทำต่อไปจนกระทั่งกล้ามเนื้อแข็งแรงดี
การบริหารในครั้งแรกที่ร่างกายยังไม่แข็งแรงดี คุณควรเริ่มจากท่า ง่ายๆ ไปหาท่ายาก ทำช้าๆ ท่าละ ๕ ครั้งในตอนเช้า และอีกท่าละ ๕ ครั้ง ในตอนเย็น แล้วเพิ่มจำนวนครั้งขึ้นวันละ ๒ ครั้งในแต่ละท่า เมื่อถึงสัปดาห์ที่ ๒ คุณก็จะทำได้ท่าละ ๓๐ ครั้งต่อวัน และควรบริหารท่าละ ๓๐ ครั้ง เป็นอย่างน้อยในแต่ละวัน จึงจะได้ผลดี
ท่าที่ ๑ งอขาสลับข้าง

ท่าบริหารร่างกาย5
เตรียมตัว นอนหงายราบ เหยียดขาทั้ง ๒ ข้าง
วิธีบริหาร งอขา ลากส้นเท้าเข้ามาหาสะโพก ทำสลับข้างกัน
ประโยชน์ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องในระยะแรก
หมายเหตุ
สำหรับท่าบริหารที่ ๒-๙ ในตอนที่ ๒ นี้ ให้บริหารแบบเดียวกับการบริหารร่างกายภายหลังจากการคลอดปกติ
ความแข็งแรงของร่างกายภายหลังจากการคลอด
คุณแม่ทั้งหลายมักจะสงสัยกันว่า เมื่อไรคุณจึงจะแข็งแรง คุณจะ เล่นกีฬาได้เมื่อไร
จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่ได้ฝึกหัดมารดาก่อนและหลังคลอดมาแล้วโดยเฉลี่ยปีละ ๒,๒๙๕ ราย พบว่า
มารดาที่ได้รับการฝึกหัดบริหารร่างกายในระหว่างตั้งครรภ์และภายหลังจากการคลอด ตามวิธีการที่ถูกต้องดังกล่าวแล้ว จะมีความแข็งแรงของร่างกาย ที่พร้อมจะเล่นกีฬาได้อย่างเบาๆ ภายหลังจากการคลอดแล้วเพียง ๖ สัปดาห์
ส่วนมารดาที่ไม่เคยได้รับการบริหารร่างกายในระหว่างตั้งครรภ์มาก่อน แต่มาเริ่มบริหารร่างกายภายหลังจากการคลอดตามวิธีการที่ถูกต้องร่างกายก็พร้อมที่จะเล่นกีฬาได้ภายหลังจากการคลอดแล้ว ๓ เดือน
กีฬาที่เล่น ควรเป็นชนิดเบาๆ ก่อน เช่น เดินเร็ว หรือว่ายนํ้าวันละ ๑๐ นาที สัปดาห์ละ ๖ วัน หรือวันละ ๒๐ นาที สัปดาห์ละ ๓ วัน
ต่อไปคุณก็สามารถเพิ่มกีฬาให้หนักขึ้นได้ ถ้าคุณมีความทนทาน
มากขึ้น
ที่มา: อาจารย์สุมนา  ตัณฑเศรษฐี
    นายแพทย์ศิริพงศ์  ตัณฑเศรษฐี
    นายแพทย์สมเกียรติ  คูอมรพัฒนะ

แบบผมสวยอื่น ๆ: