เทคนิคการเลือกใช้เครื่องสำอาง พร้อมวิธีใช้งาน

เครื่องสำอางค์แต่ละอย่างค่อนข้างที่จะมีราคาแพง ดังนั้นเราต้องเลือกเครื่องสำอางค์ให้ดี ให้เข้ากับสภาพผิวและใบหน้าของเรา เพื่อไม่ให้ต้องเสียเงินซื้อซ้ำอีก วันนี้เราจึงมีเทคนิคการเลือกเครื่องสำอางค์มาให้เพื่อน ๆ ได้ลองเอาไปปรับใช้ในการซื้อเครื่องสำอางครั้งต่อไป รวมไปจนถึงวิธีการใช้งานเครื่องสำอางอย่างถูกวิธี เพื่อยืดอายุเครื่องสำอางแต่ละชนิดไปอีก

วิธีการเลือกใช้เครื่องสำอาง และวิธีใช้งาน

เครื่องสำอาง

การใช้เครื่องสำอางอย่างเชี่ยวชาญและระมัดระวังเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้สมัครงานดังเรื่องการสัมภาษณ์งานการนั่งประจัญหน้าผู้สัมภาษณ์ในระยะห่างกันแค่สี่ฟุตนั้น ความสามารถในการใช้เครื่อง สำอางของคุณจะแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นตัวคุณเอง ความใส่ใจในรายละเอียด ความตระหนักในสังคมความสามารถในการเลือกข้อแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมรวมทั้งความสนใจในตำแหน่งงานนั้นของตัวคุณ
เครื่องสำอางคือสารที่สามารถใช้ ขัด เท โรย ฉีด ทามนุษย์เพื่อทำ ความสะอาด เสริมความงาม เพิ่มพูนเสน่ห์ หรือเปลี่ยนแปรท่วงท่าใดๆ ดังนั้น เวลาคุณเลือกเครื่องสำอาง โปรดรำลึกถึงกฎดังนี้
1. อ่านฉลากเครื่องสำอางอย่างละเอียด ปฏิบัติตามคำแนะนำโดยเคร่งครัด (ต่อมาเมื่อรู้ปฏิกิริยาตนเองแล้วจึงค่อยทดลองเอง เช่น บรัชออนมาปิดเป็นอายชาโดว์)
2. ทดสอบอาการแพ้เครื่องสำอางด้วยการแตะปริมาณน้อยนิดที่ ต้นแขน ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมงค่อยตรวจดูผื่นแดงรอยจ้ำทั้งหลาย ตรวจดูดวงตาด้วยว่าแดงกํ่ากว่าปรกติหรือเปล่า? คันไหม? เพราะทั้งสองอาการคือปฏิกิริยาต่ออาการแพ้
3. ถ้าเครื่องสำอางนั้นก่อให้เกิดอาการเช่น แสบ เป็นสิว ชาหนึบ คัน ให้หยุดใช้ ถ้าจะไปพบแพทย์ควรพกเครื่องสำอางไปด้วย
4. ล้างมือก่อนใช้เครื่องสำอาง แต่งหน้า
5. ปิดฝาเครื่องสำอางให้สนิทหลังการใช้
6. อย่าใช้เครื่องสำอางปนกับคนอื่น
7. อย่าใช้น้ำลายแตะเวลาแต่งหน้า
8. อย่าไปหวังสิ่งมหัศจรรย์ เครื่องสำอางไม่สามารถเปลี่ยนชีวิต คุณได้หรือทำให้คุณได้เลื่อนตำแหน่ง แต่อาจทำให้คุณเกิดความ เชื่อมั่นในตัวเอง
9. อย่าไปหวังว่าเครื่องสำอางจะช่วยแก้ไขรักษาบำบัดใดๆ ได้
10. โยนเครื่องสำอางเก่าๆ ทิ้งไปอย่าเสียดาย
ผลิตภัณฑ์บางชนิดจะให้ผลต่างกันไปแต่อาจเอามาดัดแปลงได้ถ้าใช้เป็นอายชาโดว์ก็อาจเอามาใช้เป็นปรัชออนปัดแก้มได้เช่นกัน ถ้าผลิตภัณฑ์มอยซ์เจอไรเซอร์สำหรับใบหน้าอาจใช้ทาตัวได้เช่นกัน ข้อยกเว้นคือเครื่องสำอางต่างๆ ไม่ควรเอาไปใช้ที่ปากและตา ถ้าไม่มีระบุไว้ คุณใช้เครื่องสำอางหลายยี่ห้อปนกันได้ อย่าลังเลที่จะลองหลายๆ แบบจับคู่กัน
ปรุงผิวให้ดูดี
เครื่องสำอางจะดูดีขึ้นมาไม่ได้นอกเสียจากผิวคุณดีด้วยเป็นทุนเดิม แต่มีสตรีน้อยคนที่จะมีผิวสวยอยู่ตลอดเวลา หากเครื่องสำอางสามารถเพิ่มพูนความแจ๋วสมบูรณ์แบบได้ระหว่างที่ช่วยปกปิดหรือลดราข้อบกพร่อง เครื่องสำอางใหม่ๆ สามารถจะช่วยแก้ไขปัญหาผิวระหว่างที่คุณใช้ปรุงแต่ง
ไม่ว่าคุณจะมีผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวผสม ผิวเรียบ หรือขรุขระ ก็มี เครื่องสำอางหรือส่วนผสมของเครื่องสำอางที่คุณใช้ได้อยู่ดี วิทยาศาสตร์กับยา และเครื่องสำอางมักผสมผสานเข้าด้วยกันโดยอาศัยแรงช่วยจากคอมพิวเตอร์ เพื่อปรุงผลิตภัณฑ์สำหรับผิวพรรณอันหลากหลาย โปรดอ่านฉลากอย่างระมัดระวังเวลาซื้อเครื่องสำอาง ซักพนักงานขายถ้าอ่านเจอส่วนผสมที่ฟังดูไม่คุ้นหู คุณคงไม่ซื้อรองเท้าไปโดยไม่ดูขนาดก่อนใช่ไหม? ทดลองซื้อเครื่องสำอางขนาดเล็กก่อนเพื่อทดลองใช้สักพักว่าเหมาะกับผิวคุณหรือไม่
มอยซ์เจอไรเซอร์
การจะให้เครื่องสำอางดูเรียบที่สุดนั้น คุณต้องทำความสะอาดใบหน้าให้หมดจดก่อน ระหว่างที่ใบหน้ายังเปียกอยู่ให้ทามอยช์เจอไรเซอร์ที่บริเวณรอบดวงตา คอ หลังมือ ถ้าคุณเป็นคนหน้ามันให้เว้นบริเวณจมูกและบริเวณอื่นๆ ที่เป็นสิวได้ง่าย
ถ้าคุณใช้รองพื้นชนิดผสมน้ำ ซึ่งมีไว้สำหรับคนผิวมันก็ไม่ต้องใช้ มอยซ์เจอไรเซอร์ทาหน้า เปลี่ยนไปใช้โทนเนอร์(เพื่อให้หน้าเรียบ) จะเหมาะกับคนผิวมันมากกว่า
การใช้มอยซ์เจอไรเซอร์มากเกินไปหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิวหนังชนิดมีกรดและอัลคาไลน์ จะทำให้เครื่องสำอางละลายหายวับไป เรียกว่าเช้าแต่งหน้ามาแสนสวยแต่ตกบ่ายกลับไม่มีเหลือ หายวับไปหรือไม่ก็เปลี่ยนสีเลอะเลือนหรือดูแห้งเกรอะกรังเก่าเก็บ
คุณสามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการทดลองใช้มอยซ์เจอไรเซอร์
หลายๆ ชนิด เพื่อดูว่าอันไหนเหมาะสุด โดยทั่วไปแล้วยิ่งผลิตภัณฑ์นั้นเหลวมากเท่าไร ก็จะติดทนน้อยแตกมันน้อยลง คนผิวแห้งมากๆ อาจจำเป็นต้องใช้มอยซ์เจอไรเซอร์แบบที่เหนียวข้นมากๆ คนผิวมันหรือผิวมันเฉพาะบางส่วนใช้ชนิดน้ำ หรือเหลวบางๆ
คำแนะนำในการใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ให้เข้ากับผิวเพื่อเป็นฐานสำหรับรองพื้น…ไม่ไช่เอาไปผสมกับรองพื้นจนละลายสีสันหายไปเปล่าๆ…มีดังนี้
-ชุบฟองน้ำกับน้ำอุ่น
-แตะ ไปทั่วใบหน้า
-ทามอยซ์เจอไรเซอร์บนใบหน้าที่เปียกอยู่
-ลงรองพื้น
-ซับด้วยฟองนํ้าหรือผ้าขนหนูเปีบกๆ
ไม่ว่าเครื่องสำอางค์คุณจะมีส่วนผสมของน้ำหรือนํ้ามันก็ควรจะติดทนบนผิวหน้าคุณได้ดีขึ้นด้วยวิธีที่แนะนำมานี้ อีกทั้งเป็นวิธีเติมเครื่องสำอางค์ เสริมตอนกลางวันของคุณอีกด้วย
คอนซีลเลอร์
ลองพินิจดูใบหน้าสะอ้านของคุณที่เพิ่งชโลมมอยซ์เจอไรเซอร์ไปดูซิว่าคุณมีวงคลํ้ารอบขอบตารึเปล่า? มีเส้นยับย่น เงารอบปากหรือริ้วรอยที่ผิวเช่น สิว ปาน หรือไม่? หรือมีบริเวณใดที่ใบหน้าซึ่งคุณอยากปิดบังหรือแก้ไขใหม่?
นี่คือเวลาที่คุณต้องใช้เครื่องสำอางค์ที่เรียกว่า คอนซีลเลอร์ซึ่งมาในรูปแท่ง หลอด หรือดินสอ สำหรับผิวที่ไม่เรียบคุณอาจใช้รองพื้น 2-3 สีแทน ใช้คอนซีลเลอร์สีอ่อนป้ายด้วยแปรงเพื่อมิให้เกาะหนา สตรีหลายคนปรุงเครื่องสำอางค์เองด้วยการผสมคอนซีลเลอร์กับรองพื้นไว้ในตลับพลาสติกเล็กๆ ให้หยิบมาใช้ได้ง่าย ข้อผิดพลาดที่มักกระทำกันคือใช้เครื่องสำอางค์ทาทับคอนซีลเลอร์แล้วเกลี่ยให้เข้ากัน วิธีนี้คอนซีลเลอร์จะถูกลบให้กลืนไปหมดทั่วทั้งหน้า
เลือกคอนซีลเลอร์สีใกล้เคียงกับสีผิวคุณให้มากที่สุดและใช้คอนซีลเลอร์เฉดที่อ่อนกว่าสีผิวคุณแค่เฉดเดียวเพื่อปกปิดเส้นสายลึกล้ำหรือสิวใดๆ ฤาแม้แต่แผลเป็น ถ้าคุณใช้เฉดสีอ่อนมากเกินไปจะยิ่งทำให้สะดุดตาเปล่าๆ
เวลาป้ายคอนซีลเลอร์ให้เข้ากับเครื่องสำอางค์นั้นให้แตะให้เข้ากัน ด้วยการใช้ปลายนิ้ว
ถ้าคุณมีผิวมันและต้องการปกปิดสิว อย่าใช้คอนซีลเลอร์ชนิดแท่งจึงมีน้ำมัน ให้แตะบริเวณสิวด้วยยาฆ่าเชื้อก่อน เช่น แอสทรินเจนท์ แต่ต้องแน่ใจว่าเครื่องสำอางค์ไม่ได้พอกอยู่หรือเกาะแข็ง จากนั้นปกปิดทั่วทั้งหน้าด้วยรองพื้น แตะรองบริเวณให้เนียนเข้ากัน
รองพื้น
สตรีวัยทำงานย่อมโตพอจะใช้เครื่องสำอางค์แล้วก็ต้องใช้เพื่อให้ตัวเองดูดีสุดสุดด้วย ถ้าคุณทำงานในร้านอาหาร โรงงานหรือในที่ทำงานซึ่งมีเครื่องปรับอากาศ คุณพึงปกป้องผิวเพื่อสุขภาพที่ดีของผิวตนเอง หรือถ้าทำงานกลางแจ้งเครื่องสำอางค์เป็นโล่ห์ปกป้องคุณจากการโดนลม แดด เผาให้ผิวแก่ลงได้เช่นกัน
รองพื้นช่วยส่งเสริมโทนผิว แต่งเติมสีสัน ทำให้คุณดูมีชีวิตชีวามี สุขภาพดีมากขึ้น ถ้าผิวคุณออกโทนสีเหลืองมากไปจนดูซีด หรือมีโทนสีชมพู มากจนดูหนังตาระเรื่อตลอดเวลาอาจทำให้คนอื่นเข้าใจอารมณ์คุณผิดได้ในที่ทำงานนั้น ผู้หญิงมักถูกมองว่าสภาพจิตใจไม่เหมาะต่อความกดดันในธุรกิจและความรับผิดชอบสูง อย่ายอมให้สิ่งนี้มาเป็นข้ออ้างได้
เครื่องสำอางค์มีเป็นพันๆ ยี่ห้อ ทุกบริษัทผลิตมาไม่ตํ่ากว่า 4-5 เฉด ในรูปครีม แท่ง ดินสอ เจล น้ำ ควรเลือกเฉดสีที่เข้ากับผิวคุณ อาจไม่กลมกลืนกับผิวคุณเปี๊ยบโดยแตกต่างไปเล็กน้อยแต่ขอให้ดูเป็นธรรมชาติ
ถ้าผิวคุณมีผิวส่วนบนมันและมีน้ำมันก็ควรเลี่ยง ส่วนผสมที่ชุ่มและมีน้ำมันเยิ้มเวลาสัมผัส ถ้าผิวคุณแห้งก็ต้องใช้เครื่องสำอางค์ที่ชุ่ม มีน้ำมัน มีน้ำเป็นส่วนผสมซึ่งจะทำให้ผิวไม่แห้งแตกลายงา
รองพื้นคุณควรมีหลากหลายชนิดคือ
ผิวมัน- ใช้รองพื้นชนิดผสมน้ำตรงจมูก แก้ม คาง ชนิดผสมนํ้ามันเฉดสีเดียวกันที่ตา คอ และโหนกแก้ม
ผิวผสม- ใช้รองพื้นผสมนํ้าตรงจมูก ชนิดผสมนํ้ามัน ตรงแก้ม คอ ชนิดน้ำมันบางเบาตรงบริเวณดวงตาซึ่งส่งเค้าจะมีรอยย่น
ผิวแห้ง- ใช้รองพื้นชนิดผสมน้ำมันในรูปครีมหรือชนิดแท่งเพื่อจะได้ทนนานและปกป้องได้มากที่สุด รองพื้นชนิดผสมน้ำมันตรงตา คอ และรอบปาก
รองพื้นที่เหมาะจะใช้ในเวลาทำงานคือชนิดบางเบาติดทนอยู่ได้อย่างน้อยแปดชั่วโมง ชนิดเจลนั้นปิดบังได้น้อยแต่ดูเป็นธรรมชาติสุด หากทำให้คุณดูเหมือนแต่งหน้าไม่เสร็จและไม่เหมาะกับที่ทำงาน เลือกซื้อเครื่องสำอางที่ระบุว่า “ทนนาน” หรือ “กันน้ำ” หรือเครื่องสำอางที่ระบุว่าสำหรับ “กลางแจ้ง” ถ้าคุณใช้เครื่องสำอางชนิดนั้นแล้วสีเปลี่ยนไปหรือติดทนน้อยกว่าสามชั่วโมง ให้เลิกใช้หันไปเสาะหายี่ห้ออื่นแทนต้องทดลองยี่ห้อที่ผลิตสำหรับแต่งหน้า ละครเวทีดูถ้าหายี่ห้อที่ติดทนนานอื่นๆ ไม่ได้
เครื่องสำอางนั้นมีหลากหลายเนื้ออีกทั้งสีสันก็แตกต่างกันไปมากมาย กฎในการเลือกสีที่เหมาะกับตัวคุณคือ
-เลือกสีที่อ่อนหรือเข้มกว่าสีผิวคุณสักเฉดเดียว
-เลี่ยงเฉดที่หวานแหววเกิน ไป ให้ใช้บรัชออนปัดให้หน้าดูอบอุ่น แทนรองพื้นสีหวานออกชมพูเกินไปจะก่อให้เกิดเส้นสายเห็นชัดเจนตรงคางและคอ
-ถ้าคุณไม่ได้มีผิวสีชมพูเข้มจัดล่ะก้อ ให้เลือกสีเนื้อสำหรับใช้ที่ๆ ทำงาน
ผู้หญิงทั้งหลายมักชินกับการใช้เครื่องสำอางพอกหน้าจนไม่รู้ตัวว่าทำซ้ำซากเป็นกิจวัตร ถ้าคุณจะติดนิสัยอันใดก็ขอให้แน่ใจว่าเป็นนิสัยที่ดีก็แล้วกัน อันหนึ่งคือ การสัมผัสที่เบามือเวลาแต่งหน้าอย่าดึงทึ้งผิวแรงๆ ถ้าเกลี่ยเครื่องสำอางให้เรียบเสมอกันไม่ได้ด้วยนิ้วมือตัวเองให้ใช้ฟองนํ้าชุบนํ้าเกลี่ยเอาใช้กล้ามเนื้อหน้า คือเกร็งหน้าเขม็งให้ผิวหน้าตึงแน่นขณะที่คุณเกลี่ยรองพื้นไป ทั่วหรือจรดปลายดินสอลงบนผิว
บริเวณดวงตาที่ละเอียดอ่อนนั้น ทาครีมและเครื่องสำอางจากมุมนอก เข้ามาข้างใน ทาบริเวณแก้มขึ้นไปทางข้างบนและเกลี่ยออกไปทางขมับทาครีมที่บริเวณคอโดยเกลี่ยขึ้นไปทางหู
ไม่มีกฎตายตัวอันใดที่บังคับว่าให้ใช้รองพื้นสีเดียวตลอดเวลาคุณใช้รองพื้นสีต่างๆ ผสมกันได้ คนมีหน้าแคบอาจดูดีกับรองพื้นสีอ่อนตรงบริเวณแก้มและขากรรไกร รองพื้นสีอ่อนจะทำให้ขากรรไกรดูแข็งแรงส่วนคนที่มีหน้ากลมหรือขากรรไกรเหลี่ยมอาจดูดีกับรองพื้นสีเข้มสีเดียวกับรองพื้นที่ทาบริเวณขากรรไกรส่วนนอก เกลี่ยทุกส่วนให้เข้ากันอย่างระมัดระวัง
แป้ง
ให้นึกถึงแป้งชนิดที่เหมาะสุดกับภาพพจน์สาวทำงานของคุณ ถ้า อยากให้แต่งออกมาดูนุ่มนวลก็ให้ใช้แป้งฝึ่นปิดทับรองพื้นมากๆ จากนั้นใช้แปรงปิดออกเบาๆ แป้งที่ปิดทับไปจะช่วยให้เครื่องสำอางเข้าที่และติดคงทนดูสะอาดสดชื่นอยู่ได้นาน
แป้งฝุ่นทำให้ดูวาววามแบบที่แป้งแข็งไม่มีคุณสมบัตินี้ถ้าคุณมีผิวมัน ก็มีแป้งชนิดซึมซับน้ำมันที่จะช่วยไม่ให้เครื่องสำอางละลายหลุดได้
สำหรับผิวแห้งหรือผิวแก่เกินวัย แป้งอาจแข็งตัวเกาะอยู่เป็นเส้น ฉะนั้นต้องระวังปิดแป้งส่วนเกินที่หลงเหลืออยู่ออกไปให้หมด
แป้งฝุ่นชนิดโปร่งใสช่วยเติมเครื่องสำอางให้ติดทนนวลเนียนโดยไม่ได้เพิ่มสีสันใดๆ สีผิวทุกแบบจึงสามารถใช้แป้งฝุ่นโปร่งใสนี้ได้ดีเท่าเทียมกัน หรือถ้าคุณใช้คอนซีลเลอร์และรองพื้นหลายสีแป้งฝุ่นโปร่งใสก็จะช่วยให้รองพื้นหลากสีดูกลมกลืนเข้าด้วยกัน
วิธีทาแป้งคือ ใช้แปรงปัดหรือพัฟฟ์หรือสำลีพันปลายไม้ใช้แปรงปัดทั่วใบหน้า จากนั้นใช้สำลีกดปิดอีกครั้ง อย่ากังวลว่าจะใช้แป้งมากเกินไป ทาแล้วใช้แปรงสะอาดปัดออกได้ บางคนชอบพัฟฟ์ เลือกวิธีตามที่แต่ละคนถนัด
ปัดแก้ม
ที่ปัดแก้มชนิดแป้งผงเป็นเครื่องเติมสีสันให้ใบหน้า ทำให้เกิดความอ่อนละมุนเฉพาะจุด โดยเฉพาะถ้าหน้าคุณมันหรือมีรูขุมขนกว้าง ถ้าคุณมีรูขุมขนเล็กแบบผิวแห้ง หรือทำงานในห้องปรับอากาศถึงอากาศแห้ง ให้ใช้เครื่องปัดแก้มแบบครีมหรือเจล
ถ้าคุณใช้เครื่องปัดแก้มชนิดผงในตอนเช้า พอตกกลางวันอาจเติม ด้วยชนิดครีมหรือเติมเมื่อเครื่องสำอางเริ่มจางก็ได้ ถ้าผิวแห้งมากๆ อย่าไปเอาแป้งฝุ่นปัดทับเจลหรือครีมปัดแก้มเพราะความชุ่มชื้นนิดๆ จะทำให้แก้มคุณเปล่งประกายใส ดูอ่อนโยนและอ่อนกว่าวัย
เทคนิคในการทาแก้มคือปัดให้ทั่วโหนกแก้มสูงขึ้นไปทางหน้าผาก นอกจากนี้บรัชปัดแก้มยังใช้เน้นรูปร่างเค้าโครงได้อีกด้วยวิธีต่อไปนี้
หน้าฝากสูงและกว้าง แต่งให้ขากรรไกรดูเข้มขึ้นด้วยการเกลี่ย บรัชออนไปทางใบหู
คางยื่น เรียกจุดสนใจมายังใบหน้าโดยปัดบรัชออนไปทางรอบนอกดวงตาและปัดหน้าผาก
จมูกกว้างเกินงาม ใช้สีที่ต่างกันไปตรงขอบจมูกสองด้าน เทคนิคที่ช่างแต่งหน้านิยมใช้คือใช้บรัชออนปัดรอบบริเวณดวงตาซึ่งช่วยทำให้ดวงตาที่อ่อนล้าดูสดใสมีประกายขึ้น นอกจากนี้บรัชปัดแก้มใช้

ปัดแก้ม
เปลี่ยนรูปหน้าหรือเพิ่มพูนเสริมได้ดังลักษณะรูปหน้าต่อไปนี้
หน้ายาว คนมีหน้ายาวจะดูเป็นคนหน้าเศร้า รูปหน้ามักแคบจึงต้องแต่งใหม่ให้ดูสั้นและกว้างขึ้น แต่งหน้าให้อยู่ในกรอบกลางแก้มไปจนถึงขมับ เขียนคิ้วเป็นเส้นตรง ใส่แว่นตากรอบโค้ง ปัดอายชาโดว์ออกเฉียง ปัดบรัชออน เป็นรูปตัววีใต้ตา สูงไปถึงตา ทาปากให้กว้างออกไปอีกนิด
หน้ากลม หน้ากลมทำให้ดูอ่อนโยนเป็นสาวสคราญ ควรใช้ ประโยชน์ข้อดีให้เต็มที่แต่เติมความเด่นให้ใบหน้าด้วยการเน้นโหนกแก้ม ใช้บรัชออนปัดเป็นรูปสามเหลี่ยมใต้ตาให้ปลายสามเหลี่ยมจบลงที่ใต้โหนกแก้มพอดี เขียนคิ้วตวัดขึ้น คือท่าตรงข้ามกับคนหน้ายาว คนหน้ากลมควรเขียนเส้นขึ้นและลงเลียวเส้นโค้ง ทาปากรูปกลมอิ่ม
หน้าเหลี่ยม คนหน้าเหลี่ยมควรทำให้หน้าดูอ่อนโยนลง แต่งให้ขา กรรไกรดูกลมและเรียบด้วยการเขียนคิ้วโก่ง เรียกจุดสนใจไปจากวงหน้าขอบนอก หาจุดศูนย์กลางดวงตาแล้วลากเป็นสามเหลี่ยมปัดแก้มส่วนล่าง ปัดจากจมูกไปยังหูโดยให้ส่วนแคบสุดอยู่ที่ดวงตา ทาลิปสติคสีสดเพื่อดึงความสนใจไปที่ปาก
คงต้องทดลองเรื่องรูปร่างและสีสันดูเอาเองเพราะยากจะบอกได้ว่าอันไหนเหมาะกับคุณ สิ่งที่เอ่ยมาจึงเป็นเพียงข้อชี้แนะเท่านั้น
ทีนี้ก็ต้องมาดูการแต่งหน้าขั้นสุดท้าย คือปากกับตา ซึ่งการแต่งเน้นที่สองจุดนี้จะเสริมบุคคลิกให้ใบหน้าคุณ ข้อสำคัญคือเน้นความสนใจไปที่อันใดอันหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งสองอัน
ปาก
เวลาที่คุณทักทายผู้คน พูดจาหรือถกปัญหากับเพื่อนร่วมงาน ปากคุณสำคัญเท่ากับตาในการแสดงความสามารถและดึงดูดจุดสนใจ ลมหายใจกับฟันและนํ้าเสียงคุณก็มีส่วนเสริมต่อลิปสติคหรือสีสันริมฝีปากคุณ ก่อนจะพูดนั้น ปากคุณควรสวยเพียงเต็มที่
ผลิตภัณฑ์สำหรับปากมีมากมายในท้องตลาด ความหลากหลายอันนี้ รวมทั้งเทคนิคต่างๆ ย่อมหมายความว่าคุณจะมีปากซึ่งดูดีและเหมาะสบายกับตัวคุณเอง
ลองหัดใช้ดินสอเขียนปากดูเพราะใช้สะดวกในการเติมแต่งอีกทั้ง เหมาะจะใช้วาดริมฝีปากเป็นรูปทรงใหม่ ถ้าคิดว่าปากตัวเองน่าจะบางกว่านี้ก็ให้เขียนเส้นขอบปากตรงขอบในของปากตามธรรมชาติถ้าจะให้ดูปากอิ่มอวบ ให้เขียนเส้นตรงขอบปากนอก อย่าไปเขียนปากเป็นรูปร่างที่ต่างไปจากของธรรมชาติชนิดไม่เห็นเค้าเดิม เพราะจะดูเป็นของปลอมและไม่ติดทนนาน สี ปากจะเลอะเหลือแต่สีที่ขอบปากของจริงเท่านั้น วิธีดีที่สุดคือใช้ของที่คุณมีอยู่นั่นละให้ดีที่สุด ขอบปากสีเข้มและลิปสติคสีอ่อนตรงกลางจะทำให้ปากดูอิ่มเอิบ
ถ้าจะให้สีปากติดทนนานขึ้น ให้ใช้ลิปสติคชนิดแท่งยาวทาให้เรียบสมํ่าเสมอโดยทั่วกัน โยนลิปสติคเก่าเก็บทิ้งไปอย่าเสียดายพยายามใช้ของใหม่ ที่ยังไม่หมดอายุลิปสติคอายุหนึ่งปีก็เหมือนสีหลอดแห้งกรัง
คุณสามารถผสมลิปเจลเองได้ด้วยการผสมลิปสติคแท่งกับปิโตรเลียม เจลลี ใช้ลิปสติคขนาดครึ่งนิ้วผสมปิโตรเลียมเจลลีหนึ่งช้อนชาใช้ไม้อันเล็กๆ คนให้เข้ากันในภาชนะกระปุกสะอาดเก็บเอาไว้ใช้ได้ เจลอาจไม่ติดทนเหมือนลิปสติครูปแบบอื่นๆ แต่จัดว่าดีมากตรงที่ไม่ทำให้ปากแห้งใช้ทาก่อนหรือทาทับลิปสติคได้ทุกรูปแบบ
รูปปากไม่สวยสมใจสามารถซ่อนเร้นได้ให้ปากดูเข้ารูปและเข้ากับ หน้าทุกรูปแบบด้วยวิธีต่อไปนี้
ปากไม่เท่ากัน ทำให้เท่ากันได้ด้วยการเขียนข้างหนึ่งให้เข้ากับอีกข้าง คุณสามารถทำให้ปากบนและปากล่างมีความกว้างเท่ากันตรงจุดอิ่มสุดและให้มุมปากซ้ายขวาเหมือนกันให้มากที่สุด

ปาก
ปากหนา ปากหนาจะดูเล็กลงถ้าคุณลงรองพื้นทั่วทั้งปาก จากนั้นใช้ลิปชนิดดินสอสีเข้มกว่าสีลิปสติคเขียนเส้นขอบปากที่ขอบในริมฝีปากปัดแป้งที่บริเวณในเส้นทาลิปสติคสีอ่อนซ้ำ
ปากบาง ก็ทำตรงข้ามกับปากหนา คือ ลงรองพื้นทั่วปาก เขียนเส้นขอบปากที่ขอบปากด้านนอกด้วยดินสอเขียนปาก เติมลิปสติคให้เต็ม ซับด้วยทิชชู จากนั้นใช้บรัชปัด ทาลิปสติคซ้ำให้เรียบกลมกลืน ทากลอสทับตรงกลางปากเพื่อให้ดูนุ่มนวล
ปากห้อย เป็นปากที่ไม่น่าดู แก้ได้ด้วยการใช้รองพื้นหรือคอนซีล เลอร์ชนิดแท่งวาดเป็นเส้นที่ขอบริมฝีปากบน จากนั้นใช้ดินสอเขียนปากเขียนขอบปากนอกด้านบนให้สูงขึ้นกว่าเดิม ใช้ดินสอลิปเขียนให้ทั่วทั้งปาก รูปปาก ควรดูสูงขึ้น
ปากแห้ง แตก ต้องใช้ลิปกลอส หรือลิปมันเข้าช่วย
ปากย่น มีริ้วรอย ตอนทาลิปสติคต้องใช้อีกมือดึงปากไว้ อย่าใช้ลิปสติคมันย่องหรือลิปกลอสจะทำให้มองเห็นรอยย่นมากขึ้น
ตา
ในที่ทำงานนั้น ดวงตาคุณคือสิ่งบ่งบอกทุกสิ่งสรรพ์ การจะมีดวงตา สงบ สดใส แจ่มกระจ่างได้อันเป็นสิ่งบ่งบอกจิตใจตัวคุณ สิ่งที่คุณจะต้องใช้คือ คีมถอนขนคิ้ว ดินสอเขียนคิ้ว แปรงเล็กๆ หรือหวี มีดเหลาดินสอ ดินสอเขียนตา แป้งหรือครีมสีที่ขับนัยน์ตาคุณ
เลือกสีคือให้ใกล้เคียงกับสีผมคุณให้มากที่สุดอย่าวาดเส้นเดียวขีดพรืดเป็นรูปคิ้ว แต่ให้ปัดเส้นสั้นๆ หรือใช้แปรงปัดดินสอเขียนคิ้วแล้วนำมาปัดที่คิ้วคุณจะดูเป็นธรรมชาติที่สุด
คิ้วควรเริ่มจากมุมตาด้านในโค้งมาตรงกลางดวงตายาวไปข้างนอกอีก ถ้าตาคุณอยู่ชิดกันเกินไป และยาวไปจนถึงมุมตาด้านนอก
อายชาโดว์สำหรับแต่งตามีมากมายหลายหลากแต่ใช่ว่าจะเหมาะกับทุกคน เครื่องสำอางแต่งตาบางชนิดก็ไม่เหมาะจะใช้แต่งไปทำงาน ให้เลือกชนิดที่ไม่วาววามมากเกินไป
สีอายชาโดว์ควรกลมกลืนกับเครื่องสำอางส่วนอื่นบนหน้าคุณและกับเสื้อผ้าที่สวมใส่ อย่าใช้อายชาโดว์ตามสีดวงตาคุณ ให้ใช้สีที่ตัดกับดวงตาจะทำให้ตาคุณเด่นมากขึ้น
ตาพอง– ต้องใช้อายชาโดว์สีอ่อนมากๆ ทาสีอ่อนตรงเปลือกตาไปจนถึงปลายตา แต่ใช้สีไฮไลท์ได้เต็มที่

ตา
ตาลึก– ดวงตาแบบนี้ดูลึกลับ ให้ใช้อายชาโดว์สีเข้มตรงเปลือกตา และเกลี่ยมาทางหางตา ใช้สีอ่อนตรงใต้คิ้วใช้มาสคาร่าที่ขนตาทางปลายตาทั้งด้านบนและด้านล่าง
ตารูปรี– จัดว่าเป็นดวงตาที่เหมาะเจาะ แต่งให้เริ่ดด้วยการทาสีอายชาโดว์ให้ทั่วเปลือกตา ใช้มาสคาร่าและไลเนอร์เน้นรูปดวงตา
ตาตี่-เป็นรูปตาผู้หญิงเอเชียจะต้องแต่งให้ดูตาลึกขึ้นกว่าเดิม ทำโดยเขียนเส้นจากมุมตาในใต้คิ้วไปตามเส้นเปลือกตาเกลี่ยเส้นให้เนียนเข้ากัน ทามาสคาร่าเฉพาะขนตาบริเวณเปลือกตาบนเท่านั้น
ตาตก– คือลักษณะมุมตาในสูงกว่าหางตา ทำให้ดูเหมือนนิ่วหน้าหรือ เศร้าตลอดเวลา ให้ใช้ดินสอหรือไลเนอร์ชนิดน้ำเขียนเส้นจากเปลือกตาบน ออกไปเฉียงขึ้นข้างบนเล็กน้อย ลากเส้นเลยไปใต้มุมหางตา เกลี่ยเส้นขึ้นด้านบน ใช้อายชาโดว์เฉพาะบริเวณเหนือเส้น ทามาสคาร่าเฉพาะตรงกลางและคิ้วด้านใน
ตาโตห่าง– ทำให้หน้าตาดูเฉยชา จะเห็นได้ชัดมากในคนที่ไปเสริม จมูกมา ดูแจ๊กกี้เคนเนดี้เป็นตัวอย่าง เธอเลี่ยงการแต่งตาทุกชนิดเพราะตาห่าง ก็เลยหันมาเน้นปากแทน ถ้าคุณอยากแต่งตาก็ให้เน้นจุดสนใจที่ขอบตาใน ทามาสคาร่าหนักตรงขนตาด้านในทั้งบนและล่างโดยเริ่มจากขนตาใกล้สันจมูกไป
ตาชิดเกินไป– ให้เน้นมุมตานอกเพื่อให้ดวงตาดูกว้างห่างจากกันมากขึ้น ใช้สีเข้มและมาสคาร่ามากๆ ตรงปลายตา
ถุงหรือรอยรอบดวงตา– เป็นปัญหาทุกนาที แก้ด้วยการใช้สำลีพัน ปลายไม้ป้ายอายชาโดว์สีเข้มเหนือดวงตา ถ้าวงกลมรอบตาเป็นสีเข้มมาก ให้ใช้บรัชออนปิดมากๆ ใช้สีขาวปัดปกปิดเส้นสายสีคลำใต้ตา เริ่มจากมุมใต้ตาลง ไปจนถึงปลายวงกลมตรงขอบเบ้าตา อย่าใช้ปลายนิ้วคุณเพราะใช้แปรงปัดจะได้ผลดูดีกว่า อย่าใช้สีอ่อนใกล้บริเวณบวมเป่งของถุงใต้ตา
มาสคาร่า
มาสคาร่าหนาแต่ป้ายอย่างบรรจงสามารถทำให้สตรีทุกคนดูมีเสน่ห์เพียบได้ มาสคาร่ามีสีน้ำตาล ดำ เทา และมีชนิดติดทนกันน้ำ เชิญเลือกเองตามความจำเป็นว่าคุณจะต้องเติมเครื่องสำอางบ่อยแค่ไหน เลือกใช้มาสคาร่าชนิดกันน้ำถ้าคุณชอบล้างหน้าตอนกลางวันหรือถ้าคุณพำนักอยู่ในแถนถิ่นอากาศร้อนชื้นอย่าทามาสคาร่าจากโคนขนตา ให้ขยับที่ทาหมุนจากด้านนึงไปอีกด้าน จะทำให้สีติดขนตามากขึ้น ถ้าจะทาซ้ำมากกว่า 1 ครั้งควรทิ้งช่วงให้แห้งก่อน ค่อยทาทับ
ถ้าคุณมีปีญหาเรื่องมาสคาร่าเลอะ ให้เบิ่งตาไว้ให้มาสคาร่าแห้งก่อน กะพริบตา ลองเช็คดูดวงตาเวลาไม่ใช้มาสคาร่า ถ้าคันตา เจ็บหรือน้ำตาไหล ตอนทามาสคาร่าให้เลิกใช้ยี่ห้อนั้น เพราะแสดงว่าคุณแพ้ต่อส่วนผสมในมาสคาร่ายี่ห้อนั้น
สีสันเครื่องสำอาง
การใช้สีสันเครื่องสำอางให้ทันสมัยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสตรีทำงาน สีล้าสมัยทำให้คุณดูแก่จืดชืด รวมทั้งสะท้อนความสามารถโดยทั่วไปของคุณอีกด้วย สีที่ทันสมัยและเชยคือ
ทันสมัย                              เชย
อายชาโดว์                        น้ำตาล เทา                         ฟ้า เขียว ม่วง
ลิปสติค                             ชินนิมอน แดงกํ่า ไวน์        สีหวาน ชมพูอ่อน
ยาทาเล็บ                          ไวน์ สีเข้ม                            สีมุก ชมพู
มาสคาร่า                          น้ำตาล ดำ                            ฟ้า
สีที่เก่ใก๋สง่างามคือสีที่กลมกลืนกับเสื้อผ้าเครื่องประดับแต่ไม่ใช่เข้ากันมากจนดูจืด แค่ให้ดูเป็นสมาชิกบ้านเดียวกันก็พอ
เสื้อผ้าและเครื่องประดับคุณควรสอดคล้องกันตามโทนสีดังนี้
สีธรรมชาติ : น้ำตาลเข้ม เทา ขาว แดงใส
สีท้องฟ้า : ฟ้า ชมพู ไวน์ ม่วง
สีเอิร์ธโทน : พีช มุก ส้ม เขียว ครีม เทา อำพัน
ตัวอย่างเช่น เสื้อชุดสีเทาสามารถใช้กับเครื่องสำอางโทนสีท้องฟ้า หรือสีเวิร์ธ โทน หรือเสื้อชุดเขียวอ่อนใช้กับเครื่องสำอางเอิร์ธโทน ดังนั้นคุณควรมีเครื่องสำอางโทนสีต่างๆ ไว้ให้พร้อมมูลหยิบมาใช้ได้ทันที
สีสันในเครื่องสำอางเสริมความงามงดให้คุณได้แต่จำเป็นจะต้องจัดการวางแผนและใส่ใจติดตามอย่างมีประสิทธิภาพในรายละเอียดเล็กน้อย ไม่พลาด
แต่งหน้าในเวลาสิบห้านาที
สามารถทำได้ตอนเช้าก่อนรีบโลดจี๋ออกไปทำงาน และเติมแต่งใน ห้องนํ้าที่ทำงาน หรือในคราที่คุณต้องดูดีเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นเช้า กลางวัน หรือเย็น ในโอกาสพิเศษ ข้อสำคัญคือ ตารางการเสริมความงามนี่จะใช้การได้ต่อเมื่อ โปรแกรมการบำรุงผิวประจำสัปดาห์ในการดูแลความงามนั้นไม่ถูกละเลย ฉะนั้น ลองตั้งนาฬิกาจับเวลาดูซิว่าคุณสามารถทำได้เร็วกว่าสิบห้านาทีหรือไม่
เริ่มจากใบหน้าที่ล้างมาสะอาดสะอ้าน
นาที
2 ใช้มอยซ์เจอไรเซอร์แต้มเป็นจุดที่หน้าผาก แก้ม ปาก คาง แล้ว เกลี่ยให้ทั่ว แตะอย่างระวังใต้ตา
2 แต้ม รองพื้นชนิดเหลว ทับมอยซ์เจอไรเซอร์แล้วค่อยเกลี่ยให้ทั่ว 2 ถ้าคุณใช้ครีมปิดสิวใดๆ หรือใช้รองพื้นอีกสีตรงบริเวณส่วนใด เช่น สันจมูก ให้ค่อยๆ ทา
1 ปัดบรัชออนที่แก้มหรือทาชนิดครีม
1 ใช้ดินสอเขียนตา เขียนขอบตาบนล่างเบาๆ ให้ดูอ่อนละมุน
2 ทาอายชาโดว์ อย่าใช้สีเดียวกับดวงตา ใช้สีตัดกับอายชาโดว์ควรทำให้ตาคุณดูสวยสุด อาจไม่ต้องเข้ากับเสื้อผ้าเปี๊ยบก็ได้
1 ใช้แปรงปัดขนาดใหญ่ ปัดแป้งฝุ่นให้ทั่วใบหน้า ระวังอย่าให้ โดนผมหรือเกาะติดผมข้างๆ ใบหน้า ทามาสคาร่าหลังปัดแป้ง มิฉะนั้นละอองแป้งจะเกาะติดขนตา
1 ปัดมาสคาร่าที่ขนตาบนและล่าง ปัดซ้ำอีกครั้ง
1 เช็คใบหน้าทั้งหมด ดูว่ามีข้อผิดพลาดตรงไหน เติมบรัชออนถ้า จำเป็น เกลี่ยมาสคาร่าให้เท่ากัน
2 ปากคุณควรปิดด้วยแป้ง ใช้ดินสอเขียนปากวาดเส้นรอบปาก
1 ทาปากด้วยลิปสติคหรือลิปกลอส
คุณทำได้ในเวลา 15 นาทีหรือไม่ ? ถ้าไม่ได้ให้หมั่นฝึกบ่อยๆ จะชิน และทำได้เร็วขึ้นสมใจในไม่ช้า
กระเป๋าเครื่องสำอางประจำที่ทำงาน
สตรีส่วนใหญ่จำเป็นต้องแต่งเติมเสริมเครื่องสำอางระหว่างวันทั้งสิ้น มีน้อยคนที่จะสวมทนอยู่ได้ด้วยเหตุผลนี้เองที่คุณจำเป็นต้องมีกระเป๋าเครื่องสำอางใส่ไว้ประจำโต๊ะทำงาน ปัญหาอยู่ตรงที่จัดให้เป็นระเบียบไม่หกเลอะเทอะ สะอาดสะอ้าน เลือกกระเป๋าทรงยาวที่มีซิปรูด และควรเป็นชนิดกันน้ำ มีช่องแยกให้บรรจุสิ่งของได้ไม่กองเทรวมกันหมด เลือกสีขรึมๆ ไม่โดดเด่น ไม่ใช่เดินไปห้องน้ำทีไรคุณถือกระเป๋าปลาสติคดอกแดงแจ๋ให้ใครๆ รู้ทุกทีไป กลายเป็นยายช่างแต่งประจำชั่วโมง
เครื่องสำอางที่พึงมีในกระเป๋านี้ได้แก่
-แปรงสีฟัน/ยาสีฟัน
-เชือกขัดฟัน/ไม้จิ้มฟัน
-นํ้ายาบ้วนปาก
-ครีมทามือ
-มอยซ์เจอไรเซอร์
-ก้อนสำลี
-กระดาษซับมัน
-บรัชออน
-ลิปกลอส/ลิปสติค
-ดินสอเขียนตา
-อายชาโดว์
-มาสคาร่า
-แป้งฝุ่น
-ฟองนํ้าเกลี่ยใบหน้า
-สบู่หรือครีมล้างหน้าถ้าต้องล้างหน้าตอนกลางวัน
-ตลับเล็กๆ แบ่งครีมเช็ดอายชาโดว์
-โทนเนอร์
-กิ๊บ
-แปรงๆ ผม/หวี
-แปรงปัดอายชาโดว์
-พู่กันเขียนปาก
-สำลีพันปลายไม้
-ยาหยอดตา
-ที่เป่าผมอันเล็กๆ
-น้ำหอมขวดเล็ก
-กระจกส่อง
สตรีบางคนใช้กระเป๋านี้เฉพาะเวลาไปงานตอนเย็นต่อโดยไม่ต้อง ย้อนกลับไปที่บ้าน การเติมหน้าตอนเย็นอีกครั้งจะทำให้คุณดูสดชื่นขึ้นและดูดีขึ้นทำได้ด้วยการใช้ฟองน้ำซับเครื่องสำอางออกเพื่อซับนํ้ามันและสิ่งสกปรก
สีสันบนใบหน้าเป็นสิ่งสำคัญ แก้มสีสดใสจะทำให้คุณดูมีสุขภาพดี เมื่อโดนแสงไฟยามคํ่าคืนซึ่งจ้ามากพอจะทำให้สีสันคุณจืดลงได้ลิปกลอสทำให้ปากคุณมันวับขึ้นมาได้เติมดินสอเขียนตาสีฟ้าตรงขอบตาใน เติมมาสคาร่าหนาอีกหน่อย เท่านี้คุณก็พร้อมจะไปงานต่อได้
คำเตือนในการเติมหน้าสตรีหลายคนหยิบเครื่องสำอางมาเติมหน้าตาเฉยในภัตตาคารงานเลี้ยงขอห้ามเด็ดขาด อย่าเติมเครื่องสำอางในที่สาธารณะเพราะดูไม่สุภาพ ไม่มีใครอยากได้กลิ่นน้ำหอมฟึ้งขึ้นมาตอนเขากำลังรับประทานอาหาร แล้วก็ไม่ประทับใจเลยถ้าคุณกำลังพยายามต่อรองธุรกิจอยู่

ที่มา:โสภาพรรณ  รัตนัย

แบบผมสวยอื่น ๆ: