การเตรียมตัวทั่วไปในการสัมภาษณ์งาน และการมีบุคลิกภาพที่ดี

กว่าเราจะได้เข้าทำงานในบริษัทที่เราวาดฝันไว้ เราจะต้องผ่านด่านมหาโหดด่านหนึ่งก่อนคือ การสัมภาษณ์งาน ซึ่งเป็นเหมือนกับการดูตัวของบริษัทว่าเราสามารถทำงานร่วมกับองค์กรของเขาได้หรือเปล่า เรามีความสามารถมากแค่ไหนในการรับมือกับงานที่ได้ทำในอนาคต ดังนั้นการเตรียมตัวเองให้พร้อม จะยิ่งช่วยให้เราดูมีความสามารถมากยิ่งขึ้น และทำให้เราเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ วันนี้เราจึงขอเสนอวิธีการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์ รวมไปจนถึงการดูแล และปรับปรุงบุคลิกภาพของเพื่อน ๆ ให้ดูดี น่าสนใจ

เตรียมตัวตอบคำถามสัมภาษณ์งาน และการดูแลบุคลิกภาพ

รวบรวมแล้วลงมือ
ทีนี้มาถึงเรื่องทั่วไปของคุณ คือการวางท่าทาง น้ำเสียง และภาษากาย ประการแรกคือท่วงท่า ซึ่งการยืนและนั่งอย่างถูกวิธีจะทำให้คุณน่าดูมีเสน่ห์ อีกทั้งเลี่ยงอาการปวดเจ็บอวัยวะในตัว ช่วยให้โลหิตไหลเวียนได้ดี ทำให้คุณตื่นตัว คิดได้ว่องไว ในขณะที่การทรงตัวที่ไม่ดี จะทำให้กล้ามเนื้อหดตัว ปวด เมื่อยไปหมด

บุคลิกภาพ
ลองเอาเชือกห้อยลงมาตรงหน้ากระจกสักเส้นให้ขนานกับกระจก จากนั้นให้คุณยืนตะแคงข้างในท่าที่เส้นเชือกตัดผ่านเงาในกระจกคุณจากหัวมาจรดเท้าเป็นเส้นขนาน ในท่ายืนนี้เส้นควรตัดผ่านใบหู แตะปลายไหล่ ผ่านช่วงเอวมาที่หัวเข่า ลงไปที่กระดูกข้อเท้า
จากนั้นให้หันมาส่องกระจากด้านหน้า แยกเท้าห่างจากกัน 6 นิ้วเชิด ศีรษะเสมือนมีหนังสือวางอยู่บนหัว แขม่วท้องราบ เข่าตึงไม่มาก ทิ้งนํ้าหนักตัวลงที่ส้นเท้าทั้งสอง
เวลาเดิน เข่าและข้อเท้าควรอ่อน ปลายนิ้วเท้าชี้ไปข้างหน้า ยืดอกผึ่ง และเชิดศีรษะเข้าไว้ แกว่งขาไปข้างหน้าจากข้อต่อเอว เท้าราบติดพื้น เวลาก้าวเท้าให้ค่อยๆ ใช้ส้นแตะพื้นเหวี่ยงแขนและไหล่ตามสบาย ควรเลี่ยงการสะพายกระเป๋า หรือถือกระเป๋าเอกสารซํ้าที่แขนข้างเดียวซึ่งจะทำให้แขนข้างนั้นใช้งานหนักมากเกินไป
เอวคือกุญแจสำคัญต่อการวางท่วงท่า เอวจึงควรอยู่หว่างกลางขาในท่าสบาย ไม่ใช่เอนเหวี่ยงไปข้างใดข้างหนึ่ง หรือโอนเอนไปหน้าหลัง พุงป่อง หรือเอวหนามักเกิดจากการทรงตัวไม่ดี ถ้ากล้ามเนื้อท้องคุณอ่อนเชอ ท้องคุณจะห้อย อวัยวะข้างในยื่น ส่งผลให้พุงยื่น หลังโกง…และปวดหลัง
รองเท้าสันสูงปรี๊ดก็ทำให้คุณเสียศูนย์ได้เช่นกัน พร้อมกันนี้กล้ามเนื้อขาอ่อนและขาหลังหดสั้นลง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าเพียงแต่คุณเปลี่ยนรองเท้าบ่อยๆ ใส่ส้นสูงกับส้นเตี้ยสลับกันไป
ท่าเดินคอยื่นคอยาวก็เป็นอีกท่วงท่าซึ่งศีรษะคุณพุ่งยื่นไปข้างหน้าไม่ได้สัดส่วนกับไหล่สองข้างก็เป็นการวางท่าผิดอีกอัน
ควรหัดนั่งอย่างมีสง่าซะแต่บัดนี้…เพราะเวลาไปสัมภาษณ์งานคุณจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในท่านั่ง ยืดหลังตรงแตะพนักเก้าอี้ อย่านั่งแค่หมิ่นเหม่ออยู่ตรงขอบเก้าอี้เท้าราบติดพื้น ยืดหน้าอกตรงคอด้านหลังเป็นเส้นตรงอันเดียว กับหลังส่วนบน เวลาคุณชะโงกไปข้างหน้าให้ชะโงกจากส่วนเอวเพื่อศีรษะจะได้เป็นเส้นเดียวกับไหล่
คุณควรสัมผัสท่วงท่าที่ถูกต้องให้ได้ว่ารู้สึกอย่างไรการฝึกเท่านั้นที่จะช่วยให้วางท่าได้ดี ตัวตรงและมีสง่า

สัมภาษณ์งาน1
การสัมผัสมือทักทายในตอนเริ่มต้นสัมภาษณ์จะทำให้ผู้สัมภาษณ์และผู้ถูกสัมภาษณ์บอกอะไรในตัวกันและกันได้มากขึ้น การสัมผัสมือบ่งบอกบุคลิกได้อีกโข
ลองมาดูซิว่าคุณสัมผัสมือกับผู้สัมภาษณ์แบบไหน!
-เขายืดแขนออกไป มืออยู่ระดับแขน แสดวงว่าเขาคนนี้เป็นคนใจดี น่าทำงานด้วยและจะรับฟังคุณมากกว่าครึ่งเสมอ
-ลังเลจะยืดมือออกมาแม้คุณจะยื่นมือคุณออกไปก่อน แสดงว่าเขา ระวังตัวที่จะไม่หลวมตัวในเรื่องใดๆ
-ตาเขาหลุบตํ่า มองมือมากกว่ามองหน้าคุณ แสดงว่าเขาเป็นคนขี้อาย อ่อนไหวและเป็นนักการฑูต
-จับมือคุณเขย่าขึ้นลงวนไปมาแสดงว่าเขาเป็นคนมีบุคลิกคุมอำนาจ ถ้าเขาจับมือคุณเขย่าข้างซ้าย ไปขวาวนไปมาแสดงว่าเป็นคนสบายๆ เป็นมิตร เข้ากับคนง่าย
-เช็คมือก่อนหรือหลังการสัมผัสมือด้วย แสดงว่าเป็นคนระแวงกลัว ติดโรค
การสัมผัสมือนี้เป็นการทักทายก็จริงแต่ก็ใช้วัดจับหรือควบคุมได้ ดู จากคนที่กุมมือคุณไว้นานเกินไปไม่ยอมปล่อยง่ายๆ
เมื่อการสัมภาษณ์เริ่มขึ้นให้คุณพยายามทำตัวสบายๆ อย่าเกร็ง คน สัมภาษณ์เขาก็อยากให้คุณไม่รู้สึกอึดอัดเช่นเดียวกัน แต่ถ้าคนๆ นั้นแสดงท่าพอใจกับความอึดอัดคุณล่ะก้อนึกดูก็แล้วกันว่าคนบริษัทนี้ที่คุณจะต้องร่วมงานด้วยเป็นคนประเภทใด โปรดรำลึกไว้ว่าสิ่งที่คุณพึงซักถามคือ:
-ถ้าเป็นเรื่องทักษะหรืองานใดๆ ให้ซักให้เขาตอบตรงจุดให้มากที่สุด
-งานคุณขึ้นตรงต่อใครๆ ตัดสินใจ รายงานตรงกับใคร
-สไตล์ส่วนตัวของคนในบริบัท
-บริษัทมีสวัสดิการ ค่ารักบาพยาบาลใดๆ ให้บ้าง
-อนาคตภายหน้าจากการปฏิบัติงานในตำแหน่งนี้จนชำนาญ
-คุณจะต้องทำงานร่วมกับคนจำนวนเท่าใด
อย่ากลัวที่จะถามตรงๆ ว่างานนี้มีใครเคยทำไม่ได้บ้างไหม ด้วยเหตุ ผลใด คำตอบที่ได้รับอาจเป็นข้อสำคัญอันหนึ่งของการสัมภาษณ์ (ถ้าคุณกำลังถูกสัมภาษณ์สำหรับตำแหน่งผู้ช่วยฝ่ายบริหารก็คงน่าสนใจไม่น้อยที่จะรู้ด้วยว่า คนก่อนถูกไล่ออกเพราะไม่ชอบทำงานตอนกลางคืน)
ถ้าคนสัมภาษณ์มีประวัติย่อคุณอยู่ คุณอาจเน้นประเด็นบางจุดซ้ำและขยายความ หรืออธิบายข้อมูลเพิ่มเติมเช่นจุดที่หายไปว่าปีนั้นไปทำอะไร
คนถามย่อมอยากทำให้คุณสบายใจ พูดจาได้ไม่เกร็งเพื่อศึกษาตัวคุณให้มากที่สุด เขาจะได้ประเมินได้ว่าคุณเป็นคนประเภทไหน อีกทั้งเรื่องโยงประสบการณ์ที่ใช้การได้รวมทั้งทักษะที่คุณอาจนำมาใช้ในงานได้ผู้จ้างกับลูกจ้างต้องมีเป้าหมาย ความสนใจ ทักษะ เหมือนๆ กัน เพราะปัญหาเรื่องงานส่วนใหญ่เกิดจากการสื่อข้อความผิดพลาดมากกว่าการขาดความสามารถ
ไม่ว่าจะมีการประเมินตัวคุณอย่างเป็นทางการหรือไม่ก็ตาม จุดที่คุณจะโดนจับจ้องก็คือ
-ความจริงใจ มรรยาทน่าชม
-สไตล์การพูดสนทนา
-ความสามารถในการฟังและตอบด้วยความสำรวม
-ทัศนคติที่มีต่องานและคน
-ความเป็นผู้ใหญ่ในทางอารมณ์ความรู้สึก
-ความสามารถในการทำงานหนักและความสนใจจะทำ
-อารมณ์ขัน ความรับผิดชอบ เจตนารมณ์ และศักยภาพความเป็นผู้นำ
-ความต้องการตำแหน่งและเป้าหมายระยะยาว
เมื่อคุณมั่นใจว่าแต่งตัวมาดูเนี้ยบเต็มที่ และวางตนอย่างจริงใจตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว ก้าวต่อไปคือการยุติบทสัมภาษณ์ซึ่งส่วนใหญ่จะกินเวลาครึ่งชั่วโมงหรืออาจยาวนานเกินหนึ่งชั่วโมง แต่ไม่ควรนานเกินกว่านี้ให้สังเกตดูสัญญาณจากท่าทางคนสัมภาษณ์ซึ่งเป็นเครื่องบ่งบอกว่าการสัมภาษณ์สิ้นสุดลงแล้ว เช่น บอกตรงๆ หรือกล่าวสรุป หรือด้วยการลุกขึ้นหรือเอ่ยบอกคุณว่า จะแจ้งผลให้ทราบต่อไป
สิ่งที่คุณพึงกระทำคือ กล่าวคำลาแล้วกลับออกมาทันทีอย่าอ้อยอิ่ง แต่ควรสังเกตดูคนที่ทำงานอยู่ว่าใส่ชุดอะไรกัน แต่งตัวดูดีแค่ไหน ที่ทำงานมีแสงสว่างและการระบายถ่ายเทอากาศมากน้อยเพียงไร ดูน่าอยู่หรือไม่ ถ้าคุณตัดสินใจว่าไม่สนงานนี้ตั้งแต่ตอนนั้นก็แล้วไป แต่ถ้าสนใจในตำแหน่งนี้ให้เขียนจดหมายไปยังผู้ว่าจ้าง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเอง เพื่อเป็นการกระตุ้นความสนใจของเขา
มาถึงตอนนี้โปรดให้รางวัลตัวคุณเอง…ด้วยการซื้อดอกไม้สวยๆ
หนังสือเล่มน่าอ่าน แผ่นเสียงเพลงโปรด
ทบทวนการสัมภาษณ์งาน
ในคืนนั้น ให้ทบทวนถึงการสัมภาษณ์ที่ผ่านไปดูสักนิด จดประเด็น สิ่งที่คุณพูดไปในเรื่องที่สำคัญและได้รับปฏิกิริยาตอบเป็นอย่างดี ทบทวนการแต่งหน้า ทรงผม เสื้อผ้าที่คุณเลือกใส่ไปสัมภาษณ์งาน ว่าทำให้คุณรู้สึกสบายๆ หรือไม่? ทำให้สบายๆ สามารถตั้งสมาธิไปที่คำถามระหว่างการสัมภาษณ์หรือไม่?
และไม่ว่าคุณจะได้งานนี้หรือไม่ก็ตามที ความพยายามที่คุณทุ่มเทไป กับการเสริมความงามนั้นมิได้สูญหายไปไหน ข้อดีของการฝึกปรุงแต่งตัวเอง ด้วยเทคนิคเหล่านี้คือจะยิ่งเพิ่มพูนทักษะให้กับตัวคุณมากขึ้น ทุกสิ่งที่เรียนรู้ สามารถเอามาใช้ได้ในทุกวันทั้งวัน…เพื่อที่คุณจะได้ดูดีอย่างง่ายดายและอย่างรวดเร็วด้วย

ที่มา:โสภาพรรณ  รัตนัย

แบบผมสวยอื่น ๆ: