การใช้แป๊ะก๊วยกับโรคอัลไซเมอร์

เพื่อน ๆ คงเคยได้ยินคำว่าใบแป๊ะก๊วย หรือลูกแป๊ะก๊วยที่เราทานในเต้าทึงกันมาบ้าง เพราะมีการโฆษณาสรรพคุณว่ามีส่วนช่วยในเรื่องของความจำ วันนี้เรามาเรียนรู้กันค่ะว่า ใบแป๊ะก๊วยมีประโยชน์ต่อร่างกาย และสมองเราจริงหรือไม่ หรือช่วยโรคอัลไซเมอร์ได้หรือเปล่าว

แป๊ะก๊วย

ใบแป๊ะก๊วย ประโยชน์จากธรรมชาติต่อสมอง

“ผมและภรรยารับประทานสารสกัดแป๊ะก๊วยทุกวัน’’
ดร.ทูแรน เอ็ม. ไอทิล ผู้เชี่ยวชาญระบบจิตประสาท แห่งนิวยอร์ก/หัวหน้าทิมพัฒนายา ในระบบสมอง/ อดีตที่ปรึกษาองค์การอนามัยโลกด้านการวินิจฉัย ป้องกัน
และรักษาโรคอัลไซเมอร์/ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางคลินิก มหา- วิทยาลัยนิวยอร์ก
ผมไปงานสังสรรค์นักเขียนเมื่อครั้งก่อน ได้พบปะผู้หลักผู้ใหญ่ใน วงการต่างๆ หลายคน รวมทั้งนายแพทย์เจ้าของคอลัมน์สุขภาพชื่อดังอีกสองท่าน ดังนั้นหัวข้อสนทนาจึงเอนเอียงมาทางปัญหาสุขภาพของผู้ร่วมโต๊ะ สังเกตว่ามีคนพูดถึงพืชสมุนไพรตัวหนึ่งคือแป๊ะก๊วย หรือที่ฝรั่งเรียกกิงโค (Ginkgo) พร้อมกับตั้งประเด็นถามว่า มันช่วยบรรเทาโรคความจำเสื่อมของคนสูงอายุได้จริงหรือ จำได้ว่าเมื่อไปยุโรปและอเมริกาก็มีผลิตภัณฑ์จากใบแป๊ะก๊วยวาง ขายเกือบสิบปีมาแล้ว แต่ยังไม่ฮือฮาเท่ากับปัจจุบัน ในเมืองไทยตอนนี้ เริ่มมีคนหาซื้อมาบริโภคบ้างแล้ว อย่ากระนั้นเลย มีหรือจะยอมให้คุณผู้อ่านพลาดสมุนไพรก้องโลก ตัวนี้ จะขอเล่าเรื่องกิงโคหรือใบแป๊ะก๊วยให้ฟังดีกว่า
รู้จักแป๊ะก๊วย
แป๊ะก๊วยเป็นพืชโบราณคล้ายพวกสนสองใบหรือสนสามใบ ถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีน ฝรั่งเรียก Maidenhair Tree หรือ กิงโค (Ginkgo) และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ginkgo biloba เชื่อว่าแป๊ะก๊วยเป็นพืชที่เก่าแก่ที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง อาจเกิดก่อน ไดโนเสาร์ด้วยซ้ำ ประมาณการว่าแป๊ะก๊วยถือกำเนิดในโลก ตั้งแต่
300 ล้านปีที่แล้ว ใบของแป๊ะก๊วยมีลักษณะพิเศษ เห็นครั้งเดียวจำได้ ใบใหญ่เกือบ เท่าฝ่ามือแผ่แบนๆ คล้ายครีบหางของนางเงือกในการ์ตูนฝรั่ง ส่วนลูก แป๊ะก๊วยทุกคนคงรู้จักและลองชิมเนื้อในกันแล้วไม่ต้องบรรยายมากความ
สมัยยังหนุ่ม ผู้เขียนชอบยืนดูใบแป๊ะก๊วยลู่ลมหนาวที่เกาหลีขณะที่พืชชนิดอื่นเปลี่ยนสีผลัดใบ มีแป๊ะก๊วยที่ยังเขียวสดเป็นสัญลักษณ์ของความมีชีวิต เพราะผลัดใบช้ากว่าพืชอื่น แป๊ะก๊วยเป็นต้นไม้สูงขนาดโตเต็มที่เท่ากับคนสิบคนยืนต่อตัวกัน ใบมีลักษณะจำเพาะ แตกกิ่งไม่มากนัก สูงชลูดไม่เกะกะ จึงเป็นที่นิยมปลูกในสวนสาธารณะหรือริมถนนในหลายประเทศทั้งยุโรปและเอเซีย
สมัยจูราสสิคในอดีต เคยมีแป๊ะก๊วยหลายสายพันธุ์ แต่ทุกวันนี้ เหลือแป๊ะก๊วยอยู่เพียงชนิดเดียวในโลก
แป๊ะก๊วยทนทานดีต่อศัตรูพืชและเชื้อรา แป๊ะก๊วยต้นหนึ่งสามารถ ให้เมล็ดสืบพันธุ์นานถึง 1,000 ปี และยังให้สารสำคัญหลายชนิด เช่น Ginkgolide A,B,C และ M Bilobalides Qinkqetin, Isoqinkqitin Bilobetin ฯลฯ อันเป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์
ประวัติในวงการแพทย์
มีหลักฐานว่า ชาวจีนรู้จักใช้แป๊ะก๊วยเป็นยามากว่า 5,000 ปีแล้ว สารสกัดจากใบแป็ะก๊วยถูกใช้ในตำรายาจีนเพื่อรักษาอาการไอ ภูมิแพ้ หอบหืด โรคในระบบทางเดินหายใจ ปอด และหัวใจ
ตำราอายุรเวชของอินเดียมีการใช้ใบแป๊ะก๊วยเช่นเดียวกันในส่วน ประกอบของยาเตรียมเรียก Soma
ส่วนในยุโรป มีการใช้ผลิตภัณฑ์จากแป๊ะก๊วยตั้งแต่ราวปี 1960 โดยใช้รักษาความผิดปกติของระบบไหลเวียนของโลหิตในสมองและหลอดโลหิตส่วนรอบโลหิตไปเลี้ยงสมองไม่พอในผู้สูงอายุ มีทั้งยาเตรียมและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
เม็กซิโกใช้นํ้าสกัดเข้มข้นของใบแป๊ะก๊วยทำยาเรียก “Tebonin” เพื่อรักษาโรคในระบบเลือด เช่น เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ หรือเส้นเลือดขอด
ทุกวันนี้มีเอกสารวิชาการสนับสนุนประสิทธิภาพของใบแป๊ะก๊วย มากมาย มีการสกัดสารสำคัญทำให้บริสุทธิ์และวิเคราะห์หาสูตรโครงสร้างทางเคมีเป็นที่เรียบร้อย
การค้นพบใหม่-ยาฟื้นความจำ
คนเราเมื่อแก่ชรา ความจำเริ่มเลอะเลือน กลายเป็นที่ขบขันของ ลูกหลาน ใครจะรู้ว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่รู้สึกสิ้นหวังท้อแท้ มองเห็นจุดสิ้นสุดอยู่แค่เอื้อม เมื่อพบว่าตนเองความจำเลอะเลือน เพราะหากสมอง เสื่อมแล้ว อวัยวะอื่นก็ไร้ค่า
ในอดีต คนส่วนใหญ่เคยเชื่อว่า อาการชราหลายๆ อย่าง เช่น หลังโก่ง ความจำเสื่อม เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะโรคความจำเสื่อม หรือที่ทางการแพทย์เรียก Dementia เป็นสิ่งที่คนชรากลัวที่สุด
แต่จริงหรือ คนชราต้องความจำเสื่อมทุกคนหรือ หรือว่าพวกกำลังตกเป็นเหยื่อของโรคร้ายบางชนิดที่เรายังไม่รู้วิธีป้องกัน
และด้วยเหตุที่ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่แน่ชัด เจ้ากิงโคหรือ ใบแป๊ะก๊วยจึงกลายมาเป็นขวัญใจของคนชรายุคใหม่ แพทย์หลายคน ทดลองใช้ยาสกัดจากแป๊ะก๊วย คนหลายคนซื้ออาหารเสริมที่มีใบแป๊ะก๊วยเป็นส่วนประกอบ เพื่อป้องกันอาการสมองเสื่อมก่อนที่จะสายไป
สารสำคัญในแป๊ะก๊วย
-สารกลุ่มไดเทอร์ปีน ได้แก่ Ginkgolide A, B, C และ M ซึ่งมีอยู่ในปริมาณร้อยละ 0.06
-สารกลุ่ม Bilobalides ร้อยละ 0.06
-สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ เช่น Qinkqetin, Isoqinkqitin และ Bilobetin
-ฯ ลฯ
ผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์
ผู้เชี่ยวชาญบางท่านจัดแป๊ะก๊วยเป็นสมุนไพรที่สำคัญที่สุดตัวหนึ่ง ของโลก
เพราะอะไรหรือ
เพราะแป๊ะก๊วยให้สารสำคัญหลายชนิดที่ไม่มีในพืชชนิดใดในโลกสารพวกนี้มีคุณประโยชน์หลักคือการช่วยบรรเทาอาการความจำเสื่อม
มีงานวิจัยกว่า 400 ชิ้น ตั้งแต่ปี 1950 ที่เกี่ยวข้องกับแป๊ะก๊วย ส่วนใหญ่เป็นผลงานในห้องทดลองทำโดยนักวิจัยชาวเยอรมัน
แต่ก็มีงานวิจัยที่ทดลองจริงผู้ป่วยกว่า 50 ชิ้น แสดงให้เห็น ประสิทธิภาพของสารสกัดแป๊ะก๊วยต่อโรคความจำเสื่อมในคนสูงวัย ช่วยเพิ่มสมาธิ ลดอาการเหม่อลอย สับสน เหนื่อยง่าย ซึมเซา เวียนศีรษะ
และยิ่งกว่านั้น มีการทดลองใช้แป๊ะก๊วยกับโรคความจำเสื่อมจาก โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s) ซึ่งกำลังเป็นที่หวาดวิตกในวงการแพทย์ ท่านอาจเคยได้ข่าวอดีตประธานาธิบดีอเมริกาก็กำลังป่วยด้วยโรคนี้
อาการเสื่อมถอยของสมองอาจเกิดจากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุ สำคัญประการหนึ่ง คือ เกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออายุมากขึ้น และมีอาการเส้นเลือดแดงแข็งตัว
การทดลองในคนแสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย ทำให้ เลือดไหลผ่านสมองเพิ่มขึ้น สมองมีการใช้กลูโคสและออกซิเจนเพิ่มขึ้น
ในการทบทวนผลการใช้สารสกัดแป๊ะก๊วยในการรักษาอาการสมอง เสื่อมถอยเรื้อรังในผู้ป่วยวัยชรามากกว่า 100 ราย พบรายงานจากผู้ ทดลองว่า อาการหลายชนิดที่เกี่ยวกับการทำงานของสมองดีขึ้น เช่น การเวียนศีรษะ ความจำเสื่อมชั่วคราว สภาพจิตเสื่อมโทรม ฯลฯ
แต่งานวิจัยชิ้นนี้ถูกโต้แย้งจากผู้เชี่ยวชาญหลายรายว่า แพทย์ผู้ทำ การทดลองไม่วางตัวเป็นกลางในการประเมินประสิทธิภาพของยา อย่างไรก็ตามการทดลองนี้ไม่พบผลข้างเคียงจากแป๊ะก๊วยสกัดแม้จะให้
ผู้ป่วยรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน
การทดลองชิ้นต่อมาได้แก้ปัญหาการลำเอียงของแพทย์ เรียกว่า Double Blind Study คือทั้งแพทย์และผู้ป่วยต่างไม่รู้ว่ายาที่ได้รับเป็นยาจริงหรือยาหลอก ผลงานชิ้นนี้เป็นของทีมวิจัยชาวเยอรมันในปี 1985 พบว่าแป๊ะก๊วยสกัดช่วยให้การแสดงออกทางสมองและจิตประสาทของผู้ ป่วยดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงระดับคลื่น ไฟฟ้าในสมอง (EEG) ในทางที่ดีขึ้น
สรุปได้ว่าแป๊ะก๊วยสกัดมีประโยชน์ต่อประสิทธิภาพสมองในคนสูง อายุจริง
แต่ในคนหนุ่มสาวสุขภาพธรรมดา จะได้ผลอย่างไร
มีการทดลองขนาดเล็กในคน 8 คน แต่ควบคุมการทดลองอย่าง
เป็นวิทยาศาสตร์ นักวิจัยพบว่าแป๊ะก๊วยสกัดสามารถกระตุ้นการตอบ
สนองของระบบประสาทในหนุ่มสาวที่อยู่ในภาวะขาดออกซิเจนได้ดีขึ้น
ด้วยเช่นกัน สิ่งนี้สำคัญมากและนำไปสู่การวิจัยขนาดใหญ่ต่อไป
งานวิจัยทำในเยอรมนีอีกชิ้นหนึ่ง แสดงให้เห็นว่า อัตราไหลของ
เลือดเพิ่มถึง 57 เปอร์เซ็นต์ ในหนึ่งชั่วโมงหลังจากได้รับแป๊ะก๊วยสกัด
(วัดการไหลของเลือดในหลอดเลือดฝอย) และงานวิจัยในคนสูงอายุจำนวน
99 คน ที่มีปัญหาเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพออย่างเรื้อรังนานถึง 2 ปี
พบว่าแป๊ะก๊วยสกัดสามารถเพิ่มอัตราไหลของเลือดไปสู่สมองได้ถึง 72
เปอร์เซ็นต์
ในการศึกษาชิ้นใหญ่ ทำในผู้ป่วย 200 คนอายุเฉลี่ย 69 ปี และมีปัญหาเรื่องความจำเสื่อมติดต่อกันมาอย่างน้อย 4 ปี พบว่าผู้ป่วยร้อยละ
71 มีอาการดีขึ้นใน 3 เดือน
งานวิจัยที่เด่นอีกชิ้นเกิดจากสองดอกเตอร์แห่งมหาวิทยาลัยลิมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ในปี 1992 ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ชื่อดัง Lancet ทั้ง สองได้ตรวจสอบคนไข้น้อยกว่า 40 คนที่ใช้สารสกัดแป๊ะก๊วย หลังจาก วิเคราะห์ผลแล้วจึงประกาศว่ามันสามารถรักษาผลจากสมองของเลือดได้จริง มีประสิทธิภาพไม่ด้อยไปกว่ายาแผนปัจจุบันชื่อ Codergocrine
การใช้แป๊ะก๊วยกับโรคอัลไซเมอร์
คุณคงเคยได้ยินโรคอัลไซเมอร์จากทางหนังลือพิมพ์หรือทีวีมาบ้างแล้ว อัลไซเมอร์เป็นกลุ่มอาการเสื่อมของสมองที่เกิดในคนชราหรือคนวัยสี่สิบขึ้นไป พบในหญิงมากกว่าชาย ประกอบด้วยอาการความจำเสื่อมโดย เฉพาะกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดใหม่ จำได้แต่เรื่องเก่าๆ มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม กลายเป็นคนไม่เรียบร้อย ไม่สะอาด แต่งกายลวกๆ พูดรัวไม่เป็นคำ อาจกลายเป็นคนอารมณ์ร้ายหรืออิ่มเอมเกินปกติ บางครั้งเกิดหลงเวลา หลงสถานที่ เช่น นั่งอยู่กับบ้าน แต่กลับบอกว่าอยากกลับบ้านหรือตื่นขึ้นมาหุงข้าวเข้าตอนสี่ทุ่ม ผู้ป่วยอาจกลายเป็นคนขี้เซา นอนยาว ที่แย่คือเกิดอาการชักตัวสั่น เป็นอัมพฤกษ์
ยังไม่รู้สาเหตุของโรค แต่คาดเดาว่าเซลล์สมองเกิดการเสื่อมถอย เพราะถูกทำลายจากอะไรสักอย่าง (หรือหลายอย่าง)
ผลการศึกษาที่น่าสนใจ คือ แป๊ะก๊วยสกัดสามารถหยุดยั้งการเสื่อมถอยของสมองมิให้เลวร้ายลงได้ และระงับอาการความจำเสื่อม (Dementia) ไว้ได้เช่นกัน แต่ต้องเน้นตรงนี้ก่อนว่าแป๊ะก๊วยสกัดไม่สามารถรักษาโรคอัลไซเมอร์ หรือทำให้สมองกลับดีขึ้น มันเพียงระงับมิให้อาการเลวร้ายลงกว่าเดิมเท่านั้น
งานวิจัยที่เพิ่งจบไปเมื่อปีที่แล้ว มุ่งเน้นเรื่องประสิทธิภาพต่อโรคอัลไซเมอร์เป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือในปี 1996 นักวิจัยชาวเยอรมันได้สังเกตการณ์ใช้แป๊ะก๊วยสกัดในคนไข้นอกจำนวน 222 คนในศูนย์การแพทย์ 41 แห่งทั่วประเทศ คนไข้อายุเฉลี่ย 55 ปี ถูกแพทย์วินิจฉัยว่ามีอาการความจำเสื่อมจากโรคอัลไซเมอร์ระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง หรือความจำเสื่อมจากเส้นเลือดในสมองตีบตัน หลังจากให้รับประทาน แป๊ะก๊วยสกัดเปรียบเทียบกับยาหลอกเป็นเวลาหนึ่ง ผลการทดลองไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า แป๊ะก๊วยสกัดให้ผลการรักษาดีที่สุด รวมทั้งเพิ่มความจำและความพร้อมของสมองสูงกว่าคนที่รับประทานยาหลอกถึง 3 เท่า
การช่วยให้ผู้ป่วยความจำเสื่อมทุเลาอาการ ไม่เพียงเป็นการช่วยตัวผู้ป่วยเอง แต่ยังช่วยญาติผู้ป่วยและสังคมโดยรวมอีกด้วย ลองคิดดูสิว่า หากผู้ป่วยสามารถช่วยตัวเองได้ต่อไปอีกระยะหนึ่งโดยไม่ต้องให้การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง จะประหยัดเวลา เงินตรา ทรัพยากร และลดความเครียดของญาติพี่น้องได้มากเพียงใด
ที่จริงมีผลการวิจัยมากมาย แต่คิดว่าคงทำให้ผู้คนเห็นหลักฐาน ทางวิทยาศาสตร์เพียงพอเกี่ยวกับสมุนไพรลํ้าค่าตัวนี้แล้ว
กลวิธีออกฤทธิ์
แป๊ะก๊วยช่วยฟื้นฟูการทำงานของสมองได้อย่างไร
สารสำคัญที่มากในใบและเม็ดแป๊ะก๊วย คือ ไบโอฟลาโวนอยด์
ฟลาโวไกลโคไซด์ (ซึ่งก็คือไบโอฟลาโวนอยด์ที่มีนํ้าตาลในโมเลกุล) โปรแอนโทรไซยานิดีนส์ และสารเคมีโพลีไซคลิกรูปร่างแปลกๆ อีกหลาย ตัวรวมเรียกว่า Ginkgolides
สมัยก่อนนักวิทยาศาสตร์เคยคิดว่า สารที่กล่าวทั้งหมดนี้ ออก ฤทธิ์โดยทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และยับยั้งการแข็งตัวของเลือด (ทำให้เลือดไหลคล่องขึ้น)
แต่การค้นพบในภายหลังให้เงื่อนงำว่าสาร Ginkgolides ออก ฤทธิ์เฉพาะเจาะจงต่อโรค โดยเฉพาะสารที่เรียก Ginkgolide B.
ต่อมาในปี 1988 ศาสตราจารย์อีเลียส โคเรย์ ผู้เชี่ยวชาญทางเคมีแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประสพผลสำเร็จในการสังเคราะห์ Ginkgolide B จากสารเคมีอื่น ผลที่น่าชื่นซมนี้ตกเป็นข่าวครึกโครมในนิวยอร์กไทมส์ ฉบับวันที่ 1 มีนาคม 1988 ภายใต้หัวข้อข่าว ‘’ต้นไม้โบราณกับความลับของสารสำคัญช่วยชีวิต”
ขณะนี้งานวิจัยใหม่ๆ กำลังพุ่งความสนใจไปที่ตัว Ginkgolide B ดูเหมือนว่ามันช่วยรักษาความจำเสื่อมโดยการรบกวนการทำงานของสารเคมีตัวหนึ่งในร่างกายมนุษย์ชื่อ PAF (platelet-Activating Factor) เจ้าสารที่ว่านี้มีบทบาทสำคัญในการจับตัวของเกล็ดเลือดต่อต้านเนื้อเยื่อใหม่ หอบหืด และแม้แต่อาการช็อคจากพิษ
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ พบว่า Gingkolide B ช่วยยืดชีวิตหนูทดลองที่ทำการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ (ปกติสาร PAF จะ กระตุ้นไม่ให้ร่างกายยอมรับเนื้อเยื่อใหม่ๆ ดังนั้นการตัดหัวใจเดิมทิ้ง แล้วเอาของใหม่แปะเข้าไปจึงมักจะล้มเหลว) และข้อที่น่าชื่นชม คือ เจ้า Gingkolide B นี้ไม่ก่อผลข้างเคียงเหมือนยา Cyclosporin ที่ใช้อยู่ ทุกวันนี้
ข้อคิดในทางปฏิบัติ
อนาคตทางยาของใบแป๊ะก๊วยน่าสนใจติดตามเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะเมื่อมันเกี่ยวข้องกับอาการความจำเสื่อมของคนชรา วัยที่เราทุกคนไม่อาจหลีกพ้น
ทุกวันนี้มียาสกัดจากแป๊ะก๊วยจำหน่ายอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่จะมาถึงจุดนี้ได้ก็ใช้เวลาหลายสิบปี ยานํ้าสกัดแป๊ะก๊วยเข้มข้นมีขายที่ยุโรปและเม็กซิโกในชื่อ Tebonin ส่วนที่ทำเป็นยาขายในฝรั่งเศสชื่อ Tanakan และในเยอรมนีชื่อ Rolan ใครที่คิดจะหาซื้อมาใช้ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ก่อน
ส่วนในแง่อาหารเสริมนั้น ในเมืองนอกกำลังบูม อเมริกามีการผลิตอาหารเสริมจากใบแป๊ะก๊วยวางขายเกลื่อน แต่จากการเก็บตัวอย่าง วิเคราะห์ พบว่าส่วนใหญ่คุณภาพตํ่ากว่ามาตรฐาน แต่ยาจากเยอรมนีน่าเชื่อถือมากกว่า เพราะเป็นต้นตำรับค้นคิดมานาน ทำการวิจัยโดยตลอด
มีเอกสารชิ้นหนึ่งกล่าวว่า ใบแป๊ะก๊วยในรูปอาหารเสริม (คือเอา ใบแป็ะก๊วยมาบดเป็นผงใส่แคปซูล) มีสารสำคัญไม่มากพอที่จะออกฤทธิ์ได้
ยังนึกกังวลอยู่ว่าวันไหนที่เข้าเมืองไทยอย่างเป็นทางการ ประเทศคงเสียดุลการค้าอีกไม่น้อย เพราะแป๊ะก๊วยเป็นไม้เมืองหนาว ต้องซื้อของต่างชาติเข้ามา ยิ่งค่าเงินบาทลอยตัวเช่นนี้
ที่มา:เภสัชกรสรจักร  ศิริบริรักษ์

แบบผมสวยอื่น ๆ: