เทคนิคการแต่งหน้าสาววัย 35-40 ให้สวยดูดีมีเสน่ห์

หลายครั้งที่เราได้ยินว่า ผู้หญิงอย่าหยุดสวย แม้ว่าจะเข้าสู่วัย 35 – 40 แล้วก็อย่าปล่อยตัวเองให้ร่วงโรยไปตามวัย เราต้องรู้จักดูแลตัวเองทั้งการออกกำลังกาย ดูแลเรื่องอาหารการกินให้เหมาะกับช่วงวัย เพื่อให้เราสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ นอกจากดูแลภายในร่างกายแล้ว การดูแลภายนอกในเรื่องผิวพรรณก็ควรทำด้วยเหมือนกัน การแต่งหน้าให้สวยงามสมวัย ก็มีส่วนช่วยอย่างมากที่จะทำให้สาว ๆ ดูไม่เหี่ยวเฉา วันนี้เรามีเทคนิคการแต่งหน้าสวย ๆ ให้คุณได้ลองเอาไปฝึกดูนะคะ

วิธีการแต่งหน้าสำหรับสาววัย 35 – 40 ปี

เทคนิคการแต่งหน้าสาววัย 35-40

เรียกวัยหวานของวันวานให้คืนมา
วันเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วจนสาวบางคนทนไม่ได้เมื่อเห็นเลข 4 มากวักมือเรียกอยู่ข้างหน้า พวกเธอรู้สึกหวาดหวั่น ตื่นกลัว และก็มุ่งหน้าไปหาศัลยแพทย์ พลาสติค คำตอบที่ได้ก็คือ พวกเธออายุยังน้อยเกินไป ดีใจไหม หมอบอกว่ายังไม่ต้องมาหาหมออีกเป็นเวลานานนับสิบปี เลข 4 ไม่ได้เป็นการเริ่มต้นไปสู่จุดจบสักหน่อย แต่ริ้วรอยเล็ก 2-3 ริ้ว นํ้าหนักที่เกินพอดีไปแค่ 5 กิโลเท่านั้นเอง กัดฟันเอาชนะมันซิ คุณชนะแน่ถ้าให้เวลากับมันอย่างเอาจริงเอาจัง
สำหรับสาววัยใกล้ 40 สิ่งที่จะต้องทำจริงๆ ก็คือ ประเมินความงามกันอีกครั้งหนึ่งว่า คุณจะสวยอย่างไรดี แต่งหน้า ทรงผม การใช้สีสัน และทำอย่างไรดีเพื่อจะรักษาสุขภาพ พลังงานของตัวเอง เพื่อผิวพรรณเส้นผม ให้เวลากับการออกกำลังกายมากขึ้น ควบคุมอาหารสักนิด ไอ้การปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเรื่องกินเรื่องอยู่มันสำแดงเดชให้คุณตั้งแต่อายุย่างขึ้นเลข 3 แล้วละ ดังนั้นถ้ารูปร่างของคุณเกินพอดีจนถึงขั้นอ้วนเผละก็ให้รู้ไว้เถอะจะมาควบคุมกันตอน 40 มันยากกว่าตอน 30 แน่นอน ต้องใช้ความพยายามมากกว่า ใช้เวลานานกว่า เพื่อจะปรับปรุงยกเครื่องเครากันใหม่ของดีๆ ตามธรรมชาติที่ฟ้าประทานมาให้น่ะมันเริ่มเสื่อมคุณภาพแล้ว ตั้งแต่ผิวหนังค่อยๆ ลดความยืดหยุ่นตัวลง เส้นผมสีดำสูญเสียเนื้อที่ให้กับสีขาวและเทา ส่วนการแต่งหน้าจะมาใช้วิธีเดียวกับเมื่ออายุ 20 ก็ไม่ได้ ถึงแม้ว่าผิวของคุณเคยสวยอย่างซื่อสัตย์มาตั้ง 10 ปี โดยไม่ก่อปัญหาให้คุณยุ่งยากใจเลยก็ตาม วัย 40 ที่ต้องเผชิญโลกเผชิญชีวิต ความกดดันนานัปการได้สำแดงฤทธิ์ของมันออกมาในรูปของสิว เรื้อนกวาง ผมหงอก และรูขุมขนกว้างขึ้น มีจุดแปลกๆ ผุดขึ้นตามใบหน้าแล้วไม่ยอมหายไปไหนเสียด้วย
ความยุ่งยากรูปแบบต่างๆ นี้ขจัดให้ลดน้อยลงด้วยการใช้ครีมยาบ้าง ครีมลบเลือนบ้าง หรือครีมอำพรางชนิดพิเศษอย่างเป็นประจำและสมํ่าเสมอ สีผิวเปลี่ยนเเปลงไป ตั้งแต่สีค่อนข้างซีดและมีรอยด่างเพิ่มขึ้น สีผิวซีดก็จงรู้ไว้เถอะว่าโลหิตของคุณไหลวนเวียนช้าลง ต้องกระตุ้นและปลุกเร้าด้วยการออกกำลังกาย ถ้ากระดากที่จะกระโดดโลดเต้นโครมคราม หรือบิดเอวบิดไหล่ก็ใช้วิธีเดินเหินให้กระฉับกระเฉงแทน การเดินนวยนาดวาดกรจรลีเสีย บำรุงด้วยครีมนุ่มๆ หรือรองพื้นประเภทเหลวที่ถูกกับผิวของคุณจะช่วยให้คุณมีสีสันสดใสขึ้น สำหรับรอยด่างจุดดำหรือเส้นโลหิตฝอยแตกก็ใช้ครีมหรือแท่งที่สำหรับอำพรางซ่อนเร้นเสีย
เลือกวิธีสวยด้วยการปรุงแต่งตัวเองให้ดูดี อย่าเลือกเป็นนักวิ่งตามแฟชั่นล่าสุด แต่งหน้าบางๆ เป็นประจำแทนการพอกครีมหนาเตอะ เพราะนั่นจะทำให้คุณดูแก่อย่างสมบูรณ์ทีเดียว
ใช้รองพื้นที่มีสีเพื่อปรุงแต่งสีหน้าตามธรรมชาติของคุณให้สดใสขึ้น สีชมพูเข้มนิดๆ หรือสีลูกท้อก็ไม่เลว สีเบจใช้ดีกับคุณที่มีผิวสีเข้มเท่านั้นเพราะมันช่วยเบรคผิวเข้มของคุณให้ผ่องขึ้น โดยใช้นํ้ายาชุ่มชื้นเจือสีเขียวลูบไล้ผิวหน้าไว้ชั้นหนึ่งก่อนแต่งหน้า ที่ดีก็คือผิวหน้าจะดูไม่เหมือนกับพอกแป้งไว้เป็นแผ่น หรือออกประกายแวววาวเกินไป เพราะจะทำให้หน้าตาคุณดูพิลึกสำหรับคนวัยโรย
วัย 35-40 ผิวหน้าจะแห้งและเหี่ยว การพอกแป้งหนาจะทำให้หน้าตาของคุณไม่มีชีวิตเหมือนตุ๊กตาในศาลพระภูมิ จึงไม่ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่ทำเป็นรูปแป้ง หรือฝุ่น โดยเฉพาะตรงใต้ตากับโหนกคิ้ว แป้งฝุ่นจะทำให้โครงหน้าของคุณจมหายมองแล้วเห็นส่วนบกพร่องชัดขึ้น ส่วนดวงตาก็จะดูแห้งแล้งไร้แวว จึงควรเลือกใช้แป้งฝุ่นโปร่งใสสีกลางหรืออ่อนกว่าสีรองพื้น โดยใช้พัฟแตะที่หน้าเบาๆ ระมัดระวังตรงสันจมูกจนถึงปากเป็นพิเศษ เพราะบริเวณดังกล่าวมักดูดรองพื้นและแป้งฝุ่นก่อนส่วนอื่น และส่งประกายมันวับให้เห็นชัด ก่อให้เกิดความรู้สึกว่าคุณกำลังเหนื่อยเต็มแก่แล้ว
ใช้บลัชเชอร์แบบประหยัด โดยปัดเบาๆ ให้กระจายจะช่วยให้สวยมาก แต่คุณที่ผิวคลํ้าการแต่งด้วยบลัชเชอร์มากๆ จะทำให้มองดูเหมือนกำลังจับไข้
ดวงตาคือจุดเด่นและจุดด้อยของใบหน้า ถ้าแต่งตาสดใสด้วยสีสัน
หรือประกายเหลือบมุกทั้งหลาย รอยตำหนิที่เล็กที่สุดของวัย 35-40 จะมองเห็นชัด หลีกเลี่ยงการใช้สีตาที่สดมากๆ มาเป็นสีหม่นๆ หรือจางกว่าสีดวงตาของคุณแทนดีกว่า สีหม่นแสนสวยมีให้คุณเลือกเยอะแยะไปหมด แล้วยังติดผิวนานกว่าไม่หลอมตัวลงไปขังอยู่ในริ้วรอยของวัยด้วย อย่าใช้อายไลน์เนอร์สีดำเด็ดขาด ใช้สีเขียวอ่อน นํ้าเงินหรือเทา เขียนเส้นขอบตาแทน
แม้คุณจะโปรดปรานทอง เงิน หรือของประเภทวูบๆ วาบๆ แค่ไหนก็ ตาม อย่าได้ริเอาสีประเภทวาวๆ วับๆ พวกนี้มาใช้เป็นอันขาดเพราะแทนที่จะดูสาวขึ้น มันกลับจะเน้นริ้วรอยที่คุณต้องการจะปิดบังให้ประชามหาชนมองเห็นชัด ปัดขนตาให้เรียงเส้นและกระจายแผ่ตามธรรมชาติ อย่าให้มองดูหนาปึกเป็นอันขาด ถอนขนคิ้วตรงเปลือกตาให้เกลี้ยงเกลาและอย่าเขียนคิ้วจนเป็นเส้นดำปึ๊ด ถ้าธรรมชาติของคุณเป็นคิ้วบางๆ ใช้ดินสอเขียนคิ้วสีเทาอ่อน หรือสีนํ้าตาลลากแผ่วๆ ก็พอ เน้นความชุ่มชื้นรอบๆ ดวงตาให้มากเพื่อจะได้ดูนุ่มนวล
คุณที่มีเปลือกตาห้อย ใช้อายไลเนอร์กับอายแชโดว์ดึงขึ้นเสีย โดยแรเงาและเขียนเส้นเฉี่ยวไปหาขมับ พยายามให้เงาและเส้นเบลอดูรำไรๆ ไล่กันแล้วหายเนียนไปกับผิว รวมทั้งมาสคาร่าด้วยสีนํ้าตาลกับเทาเช่นกัน และเมื่อต้องการล้างเส้นสีพวกนี้จงใช้ยาล้างโดยเฉพาะเพื่อมิให้ระคายเคืองกับดวงตา
ปากควรทาครีมตรงส่วนกลางมากๆ เพื่อให้ดูปากนุ่ม แล้วซับกับกระดาษทิชชูก่อนลงสีลิปสติค ตอนรองพื้นหน้าควรมาจนถึงขอบริมฝีปากด้วย ปัดแป้งทับให้ดี แล้วเขียนเส้นขอบปากด้วยดินสอหรือพู่กัน แล้วจึงลงสีให้เต็มริมฝีปาก ซับกับกระดาษทิชชูแล้วปัดแป้งอีกครั้ง ทำอย่างนี้ปากคุณจะสวยได้รูปและมองดูสะอาดสะอ้าน ใช้ลิปสติคชนิดครีมดีกว่า เพราะเบาและไม่กระเซ็น มิฉะนั้นคนอาจจะทักคุณว่า “เลือดไหล” ที่มุมปาก
สีชมพู ปะการัง หรือแดงอ่อน จะดูสวยก็จริง แต่สำหรับคุณถ้าใช้สีลูกพลับ ละก็ จะดูมีเสน่ห์กว่า บรรดาสีอ่อนจะทำให้ดูริมฝีปากแห้ง สีเข้มให้ชีวิตชีวากับริมฝีปากสาว 35-40 ได้ดีกว่า ริมฝีปากสีเข้มทำให้ใบหน้าและดวงตาของคุณมีประกายสดชื่นสีเซ็กซี่กับริมฝีปากซีดๆ อย่างสีครีมเคลือบมันด้วยลิปกลอสทับนั้น ดูน่าจูบ ถ้าอยู่บนริมฝีปากของสาว 20 แต่สำหรับคุณละก้อ อย่าทีเดียว
ถ้ามุมปากคุณตกใช้ดินสอต่อเส้นตรงริมฝีปากล่าง วาดขึ้นไปหา ข้างบน แล้วไม่ต้องทาลิปสติคจนเต็มถึงมุมปาก
ที่มา:เฟลิซิตี้ คลาร์ก แปลโดย “นวลพรรณ”

แบบผมสวยอื่น ๆ: