วิตามินบี 2 กับอาการร้อนใน

อาการร้อนในเป็นกันได้ทุกคน หากคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอ หรือพักผ่อนไม่เต็มที่ และยังมีอีกอย่างที่ทำให้คุณเป็นร้อนในได้ก็คือการขาดวิตามินบี 2 มันจะเกี่ยวกันได้อย่างไร ลองมาดูบทความที่เราเสนอในวันนี้ดูค่ะ

วิตามินบี 2 ช่วยเรื่องร้อนใน

วิตามินบี2

เวลาคุณเกิดลิ้นแตก ปากเป็นแผล ร้อนใน หมอหลายคนนิยมจ่ายยาเม็ดสีเหลืองๆ ให้คุณรับประทานแล้วปัสสาวะเป็นสีเหลือง
นั่นแหละ วิตามินบีสอง
วิตามินบีสองถูกค้นพบตั้งแต่ปี 1879 หรือร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยนักวิทยาศาสตร์ได้สกัดสารสีเหลืองชนิดหนึ่ง ตั้งชื่อว่า ‘‘แลคโตโครม” แต่ในช่วงเวลานั้น ไม่มีใครสนใจว่า ไอ้เจ้าแลคโตโครมนี้มันมีประโยชน์เช่นไร
จนอีก 50 ปีถัดมา จึงมีผู้สนใจศึกษาหาประโยชน์ของมันมากขึ้น มีการสกัดแยกออกมาเพื่อศึกษา และพบในเวลาต่อมาว่า มันละลายได้ในน้ำ พบได้ทั้งในพืชและสัตว์ และเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากในอาหาร
ปี 1932 วาร์เบิร์กและคริสเตียนสกัดแยกวิตามินบี 2 ได้จากยีสต์
และในปี 1933 คูนช์และเพื่อนร่วมงานร่วมกันศึกษา และประกาศว่ามันคือสารเคมี ชื่อไรโบฟลาวิน
ความสำคัญ
ในปี 1911 สแตนนัสได้ทำการศึกษาภาวะขาดวิตามินและบันทึกไว้ว่า พบอาการแผลเรื้อรังบริเวณลิ้นและริมฝีปาก เขาเชื่อว่านั่นเป็นผลจากการขาดสารอาหารที่จำเป็นบางอย่าง แต่ไม่รู้ว่านั่นคือภาวะการขาดบี 2
ต่อมาพบว่า หนูในห้องทดลองซึ่งไม่ได้รับวิตามินบี 2 จะมีอาการของโรคผิวหนัง ผื่นคัน และขนร่วง เปลือกตาบวม เยื่อบุตาอักเสบ วิตามินบี 2 ก็เหมือนวิตามินบี 1 คือมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างพลังงานของร่างกาย มันเกี่ยวข้องกับสารสำคัญตัวหนึ่งชื่อ กลูตาไธโอน (Glutathione) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
ยังจำไดไหม เจ้าอนุมูลอิสระที่ก่อกำเนิดขึ้นในร่างกายเราทุกๆ วันเมื่อเราหายใจเอาออกซิเจนเข้าไป มันเป็นส่วนสำคัญในขบวนการสันดาปของร่างกาย ซึ่งส่งผลให้เกิดการนำพลังงานไปใช้ เกิดการสังเคราะห์โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต แต่อย่างไรก็ตาม หากมีอนุมูลอิสระมากเกินไป มันจะไม่เพียงทำลายเซลล์ร้ายๆ ที่เกะกะเพ่นพ่าน แต่มันจะพลอยทำลายเซลล์ที่ดีไปด้วย โดยเฉพาะโครงสร้างภายนอกของเซลล์ที่เรียกกันว่าเยื่อหุ้มเซลล์
ยังนับว่ามนุษย์มีกลไกเก็บขยะที่ดี ร่างกายได้สร้างสารต้านอนุมูล อิสระโดยธรรมชาติสองตัว คือ ซูเปอร์ออกไซด์ ไดมิวเทส และคะทาเลส ซึ่งคอยจับกับอนุมูลอิสระได้ถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์ คงหลงเหลือทำลายเซลล์เพียง 0.1 เปอร์เซ็นต์ แต่กระนั้นมันก็ทำให้เกิดการบาดเจ็บของเซลล์ เฉลี่ยถึงวันละ 1,000 แผล ยิ่งแก่ตัวลงรอยแผลก็สะสมเพิ่มมากขึ้น ประมาณการว่าหลายล้านแผลใน 1 เซลล์
นอกจากสองตัวที่กล่าว กลูทาไธโอนก็เป็นสารอีกตัวหนึ่งในร่างกายที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และเจ้าสารชื่อประหลาดนี้จะมีในร่างกายมากหรือน้อย ก็ขึ้นกับปริมาณวิตามินบี 2 ที่คุณบริโภคเข้าไปด้วย กล่าวคือ หากคุณได้รับวิตามินบี 2 ปริมาณเพียงพอ ร่างกายก็จะสร้างกลูทาไธโอนมาก การทำลายเซลล์จากอนุมูลอิสระก็ลดลง
ดังนั้นวิตามินบี 2 จึงทำหน้าที่สำคัญสองประการ คือ
-ส่งเสริมการสร้างพลังงานแก่ร่างกาย
-ล้างพิษอันเกิดจากอนุมูลอิสระ
จึงไม่เกินเลยนักที่จะกล่าวว่า วิตามินบี 2 ช่วยให้คุณดูอ่อนวัยอยู่เสมอ จากคุณสมบัติเสริมพลังงานให้กระฉับกระเฉง และต้านอนุมูลอิสระที่ทำลายผิวหน้าและเนื้อเยื่อภายในของคุณ
บี 2 กับนักกีฬา
หน้าที่หนึ่งของวิตามินบี 2 คือ ช่วยสังเคราะห์คาร์โบไฮเดรต คือ การเปลี่ยนแป้งและนํ้าตาลที่เราบริโภคเข้าไปให้กลายเป็นพลังงาน วิตามิน บี 2 ร่วมกับโปรตีนและสารอื่น สร้างเอนไซม์ที่จำเป็นต่อขบวนการสลายนํ้าตาลในเลือดให้เป็นพลังงาน วิตามินบี 2 มีส่วนเกี่ยวข้องกับเอนไซม์ที่แตกต่างกันอย่างน้อยห้าชนิด และล้วนเป็นส่วนสำคัญของการดำรงชีวิต เมื่อเทียบเคียงกับตัวอื่น วิตามินชนิดนี้ถูกเก็บสะสมไว้ในตับ และไตเป็นจำนวนมาก และจะถูกดึงเข้าสู่เนื้อเยื่อในปริมาณที่สมํ่าเสมอ
แม้จะยังไม่มีหลักฐานว่า วิตามินบี 2 กระตุ้นพลังงานโดยตรง
แต่ก็ยอมรับโดยทั่วไปว่า นักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกายหนักควรได้รับ วิตามินบีสองมากเป็นพิเศษเพื่อให้มั่นใจว่า ขบวนการสร้างพลังงานจะ ดำเนินไปได้ด้วยดี
มีการศึกษาชิ้นหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า นักกีฬาหญิง จำต้องได้รับ วิตามินบี 2 มากกว่าคนทั่วไป
บี 2 กับมะเร็ง
การศึกษาไม่นานมานี้บอกเราว่า วิตามินบี 2 ช่วยลดการเปลี่ยนรูปของเซลล์ที่จะเจริญเป็นมะเร็งในหลอดอาหาร หรือทางเดินอาหาร ส่วนต้น
ขณะนี้กำลังมีการวิจัยต่อเนื่อง
อื่นๆ
วิตามินบี 2 มีความสำคัญต่อเซลล์ในระบบทางเดินหายใจ เพื่อช่วยให้สามารถรับออกซิเจนเข้ามาในปริมาณที่เพียงพอ
นอกจากนี้เราพบว่า มันมีส่วนช่วยในการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และมีหน้าที่โดยเฉพาะในการรักษาความชุ่มชื้นของเยื่อเมือกและเนื้อเยื่อ บางส่วนในร่างกาย
นัยน์ตาและปากจะเป็นด่านแรกที่ถูกผลกระทบของการขาดแคลน วิตามินบี 2 กล่าวคือ หากคุณขาดวิตามินบี 2 คุณจะรู้สึกร้อนขอบตา และร้อนในปาก หรือที่เรียกร้อนในนั่นเอง
พิษของวิตามินบี 2
กล่าวได้ว่าวิตามินบี 2 ปลอดจากพิษโดยสิ้นเชิง เปรียบได้กับสีผสมอาหารจากธรรมชาติ ซึ่งอาจเติมลงไปในอาหารได้ทุกขณะ
วิตามินบี 2 มีสีเหลืองเข้มและสามารถสะท้อนแสงได้ ดังนั้นถ้า รับประทานวิตามินบี 2 มาก ปัสสาวะจะมีสีเหลืองเข้ม เพราะว่าร่างกายจะดูดวิตามินไว้ใช้เท่าที่จำเป็น วิตามินที่เหลือจึงถูกขับทิ้งออกมา
การขาดวิตามินบี 2
คนเราอาจขาดวิตามินบี 2 ได้จากหลายสาเหตุ เช่น
-นิสัยการรับประทานอาหารผิดๆ การเลือกรับประทาน เช่น ไม่รับประทานผัก
-เสพสุราพรํ่าเพรื่อ
-จำกัดอาหาร
-อาการเจ็บป่วยเรื้อรัง เช่น แผลในกระเพาะ ลำไส้อักเสบ เบาหวาน เป็นต้น
หลังขาดวิตามินบี 2 ไม่นาน อาการเจ็บป่วยอื่นจะตามมาทันที เช่น
ปาก
ริมฝีปากคล้ำ อักเสบ แตกปริ ลอกเป็นแผ่น หรือที่เรียกโรคปาก
นกกระจอก ลิ้นบวม อักเสบ ทำให้การกลืนอาหารลำบาก บริเวณมุมปากแตกเป็นด่างขาว
ผิวหนัง
บางทีอาจมีผิวหนังนูนเป็นปื้นหนา สิวขึ้น หน้าเห่อแดง การรับรู้จากปลายประสาทเฉื่อยชา ปวดแสบปวดร้อนใต้ฝ่าเท้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง
สมอง
ง่วงซึม หนังตากระตุก ตัวสั่นหรือชักกระตุก เซื่องซึม เฉื่อยชา
ดวงตา
การขาดวิตามินบี 2 ส่งผลให้เกิดความผิดปกติหลายประการต่อดวงตา หนังตาหยาบหนา ตาแฉะ ไวต่อแสง มองเห็นภาพซ้อน สายตาพร่าเลือน เยื่อบุตาอักเสบ ปวดแสบปวดร้อนในเบ้าตา ม่านตาอักเสบ รูม่านตาขยายกว้าง
จากการทดลองใช้สัตว์วัยเจริญพันธุ์ พบว่าการขาดวิตามินบี 2 ทำให้ถึงตาย หรืออาจเจริญเติบโตช้ามาก พัฒนาการต่างๆ จะหยุดชะงักไว้แค่วัยเด็ก สัตว์ตัวเมียที่ขาดวิตามินบี 2 จะมีความพิการของระบบสืบพันธุ์ได้
แหล่งวิตามินบี 2
อาหารวิตามินบี 2 มีหลายแหล่ง แต่คนไทยไม่นิยมบริโภค เช่น นมสด ยีสต์ ตับ หัวใจ แอพริคอท เบียร์ และมันฝรั่ง นมสดถือเป็น แหล่งที่ดีที่สุด
สำหรับอาหารที่เหมาะกับคนไทยคงจะเป็นพวกผักผลไม้ที่มีในบ้านเรามากกว่า

อาหาร/ผัก/ผลไม้ 1 ขีด

ปริมาณ บี 2 (เป็นมิลลิกรัม)

ตับไก่

2.46

ดอกขี้เหล็ก

0.54

ใบย่านาง

0.50

เห็ดทั่วไป

0.44

เห็ดฟาง

0.33

ถั่วเหลือง

0.31

ฟักทอง

0.06

การสูญเสีย
วิธีการปรุงอาหารอาจทำลายวิตามินได้มาก เพราะถึงแม้วิตามินบี 2
จะทนความร้อนได้ แต่หากมีการเติมด่างในอาหาร เช่น การเติมโซดา และผงฟู จะทำให้วิตามินบี 2 ถูกทำลายรวดเร็ว
ตัวทำลายวิตามินที่สำคัญที่สุดอีกสิ่ง คือ แสงสว่าง นมในขวดแก้ว จะสูญเสียคุณค่าลงไปเพราะแสงอาทิตย์ หรือแม้แต่แสงไฟจ้าในห้างสรรพสินค้า ดังนั้นนมลงในกล่องกระดาษเคลือบเท่านั้นที่จะยังคงรักษาคุณค่าวิตามินไว้ได้มากกว่า แม้แต่ขนมปังก็ยังจะสูญเสียวิตามินบี 2 ไป ถ้าห่อด้วยพลาสติกใสและตั้งกลางแสงสว่างจ้า
การสูญเสียที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่ง คือ วิตามินละลายสู่นํ้าที่ใช้ต้ม หากไม่รับประทานนํ้าต้มผัก ก็ไม่ได้รับวิตามินที่มีประโยชน์
และเช่นเดียวกับวิตามินบีอื่นๆ มันจะถูกขจัดออกในขบวนการฟอกขาว หรือขัดถูอาหารดิบให้แลดูสะอาดตา ดังนั้นอาหารธรรมชาติปราศจากการปรุงแต่งย่อมมีคุณค่ามากกว่า
นอกจากนี้ยาที่คุณบางคนใช้อยู่เป็นประจำ เช่น ยาคุมกำเนิด ก็เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามินเข้าสู่ร่างกายได้ตามสมควร

ที่มา:เภสัชกรสรจักร  ศิริบริรักษ์

แบบผมสวยอื่น ๆ: