ไอโอดีน แร่ธาตุที่ขาดไม่ได้ สำหรับหญิงตั้งครรภ์

วันนี้มาเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับไอโอดีน แร่ธาตุที่มีความสำคัญมากต่อเด็ก ๆ และหญิงตั้งครรภ์ เป็นเพราะอะไร และมีผลต่อร่างกายอย่างไร ลองมาดูบทควาทที่เราเสนอในวันนี้ดูค่ะ

ไอโอดีนกับการตั้งครรภ์

เกลือทะเล

แร่ธาตุกับทารกพิการ
เรื่อง “วิตามินใบไม้’’ ซึ่งสำคัญมากสำหรับหญิงมีครรภ์การขาดวิตามินตัวนี้อาจทำให้ทารกพิการทางสมอง
เพื่อให้สอดคล้องกัน จึงขอเล่าเรื่องแร่ธาตุตัวหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้ทารกพิการ นั่นคือ “ไอโอดีน” ที่หลายๆ คนรู้จักดี
คุณทุกคนรู้ดีว่า ไอโอดีนมีในอาหารทะเลและเกลือทะเล คุณเชื่อว่าตัวเองได้รับไอโอดีนเพียงพอแน่นอน
แต่คุณรูไหมว่าเกลือที่เราคนไทยบริโภคส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวัน เป็นเกลือสินเธาว์ซึ่งไมมีไอโอดีน
คุณรู้ไหมว่า ขณะนี้ประเทศไทยจำต้องจัดทำแผนควบคุมและ
ป้องกันโรคขาดสารไอโอดีนแห่งชาติ เพราะประชากรไทยขาดไอโอดีน อยู่ในระดับน่าเป็นห่วง
คุณอาจไม่ทราบว่า การขาดไอโอดีนในระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้เด็ก เกิดมาพิกลพิการทางสมอง สติปัญญาทึบ ช่วยตนเองไม่ได้ หรือไอคิว ตํ่ากว่าที่ควร
อย่างนี้ต้องติดตาม
ความสำคัญของปัญหา
โรคขาดสารไอโอดีนเกิดจากการได้รับสารไอโอดีนไม่เพียงพอกับ ความต้องการของร่างกายเพื่อนำไปสร้างฮอร์โมนตัวหนึ่ง ชื่อว่า “ไทรอยด์ฮอร์โมน” ทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยสามประการ คือ
-หนึ่ง อาการคอพอก
-สอง สติปัญญาพัฒนาด้อยกว่าปกติ
-สาม การเจริญเติบโตของทารกตํ่ากว่าเกณฑ์ปกติ
สำหรับหญิงมีครรภ์ ถ้าขาดสารไอโอดีน ลูกที่เกิดมาอาจมีอาการเป็นใบ้ หูหนวก สติปัญญาอ่อนด้อย และมีอาการเกร็งกระตุกของกล้ามเนื้อแขนขา ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ ต้องเป็นภาระเลี้ยงดูของครอบครัวและสังคมตลอดไป
เห็นอันตรายของการขาดสารอาหารแล้วใช่ไหม ความรู้เดิมของเราบอกว่า ขาดไอโอดีนเป็นคอพอก…
มากกว่านั้น…มากจนน่ากลัว
ลองจินตนาการดู สมมติว่าขณะนี้คุณหรือภรรยากำลังมีท้อง ที่บ้านใช้เกลือที่ไม่มีไอโอดีน นํ้าปลาก็ทำจากปลานํ้าจืด ทำให้เกิดภาวะ ขาดไอโอดีนในครอบครัว ต่อมาสมาชิกใหม่ที่คลอดออกมามีความพิการทางสมอง คุณคงพูดกับตัวเองว่า
“รู้อย่างนี้…”
แต่มันก็สายไปเสียแล้ว
สถานการณ์การขาดไอโอดีน
การขาดสารไอโอดีนเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทยและ ของโลกเลยทีเดียว ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขประมาณว่า ทั้งโลกมีคนขาดไอโอดีนราว 1,500 ล้านคนใน 118 ประเทศ
ภาวะคอหอยพอกสามารถเกิดได้ทุกที่ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเกิดใน ประโทศที่ห่างไกลทะเล แม้ในประเทศพัฒนา โรคนี้ก็เคยระบาดในช่วง ต้นของศตวรรษ แต่ภายหลังเมื่อรัฐบาลหลายๆ ประเทศรณรงค์เกลือ เสริมไอโอดีน ปัญหาการขาดสารไอโอดีนก็ลดลง
แต่มิใช่หมดไป…
จนทุกวันนี้ เรายังพบโรคคอพอกในประชากรจำนวนหนึ่งของ ประเทศพัฒนา และยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศกำลังพัฒนาทั้งในอัฟริกา เอเซีย และอเมริกาใต้ เหมือนกับประเทศไทย
สำนักข่าว Latam-Health รายงานจากกรุงลิมา ว่าในปีนี้ ประชากรลาตินอเมริกาถึงร้อยละ 38 ยังอยู่ในภาวะขาดสารไอโอดีน
นั่นคือถ้าเอาชาวอเมริกาใต้ 100 คนมายืนเข้าแถวเรียงกัน จะมีคนถึง 38 คน ที่อยู่ในภาวะขาดไอโอดีน
องค์การอนามัยโลกประมาณว่า มีชาวละตินอเมริการาว 68 ล้าน คนในอเมริกาใต้ อยู่ในภาวะขาดไอโอดีน
ไม่น้อยเลยใช่ไหม!
หันมาดูเอเซียบ้าง หนังสือพิมพ๎ไชน่า เดลี่ รายงานว่า ปีนี้ประเทศจีนแห่งเดียวมีผู้ตกอยู่ในภาวะขาดไอโอดีนราว 400 ล้านคน! จำนวนขนาดนี้ตั้งประเทศใหม่ได้เลยโดยมีประชากรทั้งหมดขาดไอโอดีน
คนไทยขาดไอโอดีนหรือไม่?
คนไทยรู้จักโรคขาดสารไอโอดีน และมีการรายงานครั้งแรกในปี 2496 ครั้งนั้นเราพบประชากรจำนวนมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือเป็นโรคคอพอก โดยในปี 2498 พบอัตราการเป็นโรคคอพอกในเด็กวัยเรียนที่จังหวัดแพร่สูงถึงร้อยละ 10-19 และจากคณะผู้สำรวจร่วมระหว่างไทยและองค์การอนามัยโลก พบอัตราป่วยด้วยโรคคอพอกในภาคเหนือสูงถึงร้อยละ 58
เรียกว่าประชากรครึ่งต่อครึ่งขาดสารไอโอดีนกันเลยทีเดียว แล้ว อย่างนี้จะหวังให้ประเทศไทยมีอัจฉริยะเกิดได้อย่างไร แค่ให้สมบูรณ์ ทางสมองก็จะเอาไม่รอดอยู่แล้ว!
ต่อมาในปี 2500 ได้มีผู้สำรวจในประชากรภาคเหนืออีก และพบ
มีอัตราป่วยด้วยอาการคอพอกร้อยละ 23.5-45.5
ลดลงไม่มาก
ในปี 2508 กระทรวงสาธารณสุขได้เริ่มโครงการเสริมไอโอดีนลงในเกลือและจำหน่ายให้แก่ประชาชนในภาคเหนือเพื่อบริโภคและได้สำรวจชํ้าในปี 2512 พบว่าอัตราเป็นโรคคอพอกในเด็กวัยเรียนของจังหวัดแพร่ลดลงครึ่งหนึ่ง และในปีเดียวกันนั้นเอง กรมอนามัยได้ร่วมกับภาคเอกชนตั้งโรงงานผลิตเกลือเสริมไอโอดีนด้วยกำลังผลิตประมาณปีละ 20,000 ตัน พบว่าสามารถให้บริการเกลือไอโอดีนครอบคลุมพื้นที่ที่มีการระบาดได้เพียงร้อยละ 12 เท่านั้น
และที่แย่ไปกว่านั้น แม้รัฐบาลจะทั้งแจกทั้งแถมเกลือไอโอดีน แต่ ด้วยความอ่อนด้อยในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเห็นความจำเป็น จึงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่สนใจหาเกลือไอโอดีนมาบริโภค ขนาดนำไปแจกถึงบ้านยังตั้งทิ้งไว้เฉยๆ บางคนก็ว่ากลิ่นเหม็นบ้าง รสเฝื่อนบ้าง แล้วแต่จะพูดกันไป
อันที่จริงถ้าประชาชนตระหนักว่า การขาดไอโอดีนเป็นผลร้ายต่อ ครอบครัวมากไปกว่าคอพอก ทุกคนคงยินดีซื้อหาเกลือไอโอดีนมาใช้ แน่นอน แต่ต้องให้ตระหนักนะ ไม่ใช่แค่รู้
การสำรวจซ้ำในปี 2530 ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคเหนือและจังหวัดเลย พบอัตราป่วยด้วยโรคขาดสารไอโอดีนในเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาถึงร้อยละ 12.07
ในปี 2531 สำรวจใน 65 อำเภอที่พบอัตราคอพอกรุนแรง (มากกว่าร้อยละ 30 ขึ้นไป) พบว่ามีอัตราคอพอกสูงถึงร้อยละ 43.11
แต่เดิมเราคิดว่า การขาดไอโอดีนเกิดเฉพาะประชาชนที่อยู่ตามยอดดอย ไม่มีอาหารทะเลรับประทาน แต่ไม่เป็นความจริงหรอก
เพราะเมื่อต่อมาได้มีการสำรวจภาวะคอพอกในพื้นที่ภาคใต้ 8 จังหวัด พบอัตราคอพอกเฉลี่ยที่จังหวัดกระบี่ ร้อยละ 14.50
ซึ่งถ้าวิเคราะห์ลงไปถึงระดับอำเภอ พบว่ามีอำเภอที่มีอัตราคอพอกมากกว่าร้อยละ 20 อยู่ถึง 137 อำเภอ จาก 34 จังหวัด
ในบางหมู่บ้านพบอัตราคอพอกสูงถึงร้อยละ 80
ในพื้นที่ของในบางจังหวัดทั้งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และในภาคกลาง และภาคใต้ ยังมีอัตราสูงกว่าร้อยละ 20 อยู่อีกเป็น จำนวนมาก
ด้วยเหตุนี้จึงกล่าวได้ว่าการขาดสารไอโอดีนเป็นปัญหาสาธารณสุข ของซาติที่มีลำดับความสำคัญสูง มีผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนา ประเทศ ซึ่งต้องรีบแก้ไขอย่างรีบด่วนและจริงจัง
จากผลการสำรวจล่าสุด ในปี 2536 ปรากฏว่าโรคขาดสารไอโอดีน มีอยู่ใน 57 จังหวัด ของทุกภาคของประเทศไทย แม้แต่ในบางพื้นที่ซึ่งอยู่ใกล้ทะเล แต่เป็นพื้นที่ปิด ภูมิประเทศเป็นป่าเขา การคมนาคมค่อนข้างลำบาก ก็มีผู้ป่วยเป็นโรคขาดสารไอโอดีนเช่นเดียวกัน
จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดเดียวที่มีอัตราคอพอกสูงสุด มากกว่าร้อยละ 30
จะเห็นได้ว่าโรคขาดสารไอโอดีนเป็นปัญหาใหญ่และสำคัญมากแม้ จนทุกวันนี้
ส่วนบางจังหวัดในภาคเหนือ ได้แก่ เชียงใหม่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก
เชียงราย และบางจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ยโสธร ศรีสะเกษ นครพนม มุกดาหาร ยังมีอัตราคอพอกในระดับสูงตั้งแต่ร้อยละ 15 ขึ้นไป
เห็นทีจะต้องรู้จักธาตุไอโอดีนกันอย่างจริงจังเสียแต่วันนี้
รู้จักทักทาย
ไอโอดีนเป็นแร่ธาตุที่สำคัญสำหรับมนุษย์ มันมีปริมาณตํ่าในผิวดิน และชั้นดินทุกระดับ แต่กลับมีปริมาณเหลือเฟือในนํ้าทะเลและในเนื้อสัตว์และพืชทะเลจำพวกสาหร่ายที่คนสามารถบริโภคได้
เราค้นพบไอโอดีนครั้งแรกในปี 1812 โดยสามารถสกัดได้จาก สาหร่ายทะเลและตั้งชื่อมันว่า “ไอโอดีน” เพราะมันมีสีม่วง (คำว่า ไอโอดีนในภาษากรีกหมายถึงสีม่วง) ในธรรมชาติมันจะอยู่ในรูปของเกลือไอโอไดด์หรือไอโอเดต มันมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อฮอร์โมนตัวหนึ่งคือ “ไทรอยด์ฮอร์โมน” ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงาน
ดังนั้นหากคุณขาดไอโอดีน คุณก็จะมีอาการไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) กล่าวคือ การสร้างและใช้พลังงานลดลง กลายเป็นคนเฉื่อยชา กล้ามเนื้อล้าแบบเรื้อรัง งุ่มง่าม ไร้อารมณ์ ผิวหนังแห้งแตก พลังงานในร่างกายลดลงทำให้ทนอากาศหนาวไม่ได้ (เพราะไม่มีพลังงาน สร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย) นํ้าหนักเพิ่ม และต่อมไทรอยด์โต กลายเป็นคนคอหอยพอก
ถ้ามารดาอยู่ในภาวะขาดไอโอดีนขณะตั้งครรภ์ ทารกอาจพิการทั้งทางร่างกายและสมองขั้นรุนแรง รู้จักในวงการแพทย์ว่าโรคครีตินิซึ่ม (Cretinism) หรือภาวะแคระแกร็นแต่กำเนิด
นอกเหนือกว่านั้น ภาวะขาดไอโอดีนยังมีส่วนสัมพันธ์กับอาการ สมองพิการในผู้ป่วยหลายล้านคนทั่วโลก ส่งผลอย่างมากต่อระบบการ เรียนรู้และพัฒนาการ กลายเป็นโรคที่ชาวบ้านเรียก ‘‘เอ๋อ”
การค้นพบในระยะหลังๆ เปิดเผยให้นักวิทยาศาสตร์ได้รับรู้ว่า การที่แม่ขาดสารไอโอดีนในระหว่างตั้งครรภ์นั้น ส่งผลกระทบต่อสติปัญญาของเด็กมากมายกว่าที่เราเคยคิดในอดีต มีการศึกษาชิ้นหนึ่งระบุว่าการขาดสารไอโอดีนระดับปานกลางในเด็กเล็ก ส่งผลให้ระดับเชาวน์ปัญญาหรือไอคิวลดลง 10-15 จุด
เรียกว่าโง่ลง เพราะขาดสารอาหารที่เรารู้จักชื่อมานาน
เห็นไหมว่า การที่เราดูดาย ละเลยเรื่องบางเรื่องในชีวิตประจำวัน เช่น ไม่ใช้เกลือเสริมไอโอดีน ไม่รับประทานหรือรับประทานอาหารทะเลนานๆครั้ง ส่งผลต่อสุขภาพมากเพียงใด
ภาวะขาดไอโอดีนทางการแพทย์เรียกว่า IDD  ย่อมาจาก Iodine Deficiency Disorders ผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลกประมาณการว่า IDD ทำให้เกิดภาวะผิดปกติหลายประเภท คอหอยพอก 655 ล้านคน แคระแกร็น 5.7 ล้านคน และพิการสมองในทุกระดับอีกราว 43 ล้านคน
ทำไมจึงขาดไอโอดีน
คนทั่วโลกขาดไอโอดีนจากการที่ดินที่ใช้เพาะปลูกมีไอโอดีนอยู่ใน ปริมาณตํ่า และอาหารทะเลมีราคาแพง
ดังนั้นองค์การอนามัยโลก ธนาคารโลก และยูนิเซฟ จึงได้ร่วมมือกันจัดการรณรงค์ระดับโลกให้เติมไอโอดีนลงในเกลือบริโภค ซึ่งหากทำได้จริง โรคที่เป็นอันตรายต่อทารก นำความทุกข์ทรมานสู่มารดา และครอบครัว ก็จะถูกกำจัดไปด้วย
แนวคิดที่จะใส่ไอโอดีนในเกลือบริโภคทั่วโลกเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง ในปี 1990 ผู้นำชาติต่างๆ 154 ประเทศได้ประชุมกันที่ นิวยอร์กเนื่องในการประชุมสุดยอดระดับโลก และมีการตัดสินใจร่วมกันที่จะกำจัดภาวะขาดไอโอดีนของประชากรโลก ขณะนั้นมี 46 จาก 118 ประเทศได้ดำเนินการเติมไอโอดีนในเกลือแล้ว จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะ ชักชวนประเทศที่เหลือให้เข้าร่วมโครงการ
แต่จนถึงปัจจุบัน มีเพียง 83 จาก 118 ประเทศที่สามารถเติม ไอโอดีนลงในเกลือบริโภค ที่เหลือยังไม่สามารถดำเนินการได้
คุณประโยชน์ต่อทารก
ดังที่กล่าวแล้วว่า ไอโอดีนเป็นแร่ธาตุสำคัญในการสร้างไทรอยด์ ฮอร์โมน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างสมองและระบบประสาทให้เจริญ
โดยสมบูรณ์ และยังเป็นตัวควบคุมระบบทางเคมีที่สำคัญอีกมากมาย ดังนั้นคนที่ขาดไอโอดีนจึงกลายเป็นคนเรียนรู้ช้า และโครงสร้างทาง ร่างกายมีลักษณะแคะแกร็น การศึกษาในประเทศกำลังพัฒนาพบว่า คนที่ขาดไอโอดีนจะมีภูมิคุ้มกันตํ่าลง ติดเชื้อมาลาเรียและโรคอื่นๆ ง่าย เด็กที่ขาดไอโอดีนจะเสียชีวิตเพราะโรคติดเชื้อมากกว่าเด็กธรรมดา
การศึกษาในซาอีร์พบว่า ถ้าให้ไอโอดีนแก่มารดาขณะตั้งครรภ์ ทารกที่คลอดจะมีนํ้าหนักมากขึ้น และมีโอกาสรอดมากกว่าเด็กขาดไอโอดีนถึง 2 เท่า
คุณประโยชน์อื่นๆ
นอกจากประโยชน์โดยตรงต่อการเจริญเติบโตของร่างกายมนุษย์แล้ว ไอโอดีนยังมีคุณประโยชน์อื่นๆ ดังนี้
ป้องกันพิษภัยจากสารกัมมันตภาพรังสี
ทุกวันนี้สารกัมมันตภาพรังสีมีบทบาทคุกคามสุขภาพมนุษย์มากขึ้น ข่าวเรื่องนมปนเปื้อนรังสีโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ระเบิดอาหารอาบรังสี
บางท่านอาจเคยอ่านข่าวพบว่า ครั้งที่โรงงานเชอร์โนบิลเกิด กัมมันตภาพรังสีรั่วไหลออกมานั้น ทางการรัสเซียได้สั่งซื้อ โปตัสเซียมไอโอไดด์จำนวนมาก เพื่อป้องกันอันตรายจากพลังงานนิวเคลียร์
เขาซื้อไปใช้อย่างไร?
เมื่อรังสีรั่วไหลออกจากโรงงานทำให้สิ่งแวดล้อมรอบโรงงานและฝุ่นละอองในชั้นบรรยากาศล้วนแต่ถูกอาบด้วยรังสี ธาตุไอโอดีนใน ธรรมชาติก็เช่นกัน มันได้เปลี่ยนไปเป็นไอโอดีนอาบรังสี ซึ่งหากเรา บริโภคเข้าไปมันก็จะไปรวมตัวกันอยู่ในต่อมไทรอยด์ และกระตุ้นให้ เกิดมะเร็งที่ต่อมไทรอยด์
โปตัสเซียมไอโอไดด์สามารถยับยั้งไอโอดีนอาบรังสีได้ดีที่สุด หาก กินโปตัสเซียมไอโอไดด์วันละ 130 มิลลิกรัม จะช่วยลดไอโอดีน อาบรังสีลงเหลือน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ และมันจะช่วยปกป้องได้นานถึง 48 ชั่วโมงหลังรับประทาน 1 ครั้ง นอกจากนี้หากรับประทาน โปตัสเซียมไอโอไดด์ล่วงหน้า 7-14 วัน มันจะช่วยป้องกันร่างกายไม่ให้สะสมสารกัมมันตภาพรังสีไว้ในต่อมไทรอยด์ได้
อ่านถึงตรงนี้ หลายคนอาจถามว่าเจ้าโปตัสเชียมไอโอไดด์นี้มีใน อาหารประเภทใด
มีในเกลือเสริมไอโอดีนบางยี่ห้อ และยังพบว่าไอโอดีนที่อยู่ใน สาหร่ายทะเลก็ช่วยได้
ช่วยขับเสมหะ
ประโยชน์ประการหนึ่งของไอโอดีนในรูปโปตัสเซียมไอโอไดด์ คือ การใช้เป็นยาขับเสมหะ บ่อยครั้งที่คนเรามีการไอเรื้อรังหลายวัน และมี เสมหะเหนียวข้นจับในทางเดินหายใจ ขัดขวางการหายใจและเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค ทำให้เจ็บป่วยเรื้อรัง
สารประกอบ SSKI หรือ Super Saturated Potassium lo-
dide และ Organidine มีคุณสมบัติช่วยให้เสมหะเหลว จึงขับออกจากทางเดินหายใจได้ง่ายขึ้น
ช่วยฆ่าเชื้อ
คุณสมบัติข้อนี้เป็นที่ทราบดีของทุกๆ คนเพราะเรารู้จักทิงเจอร์ ไอโอดีนกันดี
ไอโอดีนเป็นสารที่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อที่หาสารอื่นเทียบเทียมยากใน แง่ความแรง สารชื่อ Tetraglycine hydroperiodide ซึ่งมีไอโอดีนเป็นองค์ประกอบนั้น ถูกนำมาใช้ฆ่าเชื้อในนํ้าดื่มสำหรับนักผจญภัยในป่า เพียงแค่คุณตักนํ้าจากลำธาร หรือขุดจากดิน แล้วใส่สารที่ว่าลงไปละลาย ทิ้งไว้ครู่หนึ่ง เชื้อโรคก็จะตายเกลี้ยง ยาเม็ดไอโอดีนฆ่าเชื้อในนํ้านี้มีขาย ตามร้านแค้มปิ้งบางแห่ง
พิษของไอโอดีน
แม้ร่างกายมนุษย์จำเป็นจะต้องได้รับไอโอดีนสมํ่าเสมอ แต่การได้ รับในปริมาณมากเกินไปก็จะทำให้เกิดพิษได้จัดว่าเป็นสารที่มีทั้งคุณและโทษ
การได้รับไอโอดีนปริมาณสูงติดต่อกันอาจทำให้สิวเห่อบวมแดง คนโดยทั่วไปถ้ารับประทานอาหารทะเล หรือได้ไอโอดีนจากอาหารตามปกติจะไม่เกิดสิวเห่อบวม ยกเว้นแต่คนบางคนที่ไวต่อไอโอดีนเป็นพิเศษ
ดังนั้นใครที่เป็นสิวเห่อทั้งหน้า ลองสังเกตตัวเองดูนะว่าก่อนหน้านั้นคุณได้รับประทานอาหารทะเล หรือสาหร่ายทะเลหรือไม่ และทดลองงดอาหารทะเลสักระยะ ถ้าคุณไวต่อไอโอดีนจริง คุณต้องปรึกษาแพทย์
อาหารกับไอโอดีน
ไอโอดีนในธรรมชาติจะอยู่ในรูปของเกลือไอโอไดด์หรือเกลือไอโอเดต ซึ่งมีในเนื้อสัตว์ทะเลและพืชทะเลอย่างสาหร่ายทะเล
ในแง่วิทยาศาสตร์ อาหารทะเลและสาหร่ายทะเลเป็นแหล่งที่ดีที่สุดของไอโอดีน แต่ในทางปฏิบัติของเหล่านี้ราคาแพงจนคนธรรมดาหาเช้ากินคํ่าได้แต่มองนํ้าลายหก เดือนหนึ่งเผาปูกินสักกิโลก็เท่แล้ว
ทุกวันนี้กฎหมายไทยเราได้บัญญัติให้มีการเติมไอโอดีนลงในเกลือ บริโภค (เริ่มบังคับเมื่อปี 2537) แต่ยังสงสัยในคุณภาพเกลือบริโภคที่จำหน่ายในท้องตลาดทุกวันนี้ เพราะเคยเป็นที่ปรึกษาบริษัทผลิตเกลือ และอยู่ในวงการนานพอที่จะเห็นว่า ผู้ผลิตหลายๆ รายไม่ยอมเติมไอโอดีนตามกฎหมายกำหนด ด้วยเหตุผลมากมาย เช่น ทำให้เกลือชื้น กลิ่นและรสเปลี่ยนไป ยุ่งยากเพราะต้องปรับขั้นตอนการผลิต และบางรายเติมไอโอดีนจริง แต่พอตั้งขายได้ระยะหนึ่ง ไอโอดีนก็สูญสลาย ระเหยหายไปหมด
เกลือที่ว่านี้คือเกลือผงราคาแพง และพวกนี้มักทำจากเกลือสินเธาว์ (ต้นทุนตํ่า) ผ่านกรรมวิธีทำให้บริสุทธิ์ ส่วนหนึ่งส่งโรงงาน จำพวกแบตเตอรี่และเคมีย้อมผ้า ส่วนหนึ่งบรรจุขวดขายเป็นเกลือบริโภค
ดังนั้นเลือกซื้อเกลือทั้งที ดูให้ดีว่าเป็นเกลือทะเล หรือไม่ก็อ่านฉลาก เอาที่เขียนว่า “เสริมไอโอดีน” ไว้ก่อน เพื่อสุขภาพของทารกในครรภ์ และเด็กๆ ทั้งหลาย แต่ก็ยังหวั่นๆ เหมือนกันว่า ไอ้ที่เขียนว่าเสริมไอโอดีนนั้นน่ะ เสริมจริงหรือเปล่า
ก็คงต้องวิงวอนหน่วยงาน อาทิ อาหารและยา กรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และกองโภชนาการ ประสานมือกันเก็บเกลือในท้องตลาด ตรวจสอบและรายงานให้ประชาซนทราบ ใครไม่ใส่ไอโอดีนนอกจากจับปรับตามกฎหมายแล้ว ต้องให้พลังผู้บริโภคจัดการ งดซื้อให้เจ๊ง ไปเลย
และขอเชิญชวนคุณทั้งหลาย ทดลองใช้เกลือเสริมไอโอดีนในชีวิต ประจำวัน และซื้อนํ้าปลาที่มีการเติมไอโอดีน เพื่อสุขภาพ
ที่มา:เภสัชกรสรจักร  ศิริบริรักษ์

แบบผมสวยอื่น ๆ: