ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพในอาหารเสริมและเครื่องสำอางค์ที่ควรรู้

การที่เราจะรับประทานอาหารเสริม หรือใช้เครื่องสำอางค์สักตัว ราคาก็ไม่ใช่ถูก ๆ นะคะ เราจึงควรมาเรียนรู้ว่าส่วนประกอบที่อยู่ในผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพเหล่านั้นมีประโยชน์อะไรต่อร่างกายของเราบ้าง วันนี้เรามีบทความที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพต่าง ๆ มาให้เพื่อน ๆ ได้เรียนรู้กันค่ะ

ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในอาหารเสริมและเครื่องสำอางค์

DNA

หลายเดือนมาแล้วขณะกำลังค้นคว้าข้อมูลเพื่อเขียนเรื่องสั้น เสียงกระดิ่งหน้าบ้านพลันดังขึ้น ชะโงกดูทางหน้าต่างเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าแต่งตัวดีสองคน มือถือกระติกนํ้าลายสก๊อทช์ ผมลุกไปเปิดรับอย่างเสียไม่ได้ ที่แท้ก็เป็นพนักงานขายตรง หรือที่เรียกไดเร็กเซลล์
“พี่ครับ ขอเวลาห้านาที เสนอผลิตภัณฑ์ใหม่”
ผมดูท่าทีแล้วเห็นว่าไล่คงไม่ไป เลยต้องยอมนั่งฟังเรื่องเครื่องสำอางที่จะช่วยให้หน้าของผมเต่งตึงเป็นหนุ่มวัยสิบแปดอีกครั้ง
“ครีมของเรามีส่วนผสมของดีเอ็นเอที่สกัดจากลูกวัวตายในท้อง”
“ดีอะไรนะน้อง”
“ดีเอ็นเอครับ มันเป็นสารตัวใหม่ล่าสุดในวงการแพทย์ เป็นคำย่อ จากดีออกซีไรโบนิวคลิอิก แอซิด” เขาตอบแคล่วคล่อง
“ดีเอ็นเอหนึ่งโมเลกุลประกอบด้วยนิวคลิโอไทด์หลายล้านตัว มัน มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดลักษณะของเซลล์ที่ถูกต้องตามสายพันธุ์ ทำให้เซลล์เกิดใหม่มีลักษณะเหมือนเซลล์เดิมทุกประการ ทุกครั้งที่เซลล์แบ่งตัวมีการสร้างโปรตีน ดีเอ็นเอจะเป็นผู้กำหนดว่าจะสร้างโปรตีนอย่างไรให้เหมือนตัวแม่
ทุกครั้งที่เซลล์เสื่อมโทรมสึกหรอ เซลล์ก็จะซ่อมแซมตัวเองโดย การอ่านรหัสจากดีเอ็นเอ เพื่อสร้างส่วนที่สึกหรอกลับคืนมา
คนเราพอแก่ตัวลง ดีเอ็นเอก็เสื่อมโทรมตามไปด้วย ส่งผลให้ เซลล์หมดโอกาสที่จะซ่อมแซมตัวเองได้ กลายเป็นเซลล์แก่หง่อมรอวัน ร่วงโรย ใบหน้าของคุณพี่ที่เคยเต่งตึงก็กลับหย่อนยานเพราะไม่มีการ สร้างเซลล์ใหม่ๆ แต่ด้วยผลิตภัณฑ์ของเราซึ่งมีดีเอ็นเอลูกวัวเป็นส่วนผสม พอคุณ พี่ทาที่หน้า ดีเอ็นเอของลูกวัวก็จะซึมเข้าไปในเซลล์ จับกับดีเอ็นเอของคุณพี่ ทำให้เซลล์กลับกระฉับกระเฉง เซลล์ลูกวัวจะสร้างเซลล์ใหม่ๆให้แก่ผิวหน้าคุณพี่ให้แลดูคล้ายเด็กอ่อน”
เขาพยักหน้าให้เพื่อนเปิดกระติกนํ้าแข็ง หยิบผลิตภัณฑ์เป็นแท่ง คล้ายลิปสติกยักษ์ให้ผมดู
‘‘ผลิตภัณฑ์ของเราแช่ในอุณหภูมิลบยี่สิบองศา รับประกันว่า ดีเอ็นเอยังใหม่สด สามารถออกฤทธิ์ได้เต็มที่”
ผมชะโงกดูนํ้าแข็งที่ลอยตุ๊บป่องๆ ในกระติกแล้วปลงอนิจจัง นั่นนะลบยี่สิบ
“พี่เคยเห็นคุณ…มั้ย” เขาอ้างอิงนางงามจักรวาลสาวพันปี ‘‘เธอใช้ ผลิตภัณฑ์ของเราเดือนละสิบหลอดทาทั้งตัวเลย…” การอ้างอิงบุคคลที่ เป็นที่รู้จักทำให้น่าเชื่อถือ แถมยังมีเอกสารมากมายควักออกมา
“พี่ดูสิ งานวิจัย หนังสือรับรองจาก อย.”
ผมรับมาดูทีละใบ เป็นภาษาอังกฤษบ้าง ฝรั่งเศสบ้าง เยอรมันบ้าง ขณะที่เซลล์แมวยังคุยฟังไปเรื่อย ผมแอบอ่านเนื้อหาเอกสารที่เขาโชว์ ซึ่งก็ไม่มีอะไรเลย แค่รับรองว่าเคยวิเคราะห์พบอะไร ไม่มีชิ้นไหนรับรองสรรพคุณดังอ้าง ส่วนที่อ้างว่าเอกสาร อย. นั้น แท้ที่จริงเป็นเพียงคำขอจดทะเบียนธรรมดา
“สนใจมั้ยครับ จะรับสักห้าหรือสิบหลอดดี”
“หลอดเท่าไรล่ะน้อง”
“พิเศษช่วงโปรโมชั่นเพียงหลอดละหมื่นเดียวครับ” ผมได้ยินแล้ว ขนหัวลุก เหมือนจะมาปล้น
“โทษเถอะนะน้อง พี่มีข้อข้องใจ ผลิตภัณฑ์น้องเพิ่งจะผลิตขาย ใหม่ล่าสุด โปรโมชั่นนำเข้าไม่ถึงสองเดือน นางงามจักรวาลคนนั้นเขา สวยมาหลายสิบปีแล้ว เขาไปหาซื้อผลิตภัณฑ์ของน้องได้ยังไงล่ะ ฟัง พิกลจริงมั้ย”
“และอีกอย่าง ดีเอ็นเอที่น้องว่านะ มันเป็นสารสำคัญในสายพันธุกรรม เป็นตัวกำหนดการสร้างเซลล์ทุกชนิด มันเป็นตัวกำหนดว่า เซลล์นี้จะเจริญเป็นเห็ด ผักกาด หรือเป็นคน ตานี้ถ้าพี่เอาผลิตภัณฑ์ของน้องทาหน้าก่อนนอน และดีเอ็นเอของลูกวัวมาจับกับดีเอ็นเอในเซลล์ผิวหน้าพี่ จริงอย่างน้องว่า ตื่นเช้ามาหน้าพี่มิกลายเป็นหน้าวัวเรอะ”
นักขายทั้งสองมองหน้ากัน พูดไม่ออก
ทุกวันนี้มีผลิตภัณฑ์สุขภาพสารพัดสารเพนำเข้ามาในบ้านเราบ้างก็จริง บ้างก็เท็จ ส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งจากออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกา ที่อเมริกาเองค่าใช้จ่ายด้านผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพของประชาชนมีมูลค่าถึงปีละหนึ่งแสนล้านบาทโดยประมาณ รัฐบาลเริ่มหนักใจกับค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรเสีย
ในเมืองไทย สินค้าที่ทะลักเข้าประเทศใช่ว่าจะดีทั้งหมด บางอย่าง ก็เป็นของเหลือเดน ขายไม่ออกในประเทศแม่ หรือคนรู้ทันหมดแล้ว ก็เลยหันมาหาเหยื่อนอกประเทศ ผู้บริโภคทั้งหลายจึงต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ใส่ตัวไว้เสมอ มิฉะนั้นเสียค่าโง่แน่
กรดนิวคลีอิก
ดีเอ็นเอ (DNA) อาร์เอ็นเอ (RNA) อะดีโนซีน (Adenosine) ไอโนซีนและไอโซพริโนซีน (Inosine and Isoprinosine) ฯลฯ ล้วนเป็นสารเคมีในกลุ่มที่เรียก กรดนิวคลิอิก (Nucleic Acid) ซึ่งเป็นสารมหัศจรรย์ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด
การค้นพบที่สำคัญมากๆ ในวงการแพทย์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เพิ่งเกิดในศตวรรษนี้เองครับ ศตวรรษที่ 20 เป็นย่างก้าวที่สำคัญยิ่งของมนุษยชาติก็ว่าได้
การค้นพบกรดนิวคลิอิกเป็นตัวอย่างอันหนึ่ง มันช่วยอธิบายให้เรา เข้าใจได้ว่า ทำไมกบออกลูกเป็นกบ ไข่ไก่ฟักเป็นตัวไก่ ทำไมลูกมีสีผม ตามแบบพ่อ ยิ้มแบบแม่ เราถ่ายทอดลักษณะเหล่านี้ให้ลูกน้อยได้อย่างไร
ทั้งหมดนี้มีคำตอบอยู่ในกรดที่ชื่อว่า “นิวคลิอิก” นี้เอง
กรดนิวคลิอิกเป็นโมเลกุลขนาดใหญ่ที่บรรจุคำสั่งทางพันธุกรรมไว้ในตัว สิ่งมีชีวิตทุกสายพันธุ์ในโลก ไม่ว่าพืชหรือสัตว์ ล้วนใช้กรดนิวคลิอิกเป็นเสมือนสมุดบันทึกหรือพินัยกรรมที่จะมอบลักษณะของพ่อแม่สู่รุ่นลูกหลาน
พินัยกรรมนิวคลิอิกนี้เอง จะกำหนดว่าเราจะโตมาเป็นแบคทีเรีย หรือแมว หรือมนุษย์
รหัสพันธุกรรมยังช่วยบอกให้เซลล์ทั้งหลายรู้ว่ามันควรจะเจริญ เป็นอะไร สีใด ขนาดเล็กใหญ่เพียงใด เซลล์ตับไม่มีวันเจริญเป็นเซลล์ ผิวหนัง เพราะก่อนสร้างเซลล์ลูก ตัวแม่จะอ่านรหัสที่จดไว้บนกรดนิวคลิอิก และสร้างตามอย่างเคร่งครัด
เมื่อต้องจดรายละเอียดกันยิบแบบนี้ จึงเดาได้ไม่ยากว่าสมุด บันทึกรหัสพันธุกรรมเล่มนี้ต้องหนาเตอะอย่างแน่นอน เพราะมันจะ บันทึกรายละเอียดมากมายอย่างที่เราคาดไม่ถึงทีเดียว มันจดแม้กระทั่ง ว่าเรามีสติปัญญาระดับใด ถนัดคณิตศาสตร์หรือศิลปศาสตร์ ว่ากันว่า มันอาจจะจดด้วยซ้ำไปว่า คนนี้เป็นเกย์ คนนี้เป็นฆาตกรโรคจิต
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่โมเลกุลของกรดนิวคลิอิกจึงมีขนาดใหญ่โต บรรจุหน่วยย่อยๆ ที่เรียกนิวคลิโอไทด์นับล้านๆ หน่วย
และคุณคงเข้าใจสิ่งที่ผมถามนักขายไดเร็กเซลล์คนนั้นนะครับเมื่อดีเอ็นเอมันจดละเอียดยิบขนาดนั้น แล้วเอามาทาหน้าผม ถ้ามัน ออกฤทธิ์ได้จริง ผมมิกลายเป็นวัวเรอะ และชีวิตมนุษย์คงยุ่งยากเป็นที่สุด หากดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตต่างชนิดสามารถทำหน้าที่แทนกันได้ เพราะดังที่กล่าวแล้วว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอ เรารับประทานผัก ผักก็มีดีเอ็นเออยู่ในทุกเซลล์ ดีเอ็นเอผักมาจับกับดีเอ็นเอของเรา เราเลยกลายเป็นมนุษย์ครึ่งคนครึ่งผัก
ชนิดของกรดนิวคลิอิก
กรดนิวคลิอิกมี 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
ดีเอ็นเอ หรือดีออกซีไรโบนิวคลิอิกแอซิด
อาร์เอ็นเอ หรือไรโบนิวคลิอิกแอซิด
นอกจากนี้ยังมีอนุพันธ์ย่อยๆ อีกสามสี่ตัวที่เรานำมาใช้ในวงการแพทย์ คำว่าอนุพันธุ์แปลให้เข้าใจง่ายหมายถึง สารเคมีตัวใหม่ที่เกิดจากการเอากรดนิวคลิอิกมาดัดแปลงโครงสร้างอีกเล็กน้อย
ข้อมูลที่จดบันทึกบนกรดเหล่านี้ไม่ได้เขียนด้วยดินสอ แต่มันจะใช้ วิธีจัดเรียงตัวเองเป็นรหัสต่างๆ โดยมีโมเลกุลพื้นฐานที่เป็นแกนสอง ประเภท คือ พิวรีน (Purine) และไพริมิดีน (Pyrimidine) ฐานทั้งสองจะมีการวางตัวเชื่อมต่อกันอย่างมีความหมายที่เป็นรหัสเหมือนตัว หนังสือ ผมคงไม่ลงไปในรายละเอียดหรอกนะครับว่า ดีเอ็นเอประกอบด้วยนิวคลิโอไทด์กี่ล้านตัว และอะดีนีนกับไธมีนเชื่อมกันอย่างไร
สรุปง่ายๆ ว่า เจ้ากรดนิวคลิอิกทั้งดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอ ล้วน
เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดลักษณะของเซลล์ที่ถูกต้องตามสายพันธุ์ มัน คือสมุดบันทึกประจำเซลล์
ทุกครั้งที่เซลล์แบ่งตัวจะต้องมีการสร้างโปรตีน เซลล์ก็จะเปิดสมุด นิวคลิอิกเพื่ออ่านรหัสดูว่า จะสร้างโปรตีนอย่างไรให้เหมือนตัวแม่ ขั้น ตอนตรงนี้เรียกว่าการแปลรหัสหรือ Translation ถ้ามีการแปลผิดพลาด โศกนาฏกรรมก็อาจเกิดกับชีวิตคุณ เซลล์ดีๆ ก็อาจกลายเป็นเซลล์ มะเร็ง จากการแบ่งตัวซ้ำๆ ไม่หยุดหย่อน
แต่ถ้าเซลล์เสื่อมโทรมสึกหรอพร้อมกับที่ดีเอ็นเอเกิดเสื่อมโทรมตามไป สมุดบันทึกถูกทำลาย เซลล์ก็หมดโอกาสที่จะซ่อมแซมตัวเองได้ กลาย เป็นเซลล์แก่หง่อมรอวันร่วงโรย
ดังนั้นจึงมีนักวิทยาศาสตร์สมองใสบางคนคิดว่า หากเราหา หนทางรักษาดีเอ็นเอ หรืออาร์เอ็นเอไว้ให้ยืนนาน หรือเข้าไปช่วย ซ่อมแซมเจ้ากรดนิวคลิอิกที่เสื่อมสภาพให้กลับดีดังเดิมแล้วละก็…เราก็ จะชนะความชราได้ แนวคิดเช่นนี้เรียกว่าเซลล์ซ่อมเซลล์ (Cells heal cells) คือเอาดีเอ็นเอจากเซลล์หนึ่งมาซ่อมดีเอ็นเอของอีกเซลล์หนึ่ง
แต่ซ่อมง่ายๆ เพียงแค่เอาดีเอ็นเอลูกวัวมาทาถู…ทาถู เช่นนั้นหรือ
แนวคิดตรงนี้เองเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์หลายชนิดในท้องตลาดที่มุ่งมั่นขายสินค้าตามทฤษฎีเซลล์ซ่อมเซลล์ (Cells heal Cells) หรือ การซ่อมเซลล์ (Cell Therapy) โดยมีผู้นำความคิดอยู่ในยุโรป เช่น Professor Dr. Paul Niehans ซึ่งเชื่อว่าหากสกัดเซลล์สดๆ เอาแต่ดีเอ็นเอมาโปะลงไปบนเซลล์แก่ๆ ของเรา เจ้าดีเอ็นเอที่สกัด (และยังสดอยู่) จะเข้าไปซ่อมแซมและแทนที่ดีเอ็นเอที่เสียให้กลับคืนดี ดังนั้นเซลล์ผิวหนังที่หย่อนยานก็จะกลับเต่งตึง เซลล์ตับอ่อนที่เสื่อมสภาพจนเกิดโรคเบาหวานจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่ โรคเบาหวานก็หาย เรียกว่า เข้าไปซ่อมถึงระดับเซลล์เลยว่างั้นเถอะ
เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้ คุณคงเข้าใจได้ทันทีว่า ทำไมสารเคมีจำพวก ดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอจึงถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องประทินโฉม หรืออาหารบำรุงสุขภาพ
เพราะการค้นพบคุณสมบัติของกรดนิวคลิอิกกับการซ่อมแซมเซลล์ให้สดใสใหม่เสมอนี่เองผู้ผลิตเครื่องสำอางจึงไม่ลังเลที่จะเติมดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอลงไปสักนิดหนึ่งเพื่อให้ดูเป็นสินค้าทันสมัย
นอกจาก Professor Dr. Paul Niehans ในยุโรปแล้ว แพทย์ผู้นำแนวคิด ดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอมาใช้ในอาหารและเครื่องสำอางของ อเมริกา คือ ดร.เบนจามิน เอส.แฟรงค์ เขาอ้างว่าอาหารเสริมที่มีส่วน ผสมกรดนิวคลิอิกมีความจำเป็นต่อสุขภาพ
แนวคิดเรื่องเซลล์ซ่อมเซลล์ไม่เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์มากนัก เพราะการทดลองของเขาดูเหมือนเป็นนิทานหลอกเด็กมากกว่างานวิจัยทางวิทยาศาสตร์
ในความเป็นจริง มนุษย์มีปัญหาเรื่องความไม่สมบูรณ์ของดีเอ็นเอ หรืออาร์เอ็นเอเมื่อแก่ตัวลง แต่มิได้หมายความว่าการรับประทานหรือทาดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
บางทีในอนาคตกาล เราอาจค้นพบวิธีตัดต่อสายโซ่แห่งพันธุกรรมทั้งสองชนิดนี้โดยใช้วิศวพันธุกรรม แต่นั่นเป็นเทคโนโลยีชั้นสูงที่เรายังก้าวไปไม่ถึง
ดีเอ็นเอ กับ อาร์เอ็นเอ
การนำดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอมาใช้ในวงการแพทย์เกิดจากการค้น พบความสำคัญของดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอต่อ “ชีวิต” ดังที่กล่าวแล้ว
ดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอจึงถูกนำมาใช้ผสมในแชมพูและเครื่องสำอาง โดยอ้างว่าสารวิเศษตัวนี้จะเพิ่ม “ชีวิต’’ ให้แก่เส้นผมและผิวหนัง
การใช้ดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอเพื่อซ่อมแซมเซลล์นี้ยังนิยมทำโดย การรับประทานหรือฉีดดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอที่สะกัดจากเซลล์ของตัวอ่อนจากสัตว์เข้าไปในร่างกาย
ทุกวันนี้ทฤษฎี “ซ่อมเซลล์” ถูกต่อต้านจากวงการแพทย์ยุคปัจจุบันเนื่องจากมันอาจเป็นอันตรายร้ายแรง (ในกรณีฉีด อาจทำให้ถึงตายคาเข็ม) และเหนืออื่นใด มันถูกพิสูจน์ครั้งแล้วครั้งเล่าว่าไม่ได้ผล
นอกจากนี้ยังมีการโต้แย้งว่า ดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอ ที่รับประทานเข้าไปไม่มีทางออกฤทธิ์ได้เพราะถูกทำลายย่อยสลายตั้งแต่อยูในกระเพาะแล้ว ไม่ทันจะเดินทางไปถึงอวัยวะเพื่อออกฤทธิ์ด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ยังมีงานวิจัยใหม่ๆ ที่ให้ความหวังในการใช้ประโยชน์ จากดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเออยู่บ้าง
ประโยชน์ที่อ้าง
มีการอ้างประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ผสมดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอว่า
หยุดความชรา
เพิ่มความจำและการทำงานสมอง
เพิ่มภูมิคุ้มกัน
ต้านมะเร็ง
หยุดความชรา
มีรายงานครั้งแรกหลายปีมาแล้วว่า กรดนิวคลิอิกสามารถหยุด ความชราได้ และยับยั้งโรคทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมของอวัยวะ หรือเซลล์
ข้ออ้างอิงนี้มีงานวิจัยสนับสนุนเพียงน้อย ทำในสัตว์ไม่กี่ตัว ไม่มี การควบคุม และผู้วิจัยมีความลำเอียง อยากให้ผลการวิจัยออกมาตาม แบบที่ตนต้องการ
อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยชิ้นเล็กๆ ที่แสดงว่าดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอ อาจแสดงประลิทธิภาพได้ในรูปยาฉีด แต่หลังจากนั้นก็ยังไม่มีผลการ ศึกษาตามมาอีกเลย
ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ข้ออ้างอิงเรื่องหยุดยั้งความชรายังไม่ได้รับการ พิสูจน์ มีเพียงการพูดแบบโคมลอย อ้างอิงเพื่อประโยชน์ทางการค้าเท่านั้น
เพื่อความจำและการทำงานสมอง
เช่นเดียวกัน มีรายงานฉบับหนึ่งอ้างว่า ดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอชนิดฉีด สามารถเพิ่มความจำ แต่ก็มิได้มีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน
กระตุ้นภูมิคุ้มกัน
หากดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอที่ฉีดเข้าไปสามารถซึมแทรกเข้าไปถึงข้างในเซลล์ทุกเซลล์ และออกฤทธิ์ซ่อมแซมได้จริงตามแนวคิดของ ดร.เบนจามิน เอส.แฟรงค์ เช่นนั้นแล้ว ดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอ ก็สามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงเพิ่มขึ้น
แต่จนถึงบัดนี้ ก็ยังไม่มีการศึกษาใดๆ ที่ยืนยันว่า แนวคิดทางทฤษฎีนั้นจะกลายเป็นจริงขึ้นมาได้ (เว้นแต่อนุพันธ์บางตัว)
ถึงวันนี้ มีงานวิจัยที่ทำอย่างประณีตและควบคุมอย่างดีหนึ่งชิ้น ซึ่งเป็นงานวิจัยชิ้นแรกที่ยอมรับได้ แสดงให้เห็นว่าการเสริมร่างกายด้วยกรดนิวคลิอิกจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อเชื้อราและแบคทีเรียการทดลองทำซ้ำๆ ในสัตว์ทดลอง-ยํ้า…ในสัตว์ทดลอง โดยให้อาหารที่มีและไม่มีกรด นิวคลิอิกในขนาดแตกต่างกันไป
พบว่าอาหารที่ไม่มีกรดนิวคลิอิกจะยับยั้งการสร้างภูมิคุ้มกัน และ เซลล์เม็ดเลือดขาวซึ่งทำหน้าที่คุ้มกันร่างกายจะมีอายุสั้นลง ในทางตรงข้ามอาหารที่อุดมดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอจะเพิ่มภูมิต้านทาน และการติดเชื้อลดลง
นับเป็นการวิจัยที่ให้ความหวังอีกชิ้นหนึ่ง แม้ยังห่างไกลที่จะนำมา ใช้ประโยชน์ในมนุษย์ แต่อย่างน้อยมันได้บอกให้วงการแพทย์รู้ว่าอาหาร อุดมกรดนิวคลิอิกมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
นอกจากนี้ข้อสังเกตอีกประการ คือ ดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอที่ใช้ใน การทดลองสองครั้งนี้เป็นสารสังเคราะห์ที่ปัจจุบันกำลังพัฒนาเป็นยา
ชื่อ PolyA หรือ PolyU และอีกตัวคือ Poly (l,C) สารทั้งสองยังถูกนำมาพัฒนาเป็นยาต้านมะเร็งด้วยเช่นกัน นอกจากนี้งานวิจัยระยะต้นยังให้ความหวังว่า สารสังเคราะห์เหล่านี้อาจมีบทบาทต่อการรักษาโรคเอดส์ และโรคภูมิคุ้มกันอื่นๆ ด้วยเช่นกัน
ขณะเดียวกัน สารสังเคราะห์อีกตัวชื่อ Ampligen กำลังถูกนำมา ทดลองเป็นยารักษาโรคเอดส์ มันเป็นสารที่ดัดแปลงมาจากรูปแบบหนึ่งของดีเอ็นเอ ชื่อ Apurinic acid
กล่าวโดยรวมได้ว่า การใช้ดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอยังอยู่ในขั้นทดลองกับสัตว์เท่านั้น
แหล่งดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอ
ในเมืองนอกจะมีอาหารเสริมดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเอ หรือเรียกรวมๆ ว่าอาหารเสริมกรดนิวคลิอิกวางจำหน่ายมากมาย เป็นการผลิตเพื่อสนอง ตอบต่อข่าวการค้นพบในวงการวิทยาศาสตร์เท่านั้น มิได้มีการทดลอง สรรพคุณดังอ้าง เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหลายชนิด
อาหารในชีวิตประจำวันก็มีดีเอ็นเอหรืออาร์เอ็นเออยู่แล้ว ยีสต์ที่ใช้หมักขนมปังจะมีอาร์เอ็นเอราว 10 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นการรับประทานขนมปังก็จะได้อาร์เอ็นเอเข้าไปด้วย ถ้าจะให้ดีเลือกขนมปังโฮลวีทที่ทำตามกรรมวิธีแบบดั้งเดิม
ผู้รู้บางท่านบอกว่าเห็ดเป็นอีกแหล่งที่อุดมด้วยดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอ ผมค้นหาข้อมูลยืนยันความถูกต้องไม่ได้ จึงขอนำมาบอกพอเป็นแนวให้ ศึกษากันต่อ
นอกจากดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอแล้ว ยังมีอนุพันธ์บางตัวที่ใช้ใน วงการแพทย์ดังนี้
อะดีโนซีน (Adenosine)
เป็นกรดนิวคลีอิกอีกตัวหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ในวงการแพทย์ในการ ควบคุมการเต้นผิดจังหวะของหัวใจ กระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจและลดอาการเจ็บหน้าอกจากโรคหัวใจแองไจน่า
ยังมีงานวิจัยอื่นๆ ที่แสดงให้เห็นว่าอะดีโนซีนมีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอล ลดการแข็งเกร็งของโรคข้ออักเสบ และลดความผิดปกติของสมองและประสาท
นอกจากนี้ยังมีการใช้ยาอะดีโนซีนในการรักษาโรคเริมแล้วเช่นกัน ในรูปของยาฉีด ชื่อ AMP หรืออะดีโนซีนโมโนฟอสเฟต
แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดคือความสามารถของอะดีโนซีนที่เป็นยา ถ้า นำอะดีโนซีนใส่ในอาหารเสริม มันจะไม่สามารถแสดงฤทธิ์เช่นนี้
ไอโนซีนและไอโซพริโนซีน (Inosine and Isoprinosine)
ไอโนซีนและไอโซพริโนซีน เป็นอนุพันธุ์ของกรดนิวคลิอิกที่นำมาใช้เป็นยามานานแล้วเช่นกันในหลายประเทศยกเว้นอเมริกา โดยตัวที่ได้รับการพิสูจน์ว่ามีฤทธิ์น่าพอใจ คือ ไอโซพริโนซีนซึ่งมีรายงานว่าใช้ได้ผลดีในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยบางราย รวมทั้งโรคเอดส์
ขณะนี้การทดลองยังดำเนินต่อไป
กรดโอโรติค (Orotic Acid)
นักวิทยาศาสตร์รัสเซียรายงานการศึกษาการใช้กรดโอโรติครักษา ผู้ป่วยโรคหัวใจ พบว่าใช้ได้ผลดีในภาวะหลังโรคหัวใจจู่โจม กรดโอโรติคช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจมีแรงบีบมากขึ้น ลดอาการหัวใจโต และนับว่าน่าสนใจมากเมื่อเทียบกับยา Digitalis ซึ่งมีพิษ
และเช่นเดิม มีคนนำกรดโอโรติคมาใส่แคปซูลขายเป็นอาหารเสริม
ผมไม่ขอแนะนำครับ
รกแกะ
เรื่องรกแกะนี่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกรดนิวคลิอิก แต่เห็นว่าผลิตภัณฑ์มีลักษณะคล้ายคลึงกัน จึงขอนำมาเล่าให้ฟัง เพราะเชื่อว่าใครๆที่ติดตามข่าวหนังสือพิมพ์คงได้เคยเห็นข่าว เรื่องนักร้องหรือดาราชื่อดังอย่างเบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย ดวงตา ตุงคมณี หรือบดินทร์ ดุก ใช้เครื่องสำอางที่ทำจากรกแกะฉีดใต้ผิวที่ใบหน้าเพื่อชะลอความแก่ (เขาเล่าว่าให้เอาห้าหาร) ข่าวบอกว่า เครื่องสำอางที่ว่าราคาสูงถึงหนึ่งล้านบาทต่อเจ็ดเข็ม ซึ่งต่อมานักร้องดาราทั้ง หลายก็ชักแถวออกมาปฏิเสธว่าไม่จริง ที่มันมากคือคุณดวงตา เธอบอกว่าซื้อเหมือนกันแต่ซื้อมาทาที่ก้น ทาแล้วก็ไม่หายลาย
ต่อมา นพ.พิสิษฐ์ จิรวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ได้เปิดแถลงข่าวให้ข้อมูลทางวิชาการว่า ท่านรู้สึกกังวลต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้น เพราะอาจทำให้เกิดโรคสมองฝ่อ (Cruetz Feldt-Jacob Disease หรือ ซีเจดี) ทำให้กลายเป็นคนหลงลืม สับสน บุคลิกแปรปรวน สมองเสื่อม อ่อนแรง เดินโซเซ ชักเกร็ง หมดสติได้
ซึ่งเรื่องนี้บริษัทผู้ผลิตก็ออกมาแถลงว่าเครื่องสำอางของตนไม่มี อันตรายแต่ประการใด…ย้ำ…ไม่มีอันตรายนะครับ ไม่ได้บอกว่ามีประโยชน์
การใช้รกเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางมีมานานนมเนแล้ว คือในราวปี 2483 หรือ 56 ปีมาแล้ว เนื่องจากรกเป็นอวัยวะของร่างกายที่อุดมด้วยฮอร์โมนและสารสำคัญหลายชนิด ผู้คิดค้นพยายามชวนเชื่อว่า ผลิตภัณฑ์ผสมรกจะมีฮอร์โมนที่เป็นประโยชน์ ช่วยกระตุ้นเนื้อเยื่อและลบรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า (ทั้งที่เด็กเกิดใหม่ย่นไปทั้งตัว) ต่อมาสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาประกาศว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่มีประสิทธิภาพและฉลากเป็นเท็จ ฮอร์โมนในรก ถูกสกัดออกหมด หรือสลายตัวหมดแล้วในขบวนการผลิต เพราะฉะนั้น ที่เหลืออยู่จึงเป็นเพียงเนื้อเยื่อและโปรตีนเหมือนเนื้อสัตว์ทั่วไป ไม่มีประสิทธิภาพต่อการขจัดรอยเหี่ยวย่นดังอ้าง
กล่าวง่ายๆ ว่าเครื่องสำอางพวกนี้มีค่าไม่ต่างอะไรจากครีมทาหน้า ผสมซุปไก่หรืออะไรประมาณนั้น
แต่ใครอยากใช้ก็ไม่ว่ากัน
ดร.จอห์น อี ไบเลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องสำอางของอาหารและยาอเมริกากล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ผสมรกที่ อย. รับรองไม่มีทั้งประโยชน์ และไม่มีอันตราย เพราะรกในเครื่องสำอางจะถูกฟอกล้างและทำให้ร้อน เพื่อปราศจากเชื้อก่อนนำมาผลิต เชื้อไวรัสและแบคทีเรียตายหมดแล้ว นอกจากนี้ส่วนผสมในเครื่องสำอางหลายชนิด เช่น แอลกอฮอล์และสารกันบูด ก็จะทำให้เชื้อโรคทนอยู่ไม่ได้ ถ้ามันยังเหลืออยู่หลังทำความสะอาด (จาก FDA Consumer 1992)
ในยุโรปมีการใช้รกมนุษย์เพื่อรักษาโรคบางชนิด แต่ก็ต้องเผชิญกับความผิดทางจริยธรรม การหาซื้อรกมนุษย์ในราคาแพงทำให้แพทย์บางคนยุคนไข้ให้ทำแท้งเพื่อหวังเอารก ในปี 2473 โซเวียตเคยทดลองใช้รกมนุษย์ แต่ไม่มีผลการรักษาอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน (จาก Longevity 1991 Sep.)
เมื่อการใช้รกมนุษย์เป็นเรื่องผิดศีลธรรม (ในโรงพยาบาลใหญ่ของ ไทยยังมีการลักลอบขายรกมนุษย์ให้ผู้ผลิตจนทุกวันนี้) บริษัทเครื่อง สำอางรายใหญ่ก็หันไปหารกสัตว์ทดแทน
และแกะคือเหยื่อรายต่อไป
ส่วนเหยื่อรายใหญ่กว่านั้นคือผู้บริโภค…
จนทุกวันนี้ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ว่าโปรตีนจากรกมีประโยชน์ต่อผิวหน้าของคุณ และถ้าคุณแพ้โปรตีนจากสัตว์ หน้าคุณพังยับเยินแน่ๆ
คิดถึงราคา ประสิทธิภาพ อันตราย และความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ก่อนตัดสินใจซื้อนะครับ อย่าเชื่อแต่คำพูดจากผู้ขายเพียงฝ่ายเดียว เพราะผู้ขายย่อมปรารถนารายได้เข้ากระเป๋าเป็นสำคัญ

ที่มา:เภสัชกรสรจักร  ศิริบริรักษ์

แบบผมสวยอื่น ๆ: